ภารกิจหลักและผลงาน
Item set
- ชื่อเรื่อง
- ภารกิจหลักและผลงาน
Items
-
คู่มือโครงการ STI-WiL สำ หรับครูแนะแนว จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอรายละเอียด ดังนี้ 1. ทางเลือกต่าง ๆ ของนักเรียน เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกแผนการเรียน 2. ทำความรู้จักโครงการ STI-WiL 3. การกำกับดูแลคุณภาพของโครงการ STI-WiL 4. แผนการดำเนินงานโครงการ STI WiL 5. ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ STI-WiL 6. ตัวอย่างข้อมูลการดำเนินโครงการ STI-WiL จนถึงปัจจุบัน (ปี 2561) 7. คำถามที่พบบ่อยจากนักเรียน และ 8. การสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษา ปวส. จากบริษัทต่างๆ ที่มีต่อโครงการ STI-WiL -
รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Talent Mobility เป็นโครงการที่ส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) โดยการเคลื่อนย้ายอาจารย์และนักวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปร่วมดำเนินงานด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมกับภาคเอกชน โครงการ Talent Mobility จึงรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารที่มีทักษะและความพร้อม มีประสบการณ์ในการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน -
รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โครงการ Talent Mobility จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) โดยการเคลื่อนย้ายอาจารย์และนักวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ปฏิบัติงานอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปร่วมดำเนินงานด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมกับภาคเอกชน โครงการ Talent Mobility จึงรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในสาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีทักษะและความพร้อม มีประสบการณ์ในการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน -
แนวโน้มความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต New S-Curve และทิศทางนโยบายการพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2563-2567 (Demand New S-Curve 2563-2567) จัดทำโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ นำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่มีสมรรถนะพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรม 5 กลุ่มสำคัญ เพื่อพัฒนาประเทศในอนาคต โดยรายงานนำเสนอรายละเอียด ดังนี้ 1. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 2. อุตสาหกรรมดิจิทัล 3. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 4. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 5. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และ 6. ทิศทางนโยบายการพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ.2563-2567 -
ข้อเสนอ BCG in Action: The New Sustainable Growth Engine โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ด้วยอัตราการเติบโตดังกล่าวไม่เพียงพอในการนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้าม “กับดับประเทศรายได้ปานกลาง” และลดความเหลื่อมล้ำ ข้อเสนอ BCG in Action: The New Sustainable Growth Engine โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยอาศัยฐานความเข้มแข็งของประเทศอันประกอบด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของสินค้าและบริการมูลค่าสูง ที่ยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ นำเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ที่ช่วยทลายข้อจำกัด ให้เกิดการก้าวกระโดดของการพัฒนาต่อยอด และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) ด้วยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย -
The document is a collection about the Conference on the Ethics of Science & Technology and Sustainable Development was held on 5-6 July 2019, in conjunction with the 26th Session of IBC and the 11th Session of COMEST, at the Centara Grand in Bangkok, Thailand. Organized jointly by the Thai Government and UNESCO, it was a landmark international conference which drew attention to various issues in ethics concerning science and technology, especially in the context of global issues in the quest for sustainable development. -
สมุดปกขาว การส่งเสริมและพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive : Promotion and Development) จัดทำโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการศึกษาข้อมูลในประเทศไทยและกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เกี่ยวกับมลพิษจากการคมนาคม เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างบูรณาการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนามาตรการและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (CO2 และ PM 2.5) จากการคมนาคม และการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย ในอีก 15 ปี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ( Next-Generation Automotive) และยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle : ZEV) และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องด้านยานยนต์ขับขี่แบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ การปรับให้เป็นระบบไฟฟ้า และการแบ่งปันกันใช้งาน (Autonomous, Connected, Electric, and Shared Vehicles : ACES) -
รายงานรวบรวมผลการดำเนินโครงการ Talent Mobility ภาคเหนือ ระหว่างตุลาคม 2557 ถึง สิงหาคม 2563 จัดทำโดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวบรวมผลการดำเนินโครงการ Talent Mobility ภาคเหนือ ระหว่างตุลาคม 2557 ถึง สิงหาคม 2563 นำเสนอรายละเอียดประกอบด้วย บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญ บทที่ 2 การดำเนินงาน บทที่ 3 กลไกการขับเคลื่อน Talent Mobility บทที่ 4 ตัวอย่างผลงานโครงการ Talent Mobility บทที่ 5 ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ บทที่ 6 จากใจผู้บริหารสู่แนวทางการบริหารโครงการ Talent Mobility บทที่ 7 คณะทำงาน Talent Mobility -
มองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จัดทำโดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับมุมมองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จากนักวิชาการหลากหลายท่าน พร้อมกับนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการควบคุม – คลี่คลาย ประเทศไทยกับ 4 ระยะหลังวิกฤต พร้อมสำรวจภาพอนาคต ผ่าน 4 เส้นทางและการเดินทางที่ประเทศไทยอาจต้องเผชิญ -
(ร่าง) สมุดปกขาว การพัฒนาระบบเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: โปรแกรมปักหมุดเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจและเทคโนโลยี จัดทำโดย สอวช. นำเสนอรายละเอียดประกอบด้วย 1. ที่มาและความสำคัญ อาทิ 1) ที่มาของการพัฒนานโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน: จากนโยบาย BCG ซึ่งเน้น 4 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ สู่การพัฒนานโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 2) ความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 3) นิยามของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 2. การดำเนินงานด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในต่างประเทศ 3. สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย 4. ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย 5. ข้อเสนอการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย -
รายงาน SAFE CITY POLICY PROTOTYPE : ต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยของประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือของ สอวช. กับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation : TFF) นำเสนอการดำเนินการจัดทำโครงการต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยของประเทศไทย และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการพัฒนาต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยนำกระบวนการ Design thinking เข้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม (Co-Creation) ตลอดจนออกแบบนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) โดยรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ผสานกับนวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ส่งต่อนโยบายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง -
รายงาน STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน เพื่อนำเสนอวิธีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ STEMLAB และหลักสูตรการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย 1. แนวคิดและอุดมการณ์ของ STEMLAB 2. แนวทางการสร้างห้องปฏิบัติการ STEMLAB 3. เครื่องพิมพ์สามมิติ 4. เครื่องตัดเลเซอร์ 5. สมองกลฝังตัวและอิเล็กทรอนิกส์ 6. เครื่องมือช่าง 7. เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ -
รายงานการศึกษา ทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) อย่างบูรณาการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมุ่งเน้นการใช้ อววน. เพื่อขจัดความยากจน สร้างความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและวางรากฐานเพื่ออนาคต พัฒนากําลังคนและการอุดมศึกษา และปฏิรูประบบ อววน. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเป็นระบบ โดยได้รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุม Recovery Forum และการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดให้มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างเดือนเมษายน ถึง กันยายน 2563 เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การสาธารณสุข และการต่างประเทศที่จะเปลี่ยนไปเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และระดมความคิดเห็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์คลี่คลาย สอวช. ได้นําข้อมูลดังกล่าวประกอบกับรายงานวิชาการที่เกี่ยวข้องนํามาจัดทําบทวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของโลกและประเทศไทย และนัยสําคัญต่อการพัฒนา อววน. วิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario) ที่เป็นไปได้และเสนอแนะทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อววน. เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 และการปรับตัวสู่อนาคต พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะระเบียบวาระการขับเคลื่อน (action agenda) ที่สําคัญในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ แนวทางการกําหนดเป้าประสงค์และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สําคัญ รวมทั้งแนวทางการแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ -
รายงานการศึกษา เรื่อง Thailand Synthetic Biology Ecosystem Assessment and Recommendations โดย Kent W. Goeking นำเสนอรายละเอียดดังนี้ บทที่ 1. Introduction of core concepts บทที่ 2 Industries and applications บทที่ 3 Technical capabilities บทที่ 4 Comparative ecosystems บทที่ 5 Human resources บทที่ 6 Recommendations -
Thailand Synthetic Bioeconomy Outlook and Key Milestones นำเสนอรายละเอียดดังนี้ 1. SynBio ศาสตร์ใหม่กู้โลกในศตวรรษที่ 21 2. ความก้าวหน้าของ SynBio ความคาดหวังและข้อกังวลของเทคโนโลยี 3. เทคโนโลยี SynBio และการใช้ประโยชน์ 4. การกำกับดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพของชีววิทยาสังเคราะห์ 5. แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรม SynBio ของประเทศไทย -
รายงานการศึกษา เรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก โดยได้วิเคราะห์สถานการณ์ของโลก และนัยที่มีต่อการปรับตัวของประเทศไทยในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ตลอดชีวิต วิเคราะห์สถานการณ์ความจำเป็นและความต้องการด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดทำข้อเสนอแนะ นโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงตัวอย่างกลไกการดำเนินงาน ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุม ทุกช่วงวัย ประกอบด้วย กลุ่มเด็กและเยาวชน เน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาที่จำเป็น ต้องได้รับการสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป กลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดงาน โดยเฉพาะนักศึกษา ในหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ กลุ่มกำลังแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบที่จำเป็นต้องปรับตัว ให้ทันต่อความรู้และทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกลุ่มผู้สูงวัยและผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุที่ต้องการ การเตรียมความพร้อมด้านทักษะสำหรับการใช้ชีวิต การเข้าสังคม และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในวัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ โดยรายงานการศึกษานี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป -
รายงานการยกระดับสถานประกอบการด้วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กล่าวถึงโครงการที่จัดทำโดย สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยรายละเอียดประกอบด้วย 1. สารจากผู้อำนวยการ สอวช. 2.โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมด้วยการวิจัยและพัฒนาเชิงอุตสาหกรรม 3. กลไกในการดำเนินงาน 4. ระบบการพัฒนานักศึกษาในการวิเคราะห์ช่องว่างของสถานประกอบการ 5. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินโครงการ -
รายงานการวิเคราะห์ ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากการจัดอันดับโดย Times Higher Education (THE) ประจำปี 2021 จัดทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารายละเอียด และวิธีการของเกณฑ์ตัวชี้วัดที่ใช้ในการจัดอันดับ WUR ของ Times Higher Education และ 2) วิเคราะห์สถานภาพของมหาวิทยาลัยไทย เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มอันดับของมหาวิทยาลัยไทยต่อไป ซึ่งรายงานนำเสนอรายละเอียดอันประกอบด้วย บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญของการวิเคราะห์ ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย บทที่ 2 ภาพรวมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย บทที่ 3 การวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ Box plot จาก THE DataPoints และ บทที่ 4 ข้อเสนอแนะแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ และการเพิ่มอันดับของมหาวิทยาลัยไทย -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการหลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในท้องถิ่นส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน โดยผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้ 1. ประเด็นการบริหารจัดการโครงการ ควรพิจารณากลุ่มเป้าหมายที่จะร่วมลงทุนในโครงการจากประชาชนและภาคเอกชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าเป็นหลักก่อน ตลอดจนจัดลำดับความสำคัญในสัดส่วนและรูปแบบการแบ่งกระจายการถือครองหุ้นเพื่อความเสมอภาค ป้องกันการเกิด nominees ในการรวบรวมหุ้นเฉพาะบางกลุ่ม และสร้างความหวงแหนในโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้ง รูปแบบการให้เป็นของประชาชนร้อยละ 4.0 โดยกองทุนจะลงเงินไปก่อนเมื่อการจัดตั้งโรงไฟฟ้าในระยะ 3 ปี ประชาชนจะซื้อหุ้นและคืนเงินให้ยังกองทุนนั้น ควรพิจารณากำหนดมาตรการจูงใจและแก้ปัญหาในกรณีประชาชนไปซื้อหุ้นในส่วนนี้ ทั้งนี้ ในการเริ่มดำเนินโครงการ ควรพิจารณาเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าประชารัฐในพื้นที่นำร่องที่มีความพร้อมก่อน เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ และพัฒนาต่อยอดไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ให้ครอบคลุม เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้งบประมาณแผ่นดิน 2. ประเด็นความอ่อนไหวด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ควรพิจารณาถึงแนวทางรองรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมการลงทุน 3. ประเด็นเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้า ควรพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ตั้งโรงงานไฟฟ้าในด้านปริมาณวัตถุดิบ รวมทั้งการประเมินคุณภาพดินและสภาพพื้นที่ว่ามีปริมาณเพียงพอที่จะรองรับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าได้ในระยะยาว รวมทั้งการบริหารจัดการความเสียงที่อาจเกิดขึ้นกับการเก็บรักษาชีวมวลที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งอาจมีความชื้นสูงเนื่องจากสภาพภูมิอากาศในพื้นที่หากไม่มีการเก็บรักษา และ/หรือปรับปรุงคุณภาพที่ดี อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบการผลิตไฟฟ้าได้ และควรมีการระบุขั้นตอนหรือแนวทางการเลือกเทคโนโลยีการผสิตไฟฟ้าที่มีความเหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัดกรรม มีตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ว่าง 1 ตำแหน่ง และพิจารณาเห็นสมควรให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้บรรจุศาสตราจารย์ศุภชัย บทุมนากุล พนักงานมหาวิทยาลัย รองอธิการบดี ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ซึ่งเดิมเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุคมศึกษา ได้ลาออกจากราชการ เพื่อเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย) กลับเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแห่น่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาเห็นควรอนุมัติตามข้อเสนอเรื่อง ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและอนุกรรมการที่คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้ง ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาลักษณะการปฏิบัติงานและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการดังกล่าว รวมทั้งเทียบเคียงอัตราค่าตอบแทนในลักษณะเบี้ยประชุมกับคณะกรรมการและอนุกรรมการอื่นที่มีลักษณะการปฏิบัติงานและอำนาจหน้าที่ใกล้เคียงกันตามข้อเสนอของกรมบัญชีกลางเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละคณะภายใต้คณะกรรมการนโยบายพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ควรพิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนในทางปฏิบัติ และเกิดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา -
รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 2564 นำเสนอรายละเอียดสำคัญอันประกอบด้วย บทที่ 1 อววน. กับการพัฒนาประเทศ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสรุปภาพรวมการนำศักยภาพด้าน อววน. มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น และรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้าน อววน. ในเวทีนานาชาติ เป็นต้น บทที่ 2 สร้างความสามารถ ววน. สู่การเก็บเกี่ยวผลในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสะท้อนขีดความสามารถด้าน ววน. ของไทยในการสร้างศักยภาพให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่ออนาคต บทที่ 3 ปรับกระบวนทัศน์การอุดมศึกษาสำหรับโลกยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม มีสาระสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาอุดมศึกษา ที่นำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษา บทที่ 4 การปฏิรูประบบ อววน. เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ อววน. ใน 6 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างหน่วยงาน, การจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนา อววน. ของประเทศ, การพัฒนาระบบงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผน, การจัดระบบติดตามและประเมินผลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์ด้าน อววน., การเชื่อมโยงข้อมูล อววน.ทั้งระบบ, และการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และบทที่ 5 ภาพรวมการดำเนินการที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนา อววน. ในอนาคต มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินงานของ อววน. ในช่วงที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาในระยะ 5 ปีข้างหน้า -
การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก” ฉบับ Booklet นำเสนอสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อความต้องการกำลังคนและรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ต้องการระบบส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เอื้อให้คนได้พัฒนาทักษะให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และนำมาสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุมทุกช่วงวัย ประกอบด้วย เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา นักศึกษา กำลังแรงงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่มเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาต่อยอดการจัดทำนโยบาย มาตรการและกลไกส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป -
การพัฒนาระบบนิเวศการร่วมลงทุนในธุรกิจฐานนวัตกรรมของประเทศไทย: เร่งยกระดับประเทศไทยสู่สเกลอัพ 2030 จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สอวช. และทีมนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นการศึกษาวิจัยเชิงลึกของระบบนิเวศการร่วมลงทุนในธุรกิจฐานนวัตกรรมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2543-2564 ได้ระบุเป้าหมายสร้างบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงหรือสเกลอัพมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเติบโตของ GDP ประเทศไทย พร้อมประเด็นความท้าทายและโอกาสจากผลการสร้างธุรกิจฐานนวัตกรรมจากอดีตถึงปัจจุบัน สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จ ข้อเสนอกลไกพัฒนาระบบนิเวศการร่วมลงทุนที่สอดรับกับความต้องการและลดความเสี่ยงให้กับผู้มีส่วนได้เสียสำคัญในระบบนิเวศนี้ อีกทั้งเสนอนโยบายและแนวทางเร่งให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงจากประเทศที่มีธุรกิจสตาร์ทอัพ สามารถสเกลอัพได้ภายในปี 2573 ด้วยความร่วมมือกันของภาคเอกชน รัฐ มหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์เส้นทางสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ กลยุทธ์บริหารทุนมนุษย์ความสามารถสูง (Talent) กลยุทธ์ส่งเสริมการสเกลอัพ (Ease of Doing Scale-Up) และกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง (Availability of Funding) นอกจากนี้ การส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยทำการร่วมลงทุนกับธุรกิจฐานนวัตกรรมผ่านกลไก Holding Company เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการลงทุนที่สามารถนำมาใช้เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างงาน และสร้างอุตสาหกรรมสาขาใหม่เป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศในระยะยาว จากผลการศึกษาดังกล่าว สอวช. ได้นำมาจัดทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาในการจัดตั้งและดำเนินการ Holding Company ได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน (Scale-Up) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเอกชน ภาคการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ -
รายงานการศึกษาระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1: การผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ จากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ในยุคของการใช้ชีวิตหลากหลายขั้น (Multistage Life) โดยมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus Disease: COVID-19) เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ในขณะที่มีประเด็นความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังเป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้า ส่งผลกระทบให้ระบบอุดมศึกษาต้อง Re-Adjust, Re-Position และ Reinvent ตัวเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการผลิตบัณฑิตทั้งในและนอกวัยเรียนที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความไม่แน่นอน การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมให้ทันสมัยต่อโลก การให้บริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม การเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักวิชาการต่อสาธารณะ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เพื่อทำให้ระบบอุดมศึกษาไทยสามารถก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย1. สถานภาพและการปรับตัวของระบบอุดมศึกษาในประเทศไทย 2. สถานการณ์ของโลกและการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการอุดมศึกษา 3. นวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 พร้อมบทสรุปนวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 4. ทิศทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ 5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ และทิศทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต