นโยบายและแผนงาน

Item set

Items

Advanced search
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2566 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางสำหรับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการรายปีพ.ศ. 2566 ของหน่วยงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2566 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกระทรวงแห่งโอกาส ปัญญา และอนาคต และเป็นหน่วยงานระดับแนวหน้าที่มีสรรพกำลังและความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ใน 2 ระยะ ระยะสั้นหรือเฉพาะหน้าเพื่อจัดการและแก้ปัญหาเร่งด่วนในสถานการณ์โควิด19 อาทิ การแก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤติโควิด19 การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสู้ภัยโควิด19และศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ในสถาบันอุดมศึกษา การลดค่าเทอมเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครอง และการดึงจิตอาสา และอาสาสมัครมาช่วยผู้ป่วยโควิด 19 ภายใต้โครงการ อว. พารอด อีกทั้ง อว. สามารถสร้างผลประโยชน์ ระยะกลางและระยะยาวให้กับประเทศ ด้วยการขับเคลื่อน BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพื่อนำไปสู่ประเทศ อุตสาหกรรม 4.0
  • นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ให้สอดคล้องและบูรณาการ เพื่อให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และนโยบายของรัฐบาล โดยมีวิสัยทัศน์เพื่อ "เตรียมคนไทยแห่งศตวรรษที่ 21 พัฒนาเศรษฐกิจที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง สังคมที่มั่นคง และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยสร้างความเข้มแข็งทางนวัตกรรมระดับแนวหน้าในสากล นำพาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว"
  • การจัดสรรทุนการศึกษา ส่วนหนึ่งเพื่อการพัฒนาอาจารย์ ที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทางวิชาการ การวิจัย และทักษะอาชีพ ตามความต้องการของประเทศ ณ เวลานั้น ๆ รวมถึงการให้ทุนการศึกษาเพื่อเพิ่มกำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน และเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประชาชน การดำเนินการที่ผ่านมามีผลลัพธ์ที่ดีระดับหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา สามารถยกระดับคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาให้เทียบเคียงกับสถาบันอุดมศึกษาระหว่างประเทศ มีส่วนช่วยในการปรับฐานการพัฒนาเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจที่มีการเกษตรเป็นฐาน เป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ก่อประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวม ทั้งการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และการส่งออก อย่างไรก็ตาม มีผู้กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – พ.ศ. 2509) ถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2554) นั้น คือ “เศรษฐกิจดี สังคมยังมีปัญหา การพัฒนายังไม่สมดุล” ซึ่งเป็นความท้าทายในการสร้างฐานทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันความสำเร็จและสร้างคุณค่าให้แก่การอุดมศึกษาและประเทศชาติในภาพรวม
  • เอกสารนี้เป็นรายงานการประชุม (คัดย่อระเบียบวาระที่ 3.1) คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 1/2563 วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้องสมุด 2 ชั้น 14 สกสว. อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ โดยระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา ได้แก่ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์ และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการปฏิบัติการประจำปีการบริหารทรัพยากรบุคคล สกสว. พ.ศ. 2563 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการและให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการ
  • การจัดทำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษาและด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ
  • กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สำคัญที่จะส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการ เกิดพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทและนโยบายของรัฐบาล ดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “สานพลังการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทย พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและพร้อมก้าวสู่อนาคต"
  • “สุวิทย์” มั่นใจผลงานก้าวแรก อว. มุ่งพัฒนารากฐานประเทศแข็งแกร่ง นำไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ชู 5 ประเด็นหลัก ปฏิรูปสังคมไทยไม่หยุดเรียนรู้ อัดงบ 9,100 ล้านบาท ผุดโครงการยุวชนสร้างชาติ สร้างอาชีพให้บัณฑิตใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ผนึกไมโครซอฟ์ท-หัวเหว่ย และ11บริษัทระดับประเทศ พัฒนาหลักสูตรตอบโจทย์ธุรกิจ ยกเครื่องมหาวิทยาลัย ปลดล็อกทุกข้อจากัด พลิกโฉมสู่ท๊อป 100 ของโลก รุกปฏิรูปงานวิจัยหลังดันงบวิจัยขึ้นเป็น 1.1%ต่อ GDP ชี้ต้องตอบโจทย์ประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG สร้าง GDP ประเทศจาก 3.4 ล้านล้าน เป็น 4.4 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี
  • เนื้อหาในเอกสารเป็นการนำเสนอนโยบายของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ มีประเด็นสำคัญ 5 เรื่องได้แก่ 1.ปฏิรูปสังคมไทยไม่หยุดเรียนรู้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ 2.สานพลังเอกชน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ 3.ปฏิรูปงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ ผลักดันงบวิจัยเพิ่มขึ้น 1.1 % ต่อ GDP 4.ปลดล็อกมหาวิทยาลัย พลิกโฉมมหาวิทยาไทยสู่ 100 อันดับแรกของโลก 5. BCG in action สร้าง GDP ประเทศจาก 3.4 ล้านล้าน เป็น 4.4 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี
  • เอกสารประกอบวาระการประชุมที่ 4.1 โดยเนื้อหาเป็นการสรุปนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เน้นว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะต้องให้ความสาคัญกับคนมากที่สุด และต้องมีวิทยาศาสตร์ (Science) เป็น based เพื่อ provide support ภาคเอกชน รวมทั้งต้องดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาและต่อแต้มสิ่งที่เราจะทำในเรื่องของ Innovation & Entrepreneur (Startup) และ Focus เฉพาะภารกิจที่จะเป็นหลักให้กับประเทศในอนาคต เพื่อพัฒนาคน และพัฒนา R&D
  • เนื้อหาในเอกสารเป็นการสรุปนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. ต้องให้ความสำคัญกับคนมากที่สุด 2.ต้องมีวิทยาศาสตร์เป็นฐานเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน 3.ต้องดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาและต่อแต้ม 4. มุ่งเน้นเรื่อง Innovation & Enterpreneur และ 5. Focus ภารกิจที่จะเป็นหลักให้กับประเทศในอนาคต
  • แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Action Plan) มหาวิทยาลัยราชภัฏ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ได้แก่ 1 การพัฒนาท้องถิ่น 2. การผลิตและพัฒนาครู 3. การยกระดับคุณภาพการศึกษา และ 4. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ โครงการสำคัญเพื่อการบรรลุการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ได้แก่ 1. พัฒนา Community-based innovation parks ในพื้นที่เป้าหมาย 2. ปรับหลักสูตรคณะครุศาสตร์ให้มีอาชีพที่ 2 ซึ่งเป็นอาชีพเฉพาะทางนอกเหนือจากวิชาชีพครู 3. พัฒนาโรงเรียนสาธิตของทุกมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้เป็นต้นแบบการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะและการพัฒนาคุณลักษณะ 4 ประการ ตามพระบรมราโชบาย 4. International journal เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ผ่านการขับเคลื่อน SCD journal เข้าสู่ SCOPUS 5. ทบทวนหลักสูตรและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไปให้มีทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะวิศวกรสังคม และทักษะในศตวรรษที่ 21 6. ขึ้นรูปโครงสร้างคณะทำงานวิจัยการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ศึกษา วิจัย และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และริเริ่มระบบบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ๆ
  • หนังสือที่แสดงแง่คิด ประสบการณ์ของ ศ.พิเศษ ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ นโยบายภาพรวม แง่คิดและข้อสั่งการด้านอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ รวมถึงนโยบายและโครงการสำคัญต่าง ๆ
  • เป็นหนังสือที่ศ.พิเศษ ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ ตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์การวิจัย การทำงาน การเดินทาง และความสนใจในเรื่องต่าง ๆ เพื่อผู้อ่าน โดยเฉพาะการปฏิรูประบบอุดมศึกษา ที่ได้นำมาเล่าในหนังสือเล่มนี้ 10 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ 1. การออกพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม 2.การอนุญาตให้กองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสามารถให้เงินกับเอกชนทำวิจัยได้ 3.การตั้งกองทุนพัฒนาการอุดมศึกษา 4.การแบ่งมหาวิทยาลัยออกเป็นประเภทต่าง ๆ 5. การออกเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการเพิ่มขึ้นจากการขอเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการด้วยการตีพิมพ์ 6. การยกเลิกเวลาอันเป็นข้อจำกัดในการศึกษาจบของนักศึกษา 7.การที่มหาวิทยาลัยจำนวน 25 แห่งลงนาม MOU ร่วมกันเพื่อให้นักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกสามารถลงทะเบียนข้ามมหาวิทยาลัยได้ 8.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สามารถให้เงินแก่นักศึกษาในสาขาที่ประเทศต้องการโดยอาจไม่ต้องจ่ายเงินคืนได้ 9.การมี Sandbox อุดมศึกษาเพื่อปลดล็อคกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อหลักสูตร หรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ระบบอุดมศึกษา และ 10.การตั้งวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ที่รู้จักกันว่า "ธัชชา" และวิทยสถานทางวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่เรียกว่า "ธัชวิทย์"