ภารกิจหลักและผลงาน

Item set

Items

Advanced search
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/4675 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center : SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะเพื่อให้ผู้พัฒนาระบบ (SI) นักนวัตกร นักวิจัย ตลอดจนนักศึกษา ในสาขาที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่โครงการจัดเตรียมไว้ให้ และเป็นการขยายผลการวิจัยพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปสู่การลงทุนต่อยอดผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ด้วยความพร้อมทั้งทางเทคนิคและศักยภาพการแข่งขัน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) เสนอ สำหรับงบประมาณในการดำเนินโครงการ SMC เป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) ภายในกรอบวงเงิน 5,408,770,000 บาท จำแนกเป็นงบลงทุน จำนวน 4,707,530,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเครื่องจักรและครุภัณฑ์ราคาสูง และเป็นงบดำเนินงาน จำนวน 701,240,000 บาท ไม่เข้าข่ายตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เนื่องจากไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ ส่วนรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้งข้อสังเกตของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน เพื่อวัดความสำเร็จของผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่กำหนดขึ้นตามนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/4761 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด่วนที่สุด ที่อว(ปคร)6001/4675 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เรื่องการขอแก้ไขข้อมูลตัวเลขของโครงการ เนื่องจากแสดงตัวเลขทศนิยมคลาดเคลื่อน
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0211/7497 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Project of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Project of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund) และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ซึ่งจะมีการลงนามในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับสนับสนุนจากงบประมาณกองทุน MLC Special Fund ประจำปี พ.ศ. 2563 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้กองทุนอย่างสูงสุด โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแล ประเมินผลโครงการ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณที่เห็นว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งมอบงบประมาณและการบริหารจัดการ โดยเงินที่ส่วนราชการได้รับให้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงของกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้างตามร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐได้รับตามโครงการช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งสามารถเก็บเงินไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง และถือปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0222.3/8869 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอปรับเปลี่ยนข้อเสนอของส่วนราชการ โครงการเตรียมงานฉลองครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (6 พฤษภาคม 2566) โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขอปรับเปลี่ยนข้อเสนอของส่วนราชการ ในข้อ 5 ของหนังสือราชการ อว(ปคร)0222.3/6883 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 โดยขอใช้ข้อความดังนี้ 1. เห็นชอบให้รัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเสนอพระนามให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณเป็นบุคคลสำคัญของโลกในปี พ.ศ.2566 และ2. พิจารณาให้มีแผนการดำเนินงานและกิจกรรมเฉลิมฉลอง 3 ระยะ ได้แก่ แผนการดำเนินงานระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยแบ่งการเฉลิมฉลองออกเป็น 1) ระดับกระทรวงต่างๆ 2) ระดับภาคประชาชน ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ ในพระอุปถัมภ์ โดยไม่ขอผูกพันงบประมาณ
  • ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชนว่างงานและบัณฑิตจบใหม่ไม่สามารถหางานทำได้ รวมถึงนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ประชาชนที่ว่างงานย้ายกลับถิ่นฐานจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมุ่งเน้นที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับชุมชน ทั้งการสร้างงาน การพัฒนาอาชีพในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คาดได้ว่าจะมีโครงการภายใต้ “พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” ในภาครัฐจำนวนมากที่จะลงไปพื้นที่หรือชุมชน
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)78.10/8557 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก RoboCup 2022 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. รับทราบการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก RoboCup 2022 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยใช้กรอบงบประมาณวงเงินทั้งสิ้น 20 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 50 ล้านบาท จะขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสมาพันธ์ระดับนานาชาติ RoboCup และหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กระทรวงศึกษาธิการ) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) เป็นต้น] สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) พิจารณาถึงความครอบคลุมทุกแหล่งเงินที่ต้องใช้ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ จากเงินรายได้และหรือเงินอื่นใดที่มีอยู่หรือนำมาใช้จ่ายได้ รวมทั้งการสนับสนุนจากภาคเอกชนหรือหน่วยงานอื่นมาสมทบการดำเนินงานในลำดับแรกก่อน เพื่อให้เกิดภาระต่องบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสม และจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอน ทั้งนี้ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ ควรคำนึงถึงความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมทั้งการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) รับความเห็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าว
  • คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยสร้างกลไกให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐได้ เพื่อให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอรัฐสภาต่อไป โดยให้แจ้งประธานรัฐสภาทราบด้วยว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6201/749 ลงวันที่ 14 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 24,400 ล้านบาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เรื่อง แนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเสนอ 2. ให้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และข้อเสนอแนะของสำนักงาน ก.พ.ร. ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6201/456 ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่อง แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่อง แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การกำหนดขอบเขตและทิศทางการพัฒนาภายใต้บทบาทใหม่ของการอุดมศึกษา 2. แนวทางการดำเนินงานในส่วนการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนและการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม และ 3. กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้แผน ซึ่งที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 มีมติเห็นชอบแผนด้านการศึกษาฯ แล้ว
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6201/19 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดย คณะรัฐมนตรีมีมติ 1. อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 117,880.9139 ล้านบาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 (เรื่อง แนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565) ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเสนอ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและข้อเสนอแนะของสำนักงาน ก.พ.ร. ที่เห็นควรกำหนดตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ของการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System) ให้มีความท้าทาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนแผนด้านการอุดมศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 ไปสู่ความเป็นเลิศด้านการอุดมศึกษาของประเทศ เช่น ระดับความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาที่ติดอันดับ World University Rankings by Subject หรือ World Class University Ranking ใน 100 อันดับแรก เป็นต้น และกำหนดเป้าหมายการจัดการศึกษา ในช่วงปีการศึกษา พ.ศ. 2564-2570 ให้รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุปสงค์ของภาคการผลิต (Demand Side Financing) รวมทั้งบรรเทาผลกระทบต่อการจ้างงานที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) โดยเพิ่มเป้าหมายการผลิตบัณฑิต (Degree Program) ในสาขาวิชาที่สอดคล้องต่อการตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ มุ่งเน้นกลุ่มสาขาตามอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (S-Curve) และอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาเทคโนโลยีดิจิทัล 2. ในการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณประจำปีในคราวต่อ ๆ ไป ให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาตินำกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาในคราวเดียวกันด้วย
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0226.5/1030 ลงวันที่ 19 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จาก พ.ศ. 2552 – 2564 เป็น พ.ศ. 2552 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จากเดิม พ.ศ. 2552-2564 เป็น พ.ศ. 2552-2570 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ สำหรับภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานดังกล่าว เห็นควรให้ใช้จ่ายภายในกรอบวงเงิน 6,412,250,000 บาท ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เดิม ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วบางส่วน และยังมีกรอบวงเงินคงเหลืออยู่ โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่น ควรเพิ่มสาขาสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา และสาขาการจัดสวัสดิการสังคมในโครงการฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และจัดทำรายงานผลการดำเนินการประจำปีเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของโครงการฯ ให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ เพื่อประเมินผลทั้งในมิติด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณากำหนดแนวทางการจัดสรรทุนการศึกษาตามโครงการฯ ในแต่ละสาขาวิชาให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในอนาคต รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาต่าง ๆ ของโครงการฯ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สมัครรับทุนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบอย่างทั่วถึงด้วย
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0505/4454 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาด้านความร่วมมือเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาด้านความร่วมมือเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในเอกสารแจ้งการตอบรับไปยังอาเซียน (ภายในเดือนมีนาคม 2564) ซึ่งการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาในด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี โดยกิจกรรมภายใต้บันทึกความเข้าใจฯ อาทิ การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค และการประชุมเชิงปฏิบัติการให้หัวข้อต่าง ๆ เช่น หน้าที่การกำกับดูแลความปลอดภัยจากกัมมันตรังสี ระบบและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เป็นต้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวด้วย
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/1344 ลงวันที่ 25 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรายงานประจำปี 2562 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประจำปี 2562 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประกอบด้วยผลการดำเนินงานและรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ
  • คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้สามารถดำเนินการและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ตลอดจนการลงทุน ร่วมลงทุนกับหน่วยงานภาคทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำผลงานการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประกอบกิจการให้เกิดรายได้ในเชิงพาณิชย์ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ 3. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงาน ก.พ.ร. .เช่น ควรจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในกรณีที่บริษัทจัดตั้งหรือร่วมทุนดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดต้องดำเนินการตามกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมบุคลากรภายในหน่วยงานและจัดทำแผนการดำเนินงานองค์กรที่มีความชัดเจน รวมทั้งมีระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานในระยะต่อไปมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของประเทศต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไปพิจารณาดำเนินต่อไปด้วย
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)78/4449 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ดำเนินการโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ภายในกรอบวงเงิน 11,629.65 ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณ จำนวน 7,764.00ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ จำนวน 3,865.65 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ. 2565-2570) โดยให้มหาวิทยาลัยมหิดลจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามความพร้อมและความสามารถในการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับแผนการย้ายโรงงานพระราม 6 ขององค์การเภสัชกรรม เพื่อใช้พื้นที่ว่างดังกล่าวในการเตรียมการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี สำหรับชั้นความสูงของอาคารให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างอาคารให้ถูกต้องเป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในท้องที่แขวงถนนนครไชยศรี แขวงวชิรพยาบาล แขวงดุสิต แขวงสวนจิตรลดา แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต แขวงทุ่งพญาไท แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และแขวงวัดสามพระยา แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการต่อไป และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) รับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/5305 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ โดยมีวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยเป็นกลสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และเห็นชอบองค์ประกอบของคณะกรรมการระดับนโยบายและระดับบริหารสำหรับโครงการฯ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการวิชาการในแต่ละด้าน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับข้อสังเกตของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และความเห็นของสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่น การสร้างและพัฒนากำลังคน และทุนทางปัญญา การพัฒนาองค์ความรู้ในประเด็น สุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่างศิลป์ท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายในรูปแบบ Consortium การสนับสนุนการพัฒนาบนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรม การนำเสนอผลงานทางวิชาการ และการจัดเวทีวิชาการ ควรกำหนดค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่จะได้รับตามกลุ่มเป้าหมายหรือประชาชนจะได้รับเชิงคุณภาพเป็นสำคัญ และควรพิจารณาถึงความเหมาะสมในการขับเคลื่อนโครงการที่เสนอให้มีการจัดตั้งวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยให้เป็นสถาบันเฉพาะทางดำเนินงานด้านสุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมดำเนินการอยู่
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/7497 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรายงานประจำปี 2563 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประจำปี 2563 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประกอบด้วยผลการดำเนินงานและรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/9088 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินงานโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม (โครงการอบรมฯ) ภายในกรอบวงเงิน 407,229,585 บาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่ออบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) พืชและเห็ดเศรษฐกิจ หมอดิน New Normal และพืชสมุนไพร 2. เพื่อรองรับแรงงานคืนถิ่น พลิกฟื้นอาชีพด้านเกษตรกรรมด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงวิกฤตของโรคโควิด 19 เพื่อเป็นทางรอดและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน 3. เพื่อสร้างต้นแบบเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี และส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม กลุ่มเป้าหมาย เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นทั่วทุกภาคของประเทศ จำนวน 2,574 กลุ่ม ประมาณ 25,740 ราย ดำเนินการโดยจัดกิจกรรมฝึกอบรมและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพด้านต่าง ๆ ตามวัตุประสงค์ และระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564-2565 (เริ่มเดือนกรกฎาคม 2564) ตามที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจัดการอบรม สัมมนา หรือการประชุมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และควรร่วมมือกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการเกษตร รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/12632 ลงวันที่ 16 กันยายน 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบต่อร่างเอกสาร ASEAN Protocol for Preparedness and Response to a Nuclear or Radiological Emergency โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่อร่างเอกสาร ASEAN Protocol for Preparedness and Response to a Nuclear or Radiological Emergency และมอบหมายให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ แจ้งการเห็นชอบร่างเอกสาร ASEAN Protocol for Preparedness and Response to a Nuclear or Radiological Emergency ของประเทศไทยต่อเครือข่าย โดยร่างเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารทางวิชาการสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในภูมิภาคอาเซียนใช้เป็นคู่มือในการเตรียมการรับมือและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างเอกสาร ASEAN Protocol for Preparedness and Response to a Nuclear or Radiological Emergency ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/13378 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภค โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภค กรอบวงเงิน 278,928,300 บาท เพื่อให้โครงการฯ สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ และสามารถบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรในการขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง และนำเสนอผลผลิตที่มีมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อผู้บริโภค และให้ยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 (เรื่อง การเสนอเรื่องเร่งด่วนต่อคณะรัฐมนตรี) ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เห็นควรร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่เพื่อต่อยอดการดำเนินงานและลดความซ้ำซ้อนในกลุ่มเป้าหมายได้ ส่วนรายละเอียดงบประมาณให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และระเบียบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัดกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคี ไทย - อินเดียครั้งที่ 8 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ทั้งนี้ ควรพิจารณาเพิ่มเติมข้อความในร่างเอกสารผลลัพธ์ฯ หมวด Science and Technology Cooperation ข้อ 19 ดังนี้ "Thailand also looked forward to cooperating with India on higher education to enhance human capacity building in the area of space science, especially space exploration. " เพื่อให้ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์อวกาศมีความครอบคลุมต่อการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องต่อไป
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/14843 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2564 (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Projects of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund 2021) โดย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2564 (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Projects of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund 2021) และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณของโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากฝ่ายจีนให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้กองทุนอย่างสูงสุด โดยมีสาระสำคัญในการสร้างชุมชนแห่งการแบ่งปันเพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่งคั่งในอนาคตต่อสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง และปฏิบัติตามเจตนารมณ์ในการปรึกษาหารือ การร่วมมือกัน การช่วยเหลือกันและมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเคารพกฎหมายและกฎระเบียบของทั้งประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน และร่วมกันติดตามประเมินโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณจากกองทุน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และหากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2564 ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหุตผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว
  • หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/20319 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการ/กิจกรรมของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 มอบให้แก่ประชาชน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบโครงการ/กิจกรรมของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 มอบให้แก่ประชาชน รวม 19 โครงการ/กิจกรรม แบ่งเป็น 1. โครงการ/กิจกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จำนวน 12 กิจกรรม 2. โครงการ/กิจกรรม เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม จำนวน 7 กิจกรรม ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ
  • คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นหน่วยงานอื่นของรัฐตามมาตรา 63/15 วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานในกำกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งประกอบด้วย รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ และองค์การมหาชน เป็นหน่วยงานของรัฐที่สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับทางปกครองแทนได้ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ 2. เห็นชอบให้เพิ่มเติมกรณีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ แต่ไม่มีฐานะเป็นกรมเป็นหน่วยงานของรัฐที่สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับทางปกครองแทนได้ ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 จำนวน 5 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้ 1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทางนิวเคลียร์และรังสี 2. ร่างกฎกระทรวงการแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการแจ้งการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี 3. ร่างกฎกระทรวงการแบ่งระดับ การกำหนดคุณสมบัติ และการอนุญาตเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดการแบ่งระดับและการกำหนดคุณวุฒิของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 4. ร่างกฎกระทรวงการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว 5. ร่างกฎกระทรวงกำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดการดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ที่ต้องแจ้งต่อเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ