นโยบายและแผนงาน
Item set
- ชื่อเรื่อง
- นโยบายและแผนงาน
Items
-
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 -2570) ของมหาวิทยาลัย เพื่อวางทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย และเป้าหมายการพัฒนาในแต่ละยุทธศาสตร์ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561- 2580) -
King Mongkut’s University of Technology Thonburi (KMUTT) is an autonomous university with administrative and management autonomy in the areas of academic, human resources, and finance and budgeting. KMUTT has a president as the head of the university who is responsible for the management of the university affairs and activities in compliance with the laws, rules, and regulations. KMUTT has set the policy to be principles and guidelines for decision making by university executives and as strategies for implementation by university personnel. -
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีอิสระในการบริหารจัดการ ทั้ง ด้านวิชาการ ด้านบุคคล และด้านการเงินและงบประมาณ โดยมีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และ รับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย และในการบริหารกิจการมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้กำหนดนโยบาย (Policy) มาเป็นหลักและวิธีการปฏิบัติที่เป็นแนวทางของผู้บริหารใช้เป็นกรอบในการตัดสินใจตลอดจนเป็นกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติของบุคลากร -
การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆ ทั้งจากบริบทในประเทศและนานาประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ปรับแผนพัฒนาระยะยาว 15 ปีหรือ KMUTT Roadmap 2020 แล้วจัดทำแผนพัฒนา มจธ. ระยะยาว 20 ปี พ.ศ.2560-2579 (KMUTT Roadmap 2036) เพื่อให้สอดคล้องกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยมีคณะทำงานที่มาจากทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัยมาร่วมกันทำงานในการทบทวนผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อกำหนดกรอบแผนทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ในระยะยาว 20 ปี และได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในการประชุม ครั้งที่ 233 วันที่ 9 มกราคม 2562 เพื่อใช้เป็นแนวทางการกำกับทิศทางการพัฒนาให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็น Entrepreneurial University และมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลก (World Class University) -
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มีแผนพัฒนา มจธ. ระยะยาว 20 ปี พ.ศ.2560-2579 (KMUTT Roadmap 2036) เป็นกรอบการพัฒนาระยะยาว และถอดมาเป็นแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปี ในช่วงที่สองเป็นแผนกลยุทธ์ มจธ. ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2565-2569) โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ และคณะทำงานจัดทำแผนกลยุทร์ มจธ. ฉบับที่ 13 ร่วมกับกลไกการสร้างคนรุ่นใหม่ของ มจธ. ที่มองเชิงกลยุทร์ เพื่อยกร่างกลยุทธ์ การพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วงปี พ.ศ.2566-2569 ให้เป็นแผนเชิงรุกไปสู่อนาคต เพื่อเป็นกรอบการพัฒนามหาวิทยาลัย และเป็นคู่มือของผู้บริหารมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายในใช้ในการกำกับการทำงานของมหาวิทยาลัย และดำเนินการจัดทำแผนด้านต่าง ๆ เป็น Action Plan เช่นแผนการเงินและงบประมาณ หรือแผนระดับหน่วยงาน เป็นต้น รวมทั้งใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนการดำเนินงาน และงบประมาณล่วงหน้าระยะปานกลาง (แผน1+2) เพื่อให้คณะ สำนัก สถาบันนำไปประกอบการวางแผนของหน่วยงานให้สอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ มจธ. ในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องอาศัยกลไกการมีส่วนร่วมของประชาคม มจธ. ในทุกภาคส่วน ทั้งในระดับคณะ สถาบัน สำนัก ภาควิชา สำนักงาน ศูนย์ และผู้มีส่วนได้เสียให้มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ ทั้งการกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ร่วมจัดทำรายละเอียดยุทธศาสตร์ให้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนถึงการติดตามประเมินผล เพื่อขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสภาพสังคมที่พึงประสงค์ และสอดคล้องทันต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ของประเทศและบริบทสังคมโลก -
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ภายใต้กรอบทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยในระยะยาว 15 ปี (KMUTT Roadmap 2020) และกรอบการพัฒนา มจธ. ระยะยาว พ.ศ. 2560-2579 (KMUTT Roadmap 2036) มุ่งพัฒนาผู้เรียน และ มจธ. มีค่านิยมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)และพร้อมช่วยกันสร้างสังคมให้เข้มแข็งได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเข้าสู่ World Class และ Smart University เป็นฐานในการพัฒนาเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ การมีส่วนร่วมที่สำคัญในการพัฒนา STEM Education และ Workforce ที่มุ่งพัฒนากำลังคนสำหรับคนในวัยทำงาน คนด้อยโอกาสและผู้สูงวัยให้กับประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาเศษฐกิจและสังคมฐานความรู้ด้วยการผลิตกำลังคนระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างงานวิจัยและพัฒนาตลอดจนให้บริการวิชาการแก่สังคมและชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของสังคมและชุมชนบนฐานของการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลก โดยดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานพันธ์ธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทั้งในและต่างประเทศผ่านกลไกความร่วมมือหลากหลายรูปแบบ เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาไปสู่นวัตกรรม (Innovation) ที่มีประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งเวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ 1) มจธ. เป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ที่พัฒนาการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ดีที่สุด ภายในปี พ.ศ.2564 2) มจธ. เป็น Best 3 Entrepreneurial University in ASEAN ในปี พ.ศ.2569 3) มจธ. เป็น Science, Technology and Innovation University ในอาเซียนที่มีคุณค่าและมีความหมายมากที่สุดในปี พ.ศ.2579 เป็นกลไกการถอดแผนพัฒนา มจธ. ระยะยาวไปสู่การปฏิบัติ เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้ประชาคม มจธ. สามารถเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาให้สัมพันธ์กันได้ทุกระดับ อันนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่า มจธ. พร้อมเป็นองค์กรสนับสนุนประเทศในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมประเทศอย่างเป็นรูปธรรม -
การจัดทำแผนกลยุทธ์มีความสำคัญและจำเป็นมากในสภาพแวดล้อมและบริบทของการดำเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรงในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้องค์กรมีทิศทางและแผนงานที่ชัดเจนสำหรับเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ สำหรับการแปลงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2561-2580 มาเป็นแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยทักษิณ ระยะ 5 ปีนั้น มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้รองอธิการบดีฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบโดยตรงในแต่ละเป้าหมาย น ากลยุทธ์ไปก าหนดเป็นโครงการ/กิจกรรม เพื่อรองรับกลยุทธ์นั้น ๆ เพื่อให้การด าเนินงานเชื่อมโยงสัมพันธ์กันทุกระดับและน าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และถ่ายทอดแผนกลยุทธ์ ฯ ไปยังหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยผ่านที่ประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อการนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน -
การจัดทำแผนกลยุทธ์มีความสำคัญและจำเป็นมากในสภาพแวดล้อมและบริบทของการดำเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรงในปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้องค์กรมีทิศทางและแผนงานที่ชัดเจนสำหรับเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ การนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติหรือดำเนินการยังขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในองค์กร ที่จะร่วมรับรู้ (ได้รับการถ่ายทอด) แผนกลยุทธ์มากน้อยเพียงใดด้วย ซึ่งการถ่ายทอดแผนกลยุทธ์ไปสู่แผนปฏิบัติการนั้น จะกระทำกันในรูปของแผนงาน/กิจกรรม/โครงการที่จะดำเนินการในระยะเวลาของแผนกลยุทธ์และที่จะดำเนินการจำแนกเป็นรายปี โดยการถ่ายขอดจะเริ่มจากการถ่ายทอดเป้าหมาย เป้าประสงค์และเป้าหมายผลผลิตไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ ถ่ายทอดกลยุทธ์ไปสู่แผนงาน/กิจกรรม/โครงการที่จะดาเนินการให้บรรลุกลยุทธ์และถ่ายทอดแผนงาน/กิจกรรม/โครงการไปสู่ทรัพยากรที่จะใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุผลตามแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ โดยสรุปแล้วการวางแผนกลยุทธ์ จึงเป็นเทคนิคการวางแผนที่มองไปในอนาคตระยะยาว โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์ที่มีลักษณะทั้ง "กว้าง" และ "ไกล" รวมถึงมีความป็น "องค์รวม" (ไม่แยกส่วน) จึงมีความเหมาะสมสาหรับนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาองค์กร เพื่อความอยู่รอดขององค์กรภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงของส่วนในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันที่รุนแรง และรอบด้านในปัจจุบัน -
แผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยทักษิณ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2567 (ฉบับปรับปรุง ธันวาคม 2564) ฉบับนี้จัดทำขึ้นภายใต้กรอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2561-2580 และสอดคล้องกับการกำหนดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ตามประกาศของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องการกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษา สังกัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งมหาวิทยาลัยทักษิณอยู่ในกลุ่มที่ 2 กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรม (Technology and Innovation) ซึังจะต้องกำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ประเมินคุณภาพ ก ากับดูแล และจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้เกิดการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม -
แผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยทักษิณ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เป็นแผนที่ได้จัดทำขึ้นในลักษณะแผนกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทักษิณโดยรวม ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทินิสิต ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน/สังคม องค์กรของรัฐและเอกชน ที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย คำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติแนวนโยบายแห่งรัฐ โดยได้มีการทบทวนและวิเคราะห์บริบทการพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับโลกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนพัฒนามหาวิทยาลัย และขับเคลื่อนประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยการจัดทำแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยทักษิณระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เป็นการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งเป็นแผนที่ระบุทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์และร่วมกันกำหนดโครงการ/กิจกรรม เพื่อขับเคลื่อนแผนฯ ให้บรรลุตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดและการเป็นมหาวิทยาลัย “กลุ่มที่ 2 การพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology and Innovation) สามารถสร้างอนาคตด้วยการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ วิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม การบริการวิชาการและการบริหารที่เป็นเลิศผสานการดำเนินงานและการขับเคลื่อนด้วยพันธกิจแบบบูรณาการจากจุดแข็งที่มีทางสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาคีพันธมิตร -
มหาวิทยาลัยทักษิณได้ดำเนินงานมาได้ระยะหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ระยะยาวมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2553-2567 ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแนโน้มการพัฒนาภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประชากร สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ลักษณะของเศรษฐกิจในอนาคตจะมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ดำเนินไปในกระแส ของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้รูปแบบของระบบการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งรูปแบบของระบบการศึกษาทำให้ไทยต้องเร่งสร้างคุณภาพในการจัดการศึกษารวมทั้งการรู้จักอนุรักษ์และพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้านสังคมจะเป็นสังคมภูมิปัญญามากขึ้นในลักษณะสังคมฐานความรู้ และการเคลื่อนย้ายถิ่นแบบไร้พรมแดนจะทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ปีญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ด้านการเมืองการปกครอง ประชาชนจะตื่นตัวในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และให้ความสำคัญในด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ภายใต้กระแสการปกครองระบอบประชาธิปไตย จะต้องสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกระดับ โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ ส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี ปรองดอง และเน้นการแก้ปัญหาด้วยวิธีสมานฉันท์ การเปลี่ยนแปลงบริบทต่างๆ ของโลกในกระแสโลกาภิวัตน์ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาให้คนมีความรอบรู้ เข้าใจ และเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงในการจัดการศึกษา คือ นักเรียนมัธยมที่เป็นตัวป้อนให้แก่อุดมศึกษามีคุณภาพโดยรวมต่ำลง โดยพิจารณาจากสัมฤทธิผลการศึกษา ความสามารถพื้นฐานการอ่านภาษาไทยซึ่งเป็นฐานของการเรียนรู้ทางวิชาการ การขาดโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอทางวิชาการมหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ต่อไปในระยะยาว -
มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ทบทวน และปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย โดยจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2561-2580 (ระยะยาว 20 ปี) โดยกำหนดความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ไว้ 5 ด้าน คือ 1. ความเป็นเลิศด้านการผลิตบัณฑิตที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน 2. ความเข้มแข็งด้านการวิจัย 3. ความเป็นนานาชาติ 4. การบริหารจัดการเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และ 5. ความมั่นคงทางการเงิน และจากความท้าทายนี้ได้นำไปกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดหลัก จากตัวชี้วัดหลักจึงกำหนดกลยุทธ์ และโครงการ/กิจกรรม -
แผนพัฒนาความเป็นเลิศ และแผนการผลิตกำลังคนระดับสูง เฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ ประจำปี 2566-2570 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมหาวิทยาลัยได้กำหนดเป้าหมายความส าเร็จของแผนในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไว้ 3 ข้อ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ไว้ว่า “มหาวิทยาลัยชั้นน าที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” -
การปรับแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ ระยะที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) : ปรับปรุงปี 2559 สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ได้นําเสนอ ต่อสภามหาวิทยาลัย ตลอดจนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงข้อคิดเห็นผลการประเมินการเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สะท้อนถึงการปรับวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
ยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562-2565) ของศาสตราจารย์คลินิกนายแพท์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2561 ซึ่ีงการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มหาวิทยาลัยได้ทบทวนปัจจัยภายนอกที่ส าคัญตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนปฏิรูปประเทศ ดังนั้นยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 - 2565) มีการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ของประเทศ -
ตามมติสภามหาวิทยาลัยคราวประชุมที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ได้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน" รวมถึงพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ที่สำคัญ -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้ดำเนินการมาถึงระยะครึ่งแผน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) ซึ่งที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 11/2563 มีมติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 12 ไปอีก 1 ปี เพื่อให้ตรงตามกรอบระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะสิ้นสุดการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การเปลี่ยนแปลงที่เป็นบริบทสำคัญของการจัดการศึกษาในโลกยุค Disruption การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงนโยบายสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable Development) และการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ(Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy : BCG) และแผนการบริหารงานของอธิการบดีที่ได้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว พร้อมได้ระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารส่วนงานผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กบม.) และที่ประชุมกลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะครึ่งแผน โดยกำหนดวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายมุ่งสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ตามแนวทาง Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก รวมถึงสร้างผลกระทบในรูปแบบ Socio-economic Impact มากกว่า 7,000 ล้านบาท และการประเมิน EdPEx อยู่ที่ระดับมากกว่า 350 คะแนน (TQC) พร้อมได้นำแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDGs ขององค์การสหประชาชาติ (UN) บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนบริหารจัดการเพื่อเป็นองค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศ มาเป็นกรอบวัตถุประสงค์ของแผน ผ่านประเด็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวม 7 ด้าน และ 9 กลยุทธ์เพื่อใช้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ต่อไป -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) เป็นแผนที่ได้จัดทําขึ้นในลักษณะแผนกลยุทธ์ ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวมให้ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทิ นักศึกษา ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน/สังคม องค์กรของรัฐและเอกชนที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย โดยน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการขับเคลื่อนให้สามารถพัฒนามหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนประเทศสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า ได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2563-2566 รวมถึงการวิเคราะห์และคาดการณ์เพื่อวางแผนอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (Strategic Foresight for Future Success) ซึ่งได้มีการรวบรวม และวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ (Key Driving Forces) ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อนำมาพิจารณาในกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายน 2566 ยังได้มีสัมมนาเชิงปฏิบัติการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (พ.ศ.2560-2579) ได้จัดทำขึ้นโดยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานตามภารกิจของมหาวิทยาลัย ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT) ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของสังคมโลกเป็นการวิเคราะห์กรอบทิศทางการเปลี่ยนแปลง และแนวโน้มด้านต่าง ๆ ของโลก รวมถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เป็นต้น ซึ่งประเด็นสำคัญเหล่านี้มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษา และการพัฒนากำลังคนของประเทศ สำหรับสภาพแวดล้อมภายในประเทศนั้นได้วิเคราะห์แนวคิด “ประเทศไทย 4.0” (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ( พ.ศ.2560-2564) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) รวมถึงยังได้นำข้อมูลผลการ ดำเนินงาน และข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลด้านการวิจัย ข้อมูลด้านงบประมาณ เป็นต้น จะเป็นกรอบแนวทางการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในช่วงปี พ.ศ.2560-2579 เป็นเข็มทิศชี้แนวทางที่ชัดเจนที่จะรวมพลังนำไปสู่การพัฒนา และขับเคลื่อนให้บรรลุถึงเป้าหมายที่พึงปรารถนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้แจ้งให้,หาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อให้เกิดจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษากำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุนประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกกลุ่มสังกัด และประเมินตนเองตามตัวชี้วัดที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด โดยให้สภาสถาบันอุดมศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประมวลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ดำเนินการตามนัยของกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการ 1) เลือกสังกัดกลุ่มและประเมินตนเองตามตัวชี้วัดศักยภาพองค์กรและตัวชี้วัดผลการดาเนินงานของแต่ละกลุ่มตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด 2) จัดทำแผนการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา แผนการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ หรือแผนพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาด้านอื่น หรือ “แผนการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยขอนแก่น” -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า โดยพัฒนาปรับปรุงจากข้อเสนอทิศทางกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการตามมติสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นในคราวการประชุมครั้งที่ 7/2557 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 และประกาศสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 6/2557 โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดจากการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2554-2558 รายงานผลการติดตามและประเมินผลงานของอธิการบดี พันธกิจและนโยบายในการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัย (พ.ศ.2559-2562) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัย การวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมการบริหารกิจการมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 บริบทใหม่ของโลก อาทิ การเกิดประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ความมั่นคงด้านทรัพยากรอาหาร พลังงาน น้ า และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่าง ๆ 6 กลุ่ม เพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2558 ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2563-2566 ฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้าโดยพัฒนาปรับปรุงจากแผนกลยุทธ์การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2562-2566 ของรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ผู้ได้รับการคัดเลือกจากสภามหาวิทยาลัยให้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีช่วงปี พ.ศ.2562–2566 ตามมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 และยังได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัยการวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยนอกจากนี้ในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่างๆจํานวน 6 กลุ่ม เพื่อนําข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนําเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นและที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลําดับ -
แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน (พ.ศ.2556–2565) จัดทําขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นแผนระยะยาวเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน โดยได้นํากรอบแนวคิดของแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2556-2565) ซึ่งเป็นแผนที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2555-2558) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) มาเป็นแนวทางในการจัดทําแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ และได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการประจําวิทยาเขตกําแพงแสน ครั้งที่ 12/2556 วันที่ 17 ธันวาคม 2556 -
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน จึงได้นําข้อมูลการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก มาประกอบการกําหนดประเด็นยุทธศาสตร์เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์หลัก พร้อมทั้งกลไกการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สู่ความสําเร็จ การจัดทําแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ได้ระดมความร่วมมือ ความคิด ความเห็นของบุคลากรทุกระดับในการดําเนินการ กําหนดเป็นกรอบการดําเนินงานไว้ในแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2563–2567) เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์และพันธกิจต่อไป