ภารกิจหลักและผลงาน
Item set
- ชื่อเรื่อง
- ภารกิจหลักและผลงาน
Items
-
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม ข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0212/140 ลงวันที่ 9 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (จังหวัดนครราชสีมา)(พ.ศ. 2564 - 2566) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการการดำเนินการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (จังหวัดนครราชสีมา) (พ.ศ. 2564-2566) สำหรับกรอบวงเงินเพื่อดำเนินโครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 1,630,260,000 บาท ไม่เข้าข่ายตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เห็นควรให้หน่วยงานเสนอคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามขั้นตอน โดยจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณพร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ตามความพร้อม ความจำเป็น และความเหมาะสมที่จะต้องใช้จ่ายในแต่ละปีงบประมาณ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประหยัด การพิจารณาเป้าหมาย ประโยชน์ที่จะได้รับ ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และเนื่องจากโครงการอุทยานวิยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) มีการดำเนินการมาในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว จึงควรให้มีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค ข้อคิดเห็นและความต้องการของประชาชนและผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ อีกทั้งควรมีการกำหนดกรอบการดำเนินงาน การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ แนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน และมีแนวทางการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรมีการสำรวจความต้องการ (Demand) ที่แท้จริงในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมมีความสอดคล้องกับความต้องการ ไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่การดำเนินงานเดิม และสามารถนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์หรือแผนที่นำทาง (Roadmap) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ในภาพรวมของทั้งประเทศ ที่ระบุถึงความพร้อมของพื้นที่เป้าหมาย ความต้องการใช้ประโยชน์ และแนวทางความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคการศึกษา รวมไปถึงกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานให้มีความชัดเจน สามารถนำไปถ่ายทอดสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)5500/369 ลงวันที่ 16 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนการดำเนินการและยืนยันความพร้อมของโครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน ๓ GeV และห้องปฏิบัติการ ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดยมีรายละเอียดคุณลักษณะแบบรูปรายการประมาณการค่าก่อสร้าง และมีสถานที่/พื้นที่พร้อมจะดำเนินการ โดยพิจารณาถึงความคุ้มค่าและประหยัด ประโยชน์ที่จะได้รับ ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดจากการดำเนินโครงการ ตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และพิจารณาดำเนินการตามนัยมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ด้วย ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม [สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)] รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควร 1) ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง (Beamline) ที่ทันสมัยผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานีวิจัยในต่างประเทศ 2) จัดทำแผนธุรกิจ (Business Plan) ที่ระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและปริมาณความต้องการใช้บริการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละปีอย่างชัดเจน 3) มุ่งเน้นการให้บริการและการใช้ประโยชน์แก่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นการประชาสัมพันธ์จัดการสาธิตและบรรยายให้แก่ภาคเอกชนเพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง 4) ศึกษาและทบทวนโครงสร้างของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อปรับปรุงบทบาทของสถาบันสู่การเป็นหน่วยงานให้บริการงานวิจัยที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น และ 5) ควรมีการจัดทำแผนลดความเสี่ยงต่าง ๆ และลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรลงลึกในระดับเชี่ยวชาญ โดยทำงานใกล้ชิดกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างกำลังคน รวมทั้งร่วมมือกับสถาบันซินโครตรอนของต่างประเทศที่เป็นพันธมิตรเพื่อให้สามารถเปิดบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายการบริหารงานโครงการ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป -
คณะรัฐมนตรีมีมติอ้นุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดปริญญาในสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาดังกล่าวเพิ่มขึ้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายสรนิต ศิลธรรม เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (3 พฤศจิกายน 2563) เป็นต้นไป และให้ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการแต่งตั้งโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทางราชการ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ดังนี้ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นโฆษก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล เป็นรองโฆษก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/370 ลงวันที่ 16 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi - ARIPOLIS for BCG) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นว่า โครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center : SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) เป็นการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งตามเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ของประเทศ ในการพัฒนาเมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่รับผิดชอบโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่เป็นองค์การมหาชน และขออนุมัติกรอบวงเงินงประมาณรวม 5,408.77 ล้านบาท ดังนั้น จึงเข้าข่ายการดำเนินงานที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 เรื่อง แนวปฏิบัติในการเสนอเรื่องและขออนุมัติดำเนินโครงการลงทุนขององค์การมหาชนที่มีวงเงินลงทุนสูงเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งองค์การมหาชนเจ้าของโครงการต้องดำเนินการขอความเห็นจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ไปดำเนินการต่อไป -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบ กรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2563 รวมทั้งจะดำเนินการตามช้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการเบิกจ่ายลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามภารกิจ และมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาโดยการต่อยอดงานวิจัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ มีความเห็นเพิ่มเติม โดยควรพิจารณางบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2564 ให้มีการสนับสนุนการลงทุนต้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความตระหนัก และความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนงบลงทุนในรัฐวิสาหกิจต้านสังคมให้มากขึ้น เพื่อจะกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศและเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนากำลังคนของประเทศในระยะยาว สำหรับเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ต่อไป -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จำนวน 3 คน แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมเนื่องจากเกษียณอายุราชการโดยให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (17 พฤศจิกายน 2563) เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ดังนี้ 1. ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐ 1.1 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ 1.2 นายดนุชา พิชยนันท์ 2. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ 3. ให้ นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เปลี่ยนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าว ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0203.5/107 ลงวันที่ 8 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.)ระยะที่ 3 ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการของโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ในการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.) ระยะที่ 3 ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระยะเวลา 20 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564-2583) ในกรอบวงเงินงบประมาณรวม 11,943.00 ล้านบาท และเห็นชอบองค์ประกอบของคณะกรรมการระดับนโยบายที่จะทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กรอบ และทิศทางการดำเนินงานโครงการ และคณะกรรมการระดับบริหารเพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักการ แนวทาง หลักเกณฑ์ การบริหารจัดการ ให้คำแนะนำ ส่งเสริมการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานของโครงการในภาพรวม สำหรับวงเงินงบประมาณ จำนวน 11,943.00 ล้านบาท เห็นควรให้หน่วยงานเสนอคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามขั้นตอน โดยจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามความพร้อม ความจำเป็น และความเหมาะสมที่จะต้องใช้จ่ายในแต่ละปีงบประมาณ ให้สอดคล้องกับระยะเวลาตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ความครอบคลุมของแหล่งงบประมาณ ศักยภาพและความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณในปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐ ตามนัยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และตามขั้นตอนของการพิจารณาเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0227.4/4963 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2562 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ เห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) สังกัดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 จำนวน 1,268 อัตรา วงเงินรวม 531,942,960 บาท ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0221.6/37 ลงวันที่ 3 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขออนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างอาคารวิจัยทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยบูรพา โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างอาคารวิจัยทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 11 รายการ จากเดิมจำนวน 908,000,000 บาท เป็นจำนวน 955,349,816.09 บาท โดยมีค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจำนวน 47,349,816.09 บาท ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0227.4/4531 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2565 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 จำนวน 1,090 อัตรา วงเงินรวม 383,880,120 บาท ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0507/619 ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีสำหรับการประชุมนานาชาติว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีสำหรับการประชุมนานาชาติว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ (ICONS 2020 Ministerial Declaration) ซึ่งจะมีการรับรองในการประชุมนานาชาติว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ (International Conference on Nuclear Security : Sustaining and Strengthening Efforts-ICONS 2020) ในวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2563 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา หัวหน้าคณะผู้แทนไทยจะเป็นผู้รับรองร่างปฏิญญาฯ โดยร่างปฏิญญาฯ มีสาระสำคัญเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐสมาชิกที่จะย้ำความมุ่งมั่นของรัฐภาคีต่อการสร้างความยั่งยืนและเข้มแข็งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของวัสดุนิวเคลียร์ วัสดุกัมมันตรังสี รวมถึงสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และรังสี 2. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างปฏิญญาฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0221.6/86 ลงวันที่ 7 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขออนุมัติผ่อนผันการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายการและเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการก่อสร้างอาคารฝึกปฏิบัติการทางวิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. อนุมัติผ่อนผันการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายการและเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างอาคารฝึกปฏิบัติการทางวิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จากเดิม จำนวนเงิน 163,960,000 บาท เป็น จำนวนเงิน 183,912,531.35 บาท โดยเป็นการปรับปรุงการใช้งานพื้นที่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ระบบเครือข่าย ระบบโทรทัศน์ และระบบภาพและเสียง 2. การดำเนินโครงการต่าง ๆ ในครั้งต่อ ๆ ไป ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตรวจสอบความพร้อมในการดำเนินการตามโครงการอย่างละเอียดรอบคอบให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกมิติ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0225.2/1758 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าและกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี ประจำปี ค.ศ. 2020 – 2022 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี ประจำปี ค.ศ. 2020-2022 มีสาระสำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนแก่ผู้รับทุนชาวไทย จำนวน 40 ทุนต่อปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ส่วนฝ่ายไทยให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนหรือทุนการศึกษาบางส่วนแก่นักเรียน/นักศึกษาฮังการี เพื่อศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเป็นระยะเวลา 1-2 ภาคการศึกษา ในระหว่างปี ค.ศ. 2020-2022 และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนฯ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นควรตัดเนื้อหาในร่างเอกสารโครงการฯ I. Higher Education Paragraph 4. ซึ่งระบุว่า “The Thai Participant will consider the Hungarian Participants as a key partner within the framework of the One District One Scholarship programme enhancing the studies of Thai students on BA/BSc level and promote the studies of Thai students in Hungary through the aforementioned programme” เนื่องจากโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (One District One Scholarship : ODOS) จะสิ้นสุดการดำเนินโครงการในปี 2563 และปัจจุบันยังไม่มีแผนการดำเนินโครงการในรุ่นต่อไป 3. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0233.1(1.20)/432 ลงวันที่ 20 มกราคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการการอุดมศึกษา คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา และคณะอนุกรรมการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 โดยคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0221.6/1725 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขออนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างอาคารเรียนรวมและปฏิบัติการ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ1. อนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณ โดยให้มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ จากวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณไว้เดิม จำนวน 145,100,000 บาท เป็นจำนวน 179,199,759.44 ล้านบาท โดยใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สำหรับวงเงินค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาเดิม จำนวน 44,429,759.44 บาท ซึ่งสำนักงบประมาณได้พิจารณาความเหมาะสมของราคาแล้ว และให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการดังกล่าว จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2561- 2563 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2564 2. การดำเนินโครงการต่าง ๆ ในครั้งต่อ ๆ ไป ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมตรวจสอบความพร้อมในการดำเนินการตามโครงการอย่างละเอียดรอบคอบให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกมิติ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0401.1/2135 ลงวันที่ 3 เมษายน 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการดำเนินงานรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในประเด็น “การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์” โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด มหาวิทยาลัย ตลอดจนภาคเอกชน เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยมุ่งเน้นประเด็นการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 4 ประเด็น คือ 1. หน้ากากทดแทน N95 (N95-equivalent) ที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง 2. อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) 3. เครื่องช่วยหายใจ (Ventilators) และ 4. ห้องตรวจแยกโรคแรงดันลบ (Negative-pressure facilities) ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/1651 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรายงานประจำปี 2561 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประจำปี 2561 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประกอบด้วยผลการดำเนินงานและรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0222.1/2301 ลงวันที่ 17 เมษายน 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดทำระบบบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อการขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการดำเนินโครงการดังกล่าว จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ของสำนักงาน กสทช. ประจำปี พ.ศ. 2563 เป็นจำนวนเงิน 600,000,000 บาท (หกร้อยล้านบาทถ้วน) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0507/2274 ลงวันที่ 14 เมษายน 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ การค้า และการพัฒนาแห่งประเทศแคนาดากับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ การค้า และการพัฒนาแห่งประเทศแคนาดากับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับการให้บริการและฝึกอบรมแบบในการพัฒนาหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีที่ยั่งยืน และเห็นชอบให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระบุว่าฝ่ายแคนาดาจะให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ทางการเงินกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นมูลค่า 1,200,000 ดอลลาร์แคนาดา รวมทั้งควรสร้างการรับรู้แก่ภาคประชาชนและสังคมเพื่อสร้างความตระหนักและเข้าใจบริบทการพัฒนาและสร้างขีดความสามารถของประเทศด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี โดยเฉพาะในมิติของความปลอดภัยและประโยชน์ที่จะได้รับอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินงานที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ และติดตามประเมินผลการดำเนินการเป็นระยะ เพื่อให้สามารถพิจารณาขยายความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในสาขาอื่น ๆ 3. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0227.4/2094 ลงวันที่ 1 เมษายน 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนความต้องการอัตรากำลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (พ.ศ. 2564 - 2566) ภายใต้โครงการการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2556 - 2560) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการแผนความต้องการอัตรากำลังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (พ.ศ. 2564-2566) ภายใต้โครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2556-2560) เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอัตรากำลังในการปฏิบัติงานเพียง 70 อัตรา รองรับการให้บริการผู้ป่วยได้เพียง 156 เตียง จึงมีความจำเป็นต้องมีอัตรากำลังเพิ่มเติม จำนวน 1,575 อัตรา เพื่อให้โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ โดยการเพิ่มอัตรากำลังดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณสำหรับดำเนินการเพิ่มขึ้นประมาณ 401.87 ล้านบาท 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตของสำนักงบประมาณและความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐที่เห็นว่า 1) ด้านการวางแผนอัตรากำลัง ควรต้องสอดคล้องกับ (ร่าง) แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 และโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561-2570 รวมทั้งควรบูรณาการและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาเชิงวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขร่วมกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลของเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการสาธารณสุขในภูมิภาค ความสามารถในการรับมือกับสภาวการณ์ภัยคุกคามจากโรคอุบัติใหม่หรือโรคประจำถิ่น และสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) และเห็นควรให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้ามามีบทบาทร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำแผนการพัฒนาและผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในภาพรวมของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้กำลังคนในและสาขา นอกจากนี้ กรณีบุคลากรสายสนับสนุนของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ควรพิจารณาให้มีปริมาณที่เหมาะสม โดยอาจพิจารณาจ้างด้วยรูปแบบอื่น และประสานเชื่อมโยงบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับหน่วยงานด้านสุขภาพที่มีอยู่แล้วของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ และ 2) ด้านงบประมาณ เห็นควรให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยคำนึงถึงศักยภาพในการสรรหาและความสามารถในการบรรจุอัตรากำลัง รวมถึงการพิจารณานำเงินนอกงบประมาณ (เงินรายได้ของโรงพยาบาล) มาสมทบเป็นค่าใช้จ่ายของบุคลากรตามแผนอัตรากำลังเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระงบประมาณรายจ่ายประจำปี (รายจ่ายประจำ) สำหรับอัตราค่าจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)5309/2504 ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับ (ร่าง) แนวปฏิบัติการรับจดแจ้งวัตถุอวกาศ โดยคณะรัฐมนตรี มีมติ 1. เห็นชอบ (ร่าง) แนวปฏิบัติการรับจดแจ้งวัตถุอวกาศ 2. มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สทอภ. ดำเนินการรับจดแจ้งวัตถุอวกาศไปพลางก่อนในระหว่างที่ยังมีกฎหมายอวกาศและหน่วยงานที่ดูแลการรับจดแจ้งวัตถุอวกาศ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/2575 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (National Energy Technology Center : ENTEC) โดยคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในหลักการการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (National Energy Technology Center : ENTEC) เป็นหน่วยงานเฉพาะทางในสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ