ภารกิจหลักและผลงาน

Item set

Items

Advanced search
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการเข้าร่วม Nitic Acid Cimate Acion Group (NACAG) Intative ของประเทศไทย ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเวตล้อมเสนอ เนื่องจากเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลก โดยเฉพาะการลดก๊าซไนตรัสออกไซต์จากการผลิตกรดไนตริก ซึ่งมีเทคโนโลยีที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนต่ำ ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการผลิตกรคไนตริก ของไทยสามารถเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยี ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรไทยในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ ควรพิจารณาผลกระทบและแนวทางการดำเนินงานในการลดใช้สารเคมีในโตรเจนทางการเกษตรด้วย
  • นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2564) ฉบับย่อ จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้มีระบบเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างมีคุณภาพและมีเสถียรภาพ ตลอดจนมีการกระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรมสู่สังคม ชุมชน ท้องถิ่น มีการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาควบคู่ไปกับอนาคตของประเทศที่มีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประเทศไทย ซึ่งสอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาลที่ต้องการเห็นประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้กำหนดกรอบการพัฒนาของนโยบายและแผนฯ 5 ประการ คือ 1. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมคุณภาพที่มีภูมิคุ้มกัน 2. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพเสถียรภาพโดยมีการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและภูมิ ภาค (Globalization and Regionalization) 3. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) 4. พัฒนาและผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ (Demographic Change) 5. พัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2564) จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้มีระบบเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างมีคุณภาพและมีเสถียรภาพ ตลอดจนมีการกระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรมสู่สังคม ชุมชน ท้องถิ่น มีการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาควบคู่ไปกับอนาคตของประเทศที่มีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประเทศไทย ซึ่งสอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาลที่ต้องการเห็นประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้กำหนดกรอบการพัฒนาของนโยบายและแผนฯ 5 ประการ คือ 1. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมคุณภาพที่มีภูมิคุ้มกัน 2. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพเสถียรภาพโดยมีการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและภูมิ ภาค (Globalization and Regionalization) 3. พัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) 4. พัฒนาและผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ (Demographic Change) 5. พัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • การคาดการณ์เพื่อสังคมสูงวัยในอนาคต จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ โดยนำเสนอ สรุปการนำเสนอการคาดการณ์เพื่อสังคมสูงวัยในอนาคต และปัญหาท้าทาย 4 เรื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสังคมผู้สูงวัยที่เอื้อต่อการพัฒนาสังคมและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
  • แผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศไทย : การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ โดยนำเสนอรายละเอียด ดังนี้ บทที่ 1 หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินงานและวิธีการดำเนินงาน บทที่ 2 แผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) บทที่ 3 แผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง (Advanced Biofuels) บทที่ 4 แผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีการปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ในภาคอุตสาหกรรม (Fuel Combustion in Industrial Sector)
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ความเห็นชอบต่อมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/566 (ครั้งที่ 144) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้ 1. แนวนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ควรพิจารณาแนวทางการ จัดการผ่านระบบ Virtual Power Plant (VPP) ซึ่งเป็นการจัดการการจ่ายและจำหน่ายไฟฟ้าแบบไม่รวมศูนย์หรือ Decentralized เพื่อให้โรงไฟฟ้าชุมชนสามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และควรพิจารณาการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับขั้นตอนและหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการ เพื่อความโปร่งใส ตลอดจนสนับสนุนแนวทางการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private-Partnership: PPP) เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณจากภาครัฐ 2. แนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล อาจพิจารณาให้กรมธุรกิจพลังงานประกาศคุณภาพ ไบโอดีเซลก่อนการบังคับใช้น้ำมัน บี10 และ บี20 ในวันที่ 2 มกราคม 2563 เพื่อให้ผู้ผลิตไบโอดีเซลมีเวลาในการปรับกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ และควรพิจารณาการศึกษาผลกระทบของการใช้ไบโอดีเซลที่สูงขึ้นกับฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยเพื่อรองรับนโยบายการใช้ไบโอดีเซถ รวมถึงควรมีการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในอนาคต และการใช้ บีด0 สำหรับน้ำมันดีเซล EURO 5 ในยานยนต์มาตรฐานไอเสีย EURO 5 ที่จะบังคับใช้ในอนาคต เพื่อความต่อเนื่องของนโยบายการใช้ไบโอดีเซล
  • สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จัดทำแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย : การปรับตัวภาคการเกษตร ในการผลักดันและส่งเสริมให้ภาคการเกษตรของไทยมีการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้าง/เพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิผล โดยนำเสนอรายละเอียด ดังนี้ บทที่ 1 ความเป็นมาและกรอบแนวคิดของการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยี และวิธีการดำเนินงาน บทที่ 2 แผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย บทที่ 3 แผนปฏิบัติการถ่ายทอดและขยายผลการใช้เทคโนโลยีสู่เกษตรกร
  • ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย : การปรับตัวภาคเกษตร จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการที่ต่อเนื่องจาก “โครงการการประเมินความต้องการเทคโนโลยีเพื่อรองรับกาเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Technology Needs Assesment : TNA)” และ “โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย: การปรับตัวภาคการเกษตร (Technology Action Plan : TAP)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกประเด็นสำคัญจากแผนปฏิบัติการฯ มาศึกษาในรายละเอียดและวิเคราะห์บริบทในการขับเคลื่อน รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป้าหมาย ตลอดจนนำเสนอโครงการรนำร่องที่พร้อมนำไปปฏิบัติได้จริง
  • แผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยีของประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564, Nanotechnology Roadmap เป็นฉบับที่ 3 ต่อเนื่องจากฉบับที่ 2 พ.ศ. 2555-2559 โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดครอบคลุมเกี่ยวกับ 1. การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด 2. ผลสัมฤทธิ์สำคัญที่ต้องการได้ 3. รายละเอียดของเทคโนโลยีหลักที่จำเป็นต้องใช้ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีฐานที่ต้องพัฒนาขึ้นใหม่หรือต่อยอดจากของเดิม และ 4. ทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินการ ซึ่งครอบคลุมทั้งงบการดำเนินงาน เพื่อให้แผนดังกล่าวสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยีที่สำคัญของประเทศ
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เสนอร่างกฎกระทรวงออกตามความพระราชบัญญัตีพลังานนิวเคลียร เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเดิมโตยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ลักษณะของสถานที่ และเครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นประจำสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ...... เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสถานที่ดำเนินการ เครื่องมือเครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพในการดำเนินการเพื่อพัฒนางานทางวิชาการทำให้ผลงานจากการใช้สัตว์ในงานทางวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาด เชื้อโรค และมลพิษไปสู่สิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นควรรับทราบผลการประชุมภาคีของทั้ง 3 อนุสัญญาตังกล่าว ซึ่งมีสาระสำคัญในประเต็นการจัดการสารเคมี ของเสีย ขยะพลาสติกอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ มีข้อคิดเห็นเพิ่มเดิม ดังนี้ 1. ประเด็นการเพิ่มรายการขยะพลาสติก ในภาคผนวกที่ 2, 8 และ 9 ของอุนุสัญญาบาเซลฯ เนื่องจากการดำเนินการแยกแยะพลาสติกให้ได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องใช้เครื่องมีอวิเคราะห์ชั้นสูง จำเป็นต้องมี ข้อบังคับให้ต้องมีการทำเครื่องหมายบนชิ้นส่วนตามมาตรฐานสากล (ISO 11469:2016 และ ISO 1043) จึงควรพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำเครื่องหมายบนชิ้นส่วนพลาสติกเพื่อประโยชน์ในการแยกแยะพลาสติก เมื่อสินค้าหมดอายุควรมีมาตรการส่งเสริมให้ผู้ผลิตลดใช้สารเดิมแต่งพลาสติกที่เป็นสารอันตรายตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งสนับสนุนการให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ผลิต ผู้คัดแยกขยะ และผู้รีไชเคิล เพื่อลดการปนเปื้อนอย่างครบวงจร 2. ประเด็นฎารเพิ่มสาร PFOA, its salts and PFOA-related compounds ในภาคผนวก อนุสัญญาสตอโฮล์มฯ ซึ่งประเทศสมาชิกต้องดำเนินมาตรการในการห้ามผลิต ห้ามใช้ และกำจัดสารให้หมดไป โดยมีข้อยกเว้นพิเศษเฉพาะสำหรับการผลิตและการใช้ในกระบวนการที่ระบุไว้ เนื่องจากสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ จึงควรพิจารณาเพิ่มรายชื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินมาตรการควบคุมตามกฎหมาย เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
  • ตามหนังสือที่อ้างถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เรื่อง แผนยุทธคาสตร์ยางพาราระยะ 60 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นชอบต่อแผนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ เนื่องจากเป็นการกำหนดกรอบการดำเนินการระยะยาวเพื่อส่งเสริมการผลิตยางพารา การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยใช้การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัดกรรมเข้าสนับสนุน ตลอดจนการบริหารจัดการด้านการตลาดและช่องทางในการจัดจำหน่าย ทั้งนี้ เห็นควรให้ความสำคัญในการใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัดกรรม ในการแปรรูป ต่อยอดโช้ประโยชน์ยางพาราอย่างหลากหลาย รวมทั้งการสร้างมาตรฐานน้ำยางดิบ และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยเน้นความร่วมมือในการพัฒนากับผู้ประกอบการที่เป็นวิสาหกิจชุมชน และ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ รวมจำนวน 6 ท่าน ดังนี้ 1. นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ตำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ 2. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3. นายดุสิต เครืองาม ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4. นายธวัช ชิตตระการ ตำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นายผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6. นางศศิวิมล มีอำพล ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลต่อไปนี้เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ดังนี้ 1. นายพีรเดข ทองอำไพ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ 2. นายชูกิจ ลิมปีจำนงค์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3. นายธรรมศักดิ์ สัมพันธ์สันติกูล ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4. นายพินิติ รตะนานุกูล ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นายมนูญ สรรค์คุณากร ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6. นายรัตติกร ยิ้มนิรัญ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7. นายเรืองศักดิ์ ทรงสถาพร ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณาให้ความเห็นชอบ รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวตล้อม พ.ศ. 2562 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอและยินดีร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาวในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้ 1. เห็นควรเพิ่มสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานรับผิดขอบมาตรการระยะยาวที่ 4) การส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 2. ในบทที่ 2 สถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมรายสาขา ซึ่งในแต่ละสาขามีการกำหนดแผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ควรมีการสรุปผลการดำเนินงานตามแผนข้างต้น โดยเฉพาะประเด็นตัวชี้วัดหลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 3. ในบทที่ 3 ข้อ 3.1.5 ข้อเสนอแนะที่ 6 พัฒนาการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ที่ไม่มีจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ ควรพิจารณาใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีการตรวจวัดอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้อมูลดาวเทียมทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะทำให้เห็นภาพรวมพฤติกรรมของฝุ่นละอองทั้งในแนวราบและแนวดิ่งที่ชัดเจน เหมาะสมต่อการวางแผนแก้ไขปัญหาในระดับยุทธศาสตร์และนโยบาย ทั้งนี้ การกระจายตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กขึ้นอยู่กับการผกผันอุณหภูมิของอากาศในแนวดิ่งและการเคลื่อนไหวของอากาศ ซึ่งไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยสถานีภาคพื้นดิน จำเป็นต้องใช้ศักยภาพของดาวเทียม สำรวจโลกที่สามารถวัดปริมาณฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศได้ในหลายระดับชั้นความสูง เพื่อศึกษาคุณสมบัติความเข้มข้น และรายงานปริมาณฝุ่นละอองแนวดิ่ง ในพื้นที่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องมีสถานีตรวจวัดภาคพื้นดิน ประกอบกับการพัฒนานวัดกรรมอากาศยานไร้คนขับ ที่ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัด เพื่อใช้ในการสอบเทียบยืนยันค่าจากดาวเทียม ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สะดวกต่อการวิเคราะห์และประมวลผล อีกทั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านตัวสถานีและการบำรุงรักษา ทั้งนี้ ควรพิจารณาตัดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ออกจากหน่วยงานรับผิดชอบหลัก เนื่องจากไม่ได้มีภารกิจในเรื่องดังกล่าว 4. ในบทที่ 3 ประเต็นสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ช้อ 3.1 ฝุ่น PM 25 กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการป้องกัน บำบัด และตรวจวัด ฝุ่น PM 25
  • กระทรวงการอุดศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้ว เห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กสว. โดยมีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป 1. นายสุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็น ประธานกรรมการ 2. นายพีระพงศ์ ทีฆสกุล เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์ 3. นายรัฐชาติ มงคลนาวิน เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิทยาศาสตร์ 4. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสังคมศาสตร์ 5. นางปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านมนุษยศาสตร์
  • เทคโนโลยียุทธศาสตร์ สำหรับสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตประเทศไทย จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ โดยนำเสนอเกี่ยวกับการรายงานสถานการณ์ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงในด้านอื่นๆ และดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อพันธกิจที่ให้ไว้กับ APEC ภายใต้ Policy Partnership on Science Technology and innovation (PPSTI) Working Group
  • ยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สําหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศในระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) จัดทำโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศจากการพัฒนา 10 อุตสาหกรรม ดังนี้ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 6.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 7.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 8.อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ 9. อุตสาหกรรมดิจิทัล 10. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
  • คู่มือการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรรายวิชา “การตลาดสำหรับผู้ประกอบการ” นำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านความเป็นผู้ประกอบการ รายวิชา “การตลาดสำหรับผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Marketing)” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หัวข้อที่ 1 ความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ (Edited) หัวข้อที่ 2 การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการ (Building Sustainable Business for Entrepreneurs) หัวข้อที่ 3 การชี้โอกาสตลาดใหม่ (Identifying a New Business Market Opportunity) หัวข้อที่ 4 การทดสอบลูกค้าและการวิจัยตลาด (Customer Experiment and Market Research) หัวข้อที่ 5 การระบุข้อมูลลูกค้า และการแบ่งส่วนตลาด (Customer Profile and Segmentation) หัวข้อที่ 6 การตลาดผู้ประกอบการในยุคดิจิตอล (The Entrepreneurial Marketing in Digital Age) หัวข้อที่ 7 การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Creating New Product and Product Strategy) หัวข้อที่ 8 กลยุทธ์การใช้ช่องทางแบบผสมผสาน (Omni Channel Strategy) หัวข้อที่ 9 กลยุทธ์การตั้งราคาของผู้ประกอบการ (Tools of Entrepreneurial Marketing: Pricing Strategy) หัวข้อที่ 10 กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของผู้ประกอบการ (Tools of Entrepreneurial Marketing: Communication Strategy)
  • เอกสารประกอบการเรียน เกี่ยวกับการออกแบบการบริการสำหรับธุรกิจ ได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นผู้ประกอบการขององค์การ ทั้งในแง่มุมของความหมาย คำนิยามของความเป็นผู้ประกอบการขององค์การ รูปแบบการเป็นผู้ประกอบการขององค์การ รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์งานทรัพยากรมนุษย์เพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้ประกอบการขององค์การ รวมถึงวัฒนธรรมองค์การ
  • เอกสารประกอบการเรียน เกี่ยวกับการออกแบบการบริการสำหรับธุรกิจ ได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับ ความเป็นผู้ประกอบการขององค์การ แนวคิดของการบริการ แนวคิดและกระบวนการพัฒนาการบริการใหม่ การสร้างแนวคิดบริการใหม่ โดยใช้หลักการการคิดเชิงออกแบบการบริการ การกลั่นกรองและการประเมินผลแนวความคิด การออกแบบประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ หลักการ Universal Design การพัฒนาต้นแบบการบริการและการทดสอบ รูปแบบธุรกิจบริการ
  • คู่มือการเรียนการสอนด้านความเป็นผู้ประกอบการ : รายวิชา การออกแบบการบริการสำหรับธุรกิจ ได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดของการบริการ แนวคิดและกระบวนการพัฒนาการบริการใหม่ การสร้างแนวคิดบริการใหม่ โดยใช้หลักการการคิดเชิงออกแบบการบริการ การกลั่นกรองและการประเมินผลแนวความคิด การออกแบบประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ หลักการ Universal Design การพัฒนาต้นแบบการบริการและการทดสอบ รูปแบบธุรกิจบริการ
  • คู่มือนักศึกษา ปวส. โครงการโรงเรียนในโรงงาน (STI-WiL) ฉบับที่ 1 กล่าวถึงโครงการโรงเรียนในโรงงาน (STI-WiL) ที่รับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 นักศึกษา ปวช. หรือเทียบเท่า เข้าร่วมโครงการเพื่อแก้ปัญหาผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่มีความรู้และทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยนักศึกษาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก 3 ส่วน คือ ทักษะและความรู้ทางเทคนิคที่ต้องใช้ในการทำงาน ความรู้ทฤษฎีตามหลักสูตร และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตสินค้าและระบบการผลิตในอุตสาหกรรม โครงการนี้จึงเหมาะกับนักเรียนที่สนใจการทำงานในอุตสาหกรรม มีความอดทนสามารถทำงานระหว่างเรียนได้ และสามารถใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรมในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งอาจจะต้องจากบ้านและครอบครัวมาพักอาศัยใช้ชีวิตอยู่ใกล้โรงงาน มีความต้องการพัฒนาเส้นทางชีวิตโดยเริ่มต้นจากงานในอุตสาหกรรม
  • "คู่มือ STI-WiL ระบบโรงเรียนในโรงงาน สำหรับสถานประกอบการ ฉบับที่ 1” ถูกเขียนขึ้นมาจากการทดลองระบบที่เรียกว่า ระบบการบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-integrated Learning System : WiL System) ระบบนี้ดำเนินภายใต้โครงการ STI-WiL โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยอธิบายถึงสถานการณ์ที่สถานประกอบการ โดยเฉพาะปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตที่เผชิญอยู่และแนวทางแก้ไขด้วยหลักการและแนวคิดของ STI-WiL รวมถึงห่วงโซ่ผลลัพธ์ในรูปแบบปัจจัยนำเข้ากิจกรรมผลผลิตผลลัพธ์ และผลกระทบจะแสดงคุณค่ารวบยอดทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างย่อเพื่อทวนสอบว่าตรงกับความคิดของสถานประกอบการหรือไม่ นอกจากนี้ยังอธิบายรูปแบบของการทำงานในโรงงานของนักศึกษาระดับ ปวส. รูปแบบการทำงานและการเรียนในวิชาที่วิทยาลัยเทคนิคสอน รูปแบบการถ่ายทอดความรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของทางโรงงานและอุตสาหกรรมที่กระทำโดยผู้ช่วยหัวหน้างาน หรือ ผู้ช่วยวิศวกรในโรงงาน ซึ่งเป็นนักศึกษาระดับ ป.โท ที่เป็นส่วนสำคัญของ WiL-System ที่เข้าไปทำงานเพื่อเรียนรู้และถ่ายทอด ความรู้รายสาขาอุตสาหกรรมแก่นักศึกษา ปวส. "