นโยบายและแผนงาน
Item set
- ชื่อเรื่อง
- นโยบายและแผนงาน
Items
-
แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2556-2565) จัดทําขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในอันที่จะจัดทําแผนระยะยาวเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยได้นํากรอบแนวคิดของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 โดยแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2556 – 2565) จะนําไปสู่การจัดทําแผนปฏิบัติการมหาวิทยาลัย (Action Plan) ในการบริหารวิทยาเขตและหน่วยงานต่างๆ ในเชิงรุก ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งหวังให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน (พ.ศ.2555–2559) ตลอดจนข้อมูลการมองอนาคตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พ.ศ. 2566 มาเป็นแนวทางในการจัดทําแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2556–2565) -
ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2567-2570) จากคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.) ในการประชุมครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 ให้ความเห็นชอบ และสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566 มีมติอนุมัติ -
มติสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เรื่อง วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 12 ปี (พ.ศ.2560-2571) -
ยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551-2555 จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสําหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยระหว่าง พ.ศ.2551-2555 โดยยุทธศาสตร์ฉบับนี้ได้มุ่งเน้นการพัฒนางานในด้านต่าง ๆ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ้งยุทธศาสตร์นี้มีการพัฒนาโดยคํานึงถึงประเด็นความท้าทายในด้านต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยเผชิญ ทั้งยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล พรบ.จุฬาฯ พ.ศ. 2551 แผนพัฒนาวิชาการมหาวิทยาลัย ฯลฯ โดยได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมจุฬาฯ ในทุกระดับอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เป็นยุทธศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง โดยแผนที่ทบทวน เดือนพฤษภาคม 2553 นี้เป็นเรื่องของค่าเป้าประสงค์และโครงการต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์เป้าประสงค์ และโครงการต่าง ๆ 6 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ “ก้าวหน้า” ยุทธศาสตร์ “ยอมรับ” ยุทธศาสตร์ “เข้มแข็ง” ยุทธศาสตร์ “มั่นคง” ยุทธศาสตร์ “เกื้อกูล” และยุทธศาสตร์ “เป็นสุข” -
ยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551-2555 จัดทำขึ้นเพื่อนําไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยฯ เมื่อครบหนึ่งร้อยปีแห่งการสถาปนานั้น ในระหว่างปี พ.ศ.2551 –2555 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยมีความปรารถนาที่จะเป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” โดยมีผลผลิตที่สําคัญในช่วงระยะ 4 ปีนี้ ได้แก่ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนําในระดับโลก เป็นปัญญาแห่งแผ่นดิน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบการบริหารจัดการที่คล่องตัว กระชับและรวดเร็ว และเป็นบ้านอันอบอุ่นของคนดีและคนเก่ง เพื่อนําไปสู่ผลผลิตที่ต้องการในปี พ.ศ.2555 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กําหนดยุทธศาสตร์หลักไว้ทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ “ก้าวหน้า” ยุทธศาสตร์ “ยอมรับ” ยุทธศาสตร์ “เข้มแข็ง” ยุทธศาสตร์ “มั่นคง” ยุทธศาสตร์ “เกื้อกูล” และยุทธศาสตร์ “เป็นสุข” นอกจากนี้เพื่อให้ยุทธศาสตร์มีความเป็นรูปธรรมและสามารถนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจนภายใต้ยุทธศาสตร์แต่ละด้านยังได้มีการกําหนดเป้าประสงค์ตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยต้องการบรรลในแต่ละปีโดยภายใต้ยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีเป้าประสงค์ทั้งหมด 17 ประการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้เมีการกําหนดโครงการต่าง ๆ ที่จะดําเนินงานเพื่อนําไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ทั้ง 17 ประการ โดยแต่ละโครงการจะมีความเชื่อมโยงกับงบประมาณเพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ และเพื่อให้ยุทธศาสตร์ทั้งหมดมีการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง จึงได้กำหนแนวทางในการสื่อสาร ถ่ายทอดยุทธศาสตร์การสรางความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานต่าง ๆ ระบบในการติดตาม ประเมินผล และการปรับยุทธศาสตร์ -
ตามที่มหาวิทยาลัยได้จัดทำ "แผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2555 - 2559)" และได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยในการประชุม ครั้งที่ 745 วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วงปี พ.ศ. 2555 - 2559 นั้น ด้วยสภาวการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ได้ส่งผลกระทบให้แวดวงการศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนการศึกษาจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันกับกระแสพลวัติเหล่านี้ แผนยุทธศาสตร์ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือในการกำหนดทิศทางให้ก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกันของประชาคมจุฬาฯ จึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาทบทวนปรับปรุงในลักษณะของ Rolling Plan เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถรับมือและจัดทำแผนบริหารที่เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งในต้านความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และความท้าทายเชิงกลยุทธ์ จึงได้ดำเนินการจัดทำ "แผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2555-2559)" (ฉบับทบทวน พ.ศ.2558) โดยมีการปรับปรุงในบางประเด็นที่เป็นสาระสำคัญให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ได้แก่ ค่านิยมหลัก ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และนิยามตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามและประเมิน สัมฤทธิผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย โดยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารแผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2555-2559) (ฉบับทบทวน พ.ศ.2558) นี้ จะสามารถสื่อสารให้ประชาคมจุฬา ฯ มีความเข้าใจทิศทางของตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และนิยามตัวชี้วัด ที่สอดคล้องตรงกัน เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ร่วมกันว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแหล่งความรู้ และแหล่งอ้างอิงของแผ่นดิน เป็นผู้นำทางปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ต่อไป -
ในปี 2560 จะเป็นวาระครบ 100 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ประดิษฐานมหาวิทยาลัยนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์สมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสศึกษาและร่วมขับเคลื่อนพันธกิจภายใต้พระนาม “จุฬาลงกรณ์” ฉะนั้นในห้วงเวลานี้ จึงเป็นเวลาที่ดียิ่งที่มหาวิทยาลัยจะได้ทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อวางทิศทางการบริหารการศึกษาการพัฒนางานวิจัย และวิชาการ การใช้พื้นที่ และการใช้ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาแนวทางในการจัดการที่ดีที่สุด สําหรับศตวรรษใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสังคมไทยและสังคมโลก เหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการจัดทํายุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี พ.ศ. 2560-2563 เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยแห่งชาติในระดับโลกที่สร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน World class national university that generates knowledge and innovation necessary for the creative and sustainable transformation of Thai society” -
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นและพร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานการสร้างคน สร้างผู้นำรุ่นใหม่ โดยมีการลงทุนในการพัฒนาการเรียนการสอนพัฒนางานวิจัย เพื่อสร้าง Future Leadersและสร้าง Impactful Research and Innovation เพื่อออกไปรับใช้สังคมด้วยงานวิชาการที่มีความยั่งยืนตามปณิธานของจุฬาฯ คือ “Innovations for Society” การก้าวรุดหน้าของมหาวิทยาลัยจ าเป็นต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของประชาคม เพื่อประสานพลังไปในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้นในห้วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดียิ่งที่ มหาวิทยาลัยจะได้ทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อวางทิศทางการบริหารการศึกษา การพัฒนางานวิจัย และวิชาการ การใช้พื้นที่ และการใช้ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาแนวทางในการจัดการที่ดีที่สุด ส าหรับศตวรรษใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสังคมไทยและสังคมโลก เหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการจัดทำยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ.2564-2567 เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัย ไปสู่ความเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์ “ผู้นำการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” Leader in creating knowledge and innovation for sustainable society” โดยยุทธศาสตร์ที่กกำหนดขึ้นเป็นหัวใจหลักของการยกระดับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ได้ -
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กำหนดให้มีการศึกษาและจัดทำแผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะ 15 ปี (พ.ศ.2555-2570) เพื่อกำหนดทิศทางร่วมกันในการพัฒนามหาวิทยาลัยในระยะยาว และได้รับความเห็นชอบจากสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 766 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ใช้เป็นทิศทางในการบริหารให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวไกลในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งชาติในระดับโลก (World Class National University) เพื่อให้แผนยุทธศาสตร์เป็นแผนที่มีความครอบคลุม ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการพิจารณาวิเคราะห์ถึงแนวโน้ม ผลกระทบของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การเมือง และสิ่งแวดล้อม ประเด็นท้าทายต่างๆ ทั้งทางด้านการศึกษา และการปรับเปลี่ยนที่รวดเร็ว รุนแรงต่อเนื่องในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อการรับมือ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด ทั้งประชาคมภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอง ได้แก่ นิสิต อาจารย์ บุคลากร ตลอดจนชุมชน สังคม และประเทศ ด้วยการขับเคลื่อนทางการศึกษาเพื่อไปสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้ -
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ทบทวนและจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์กร หรือยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ.2566-2570 ขึ้นเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป หากแต่ก็ยังคงยึดกรอบแนวคิดของยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาด้านการวิจัยและนวัตกรรมเช่นเดิม โดยเฉพาะกรอบแนวคิดของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งประกอบด้วยแผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 5 ด้าน คือ แผนย่อย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านองค์ความรู้พื้นฐาน และด้านปัจจัยสนับสนุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งแผนด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และที่สำคัญยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ.2566-2570 ฉบับนี้ จะช่วยให้บุคลากร พนักงาน และลูกจ้างของ วช. ได้ใช้เป็นแผนที่นำทางในการปฏิบัติงานให้มีทิศทางเดียวกันและอยู่ภายใต้การปฏิบัติงานที่ทุกคนมีส่วนร่วมของทุกคน ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์และตัวชี้วัด ของยุทธศาสตร์องค์กรของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติที่ได้ร่วมกันกำหนดไว้ -
แผนปฏิบัติการดิจิทัลสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ.2566-2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ สนับสนุน และส่งเสริมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ลดเวลา ลดขั้นตอน ลดงบประมาณ เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนางานด้านกรบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และการปฏิบัติงานตามภารกิจของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ประเทศและใช้เป็นแผนอ้างอิงสำหรับการจัดทำคำของบประมาณประจำปีของหน่วยงานต่อไป -
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (ก.พ.ร.) และกลุ่มงานเทคโนโลยีสานเสนเทศ (ทส.) ร่วมกันจัดทำ ในภาพรวมระบบการจัดการความรู้ (KMs) เป็นคลังเอกสารความรู้ของบุคลากร วช. ไว้ใช้ประโยชน์และเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่บุคลากร วช. สามารถเข้ามาศึกษาความรู้ต่างๆ ที่สามารถน าไปใช้ช่วยในการปฏิบัติงานได้ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันภายในและระหว่างกอง/กลุ่ม/ภารกิจต่อไป เป้าหมายของแผน 1) ทุกหน่วยงานภายใน วช. มีคู่มือการปฏิบัติงานครบทุกกระบวนงาน 2) เกิดนวัตกรรมที่พัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการท างานให้มีประสิทธิภาพ 3) สร้างกลไกการท างาน PDCA ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร -
แผนการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ.2566-2570 โดยใช้แนวทางตามแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2566-2570 ในสาระสำคัญเกี่ยวกับระบบสารสนเทศดิจิทัลและระบบข้อมูล ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสารสนเทศในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งในส่วน วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการอุดมศึกษา โดยมีเป้าหมายบูรณาการระบบและข้อมูล ทำให้เกิดระบบข้อมูลสารสนเทศกลางเพื่อใช้ในการบริหารจัดการและนำไปสู่ฐานข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ กับการเชื่อมโยงระบบข้อมูลอื่น ๆ -
แผนดำเนินการด้านมาตรฐานการวิจัยและจริยธรรมของประเทศ พ.ศ.2564-2568 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้คือ 1. เพื่อจัดทำแผนดำเนินการด้านมาตรฐานการวิจัยและจริยธรรมการวิจัยของประเทศที่สามารถกำหนดทิศทางในการพัฒนามาตรฐานการวิจัยของประเทศอย่างเป็นระบบ 2. เพื่อจัดทำแนวทางการจับเคลื่อนการนำระบบมาตรฐานการวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลมาตรฐานการวิจัยแสะจริยธรรมการวิจัยเผยแพร่แก่สถาบัน องค์กร และนักวิจัยในประเทศไทย 4. เพื่อศึกษาปัญหาด้านมาตฐานการวิจัยและจริยธรมการวิจัยในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแนวทางในการกำหนดและปรับปรุงมาตรฐานการวิจัยและจริยธรรมการวิจัยต่อไป -
การจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2563-2565 ได้ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การวิเคราะห์สถานการณ์ของหน่วยงาน รวมถึงการวิเคราะห์และเชื่อมโยงแผนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563-2565, พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562, นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ.2561-2580), แผนการดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลการอุดมศึกษา ฐานข้อมูลมาตรฐานการอุดมศึกษา และฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565), แผนปฏิบัติราชการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ.2563-2565 และแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (พ.ศ.2561-2565) -
แผนปฏิบัติราชการ พ.ศ.2563-2565 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดทำขึ้นภายใต้อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2562 และให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 19 นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ นโบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร พร้อมทั้งจัดทำคู่มือตัวชี้วัดของปฏิบัติราชการเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน กำกับดู ติดตาม และประเมินผลผลการดำเนินงานในแต่ละเป้าหมายให้สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด -
สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ดําเนินการทบทวนและจัดทํายุทธศาสตร์องค์กรของ วช. พ.ศ.2561-2564 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่สําคัญ ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) นโยบายรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี และแผนปฏิรูประบบวิจัยของประเทศ แต่ละแผนได้มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอันเป็นวิสัยทัศน์ของแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รวมถึงการกําหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาที่ยั่งยืน -
นโยบายและยุทธศาสตร์องค์กร พ.ศ.2560-2564 ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เน้นยุทธศาสตร์การพัฒนา และรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ และได้กำหนดนโยบาย 5 ปีขององค์กรไว้ด้วย -
-
แผนกลยุทธ์การพัฒนาอุตสาหกรรมสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยาในประเทศไทย ประกอบกับแนวโน้มภาพรวมของอุตสาหกรรมสารสกัดสมุนไพร ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ -
ยุทธศาสตร์และแผนงานการ พัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์สำหรับประเทศไทย ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของ หน่วยงานสนับสนุนเชิงนโยบายของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อผลักดันผลงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่การผลิตและ ให้เกิดเป็นธุรกิจได้จริง -
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ศลช. ได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลของกลุ่มผลิตภัณฑ์การแพทย์ขึ้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMP) ในประเทศไทยประกอบกับแนวโน้มภาพรวมของเทคโนโลยีโลก เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาพรวมของอุตสาหกรรมในกลุ่ม ATMP ในประเทศไทยขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการพัฒนานวัตกรรมทางการค้า และการลงทุนของอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในด้าน ATMP ต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานสำคัญ (Flagship) หัวข้อการพัฒนาและผลิต ชีววัตถุ ผลิตภัณฑ์ ATMP ให้เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ภายใต้แผนงาน BCG ในด้นการแพทย์และสุขภาพ ให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศ -
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดทำ โดยอ้างอิงให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้าน Core Business Enablers เกณฑ์ประเมินการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคู่มือ “ระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ State Enterprise Assessment Model: SE-AM” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประกาศให้ทุกรัฐวิสาหกิจดำเนินการตามเกณฑ์ประเมินตั้งแต่ปีบัญชี 2563 เป็นหลัก เนื่องจากเกณฑ์ดังกล่าวอ้างอิงหลักการแนวคิดที่เป็นสากลของกระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิ AA1000 Stakeholder Engagement Standard (AA๑๐๐๐SES) ระบบประเมินผลคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise Performance Appraisal: SEPA) และเกณฑ์การประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award: TQA) เพื่อมุ่งเน้นให้รัฐวิสาหกิจนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และให้รัฐวิสาหกิจมีเป้าหมายในการจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ -
แผนยุทธศาสตร์ด้านลูกค้าและตลาดฉบับนี้เป็นแผนที่จัดทําขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนในระดับองค์กร ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการบูรณาการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยมีแผนงานกรอบแนวคิด เป้าหมาย ในการกําหนดทิศทางกระบวนการจัดทําแผนยุทธศาสตร์ด้านลูกค้าและตลาดและการดําเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ประกอบด้วย 1) แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี 2) นโยบายThailand 4.0 3) Aging Society 4) นโยบายกระทรวงกาiอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 5) แผนวิสาหกิจ วว. 6) Guiding Principles วว. 7) ภารกิจ วว. และ 8) แนวโน้มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย -
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรม ปี 2563-64 และแผนบริหารจัดการนวัตกรรม ปี 2564 เพื่อใช้เป็นกรอบสำหรับดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และให้การดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของ วว. สามารถสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้านการวิจัย และพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้า และสอดคล้องกับนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล