บุคคลสำคัญและเอกสารส่วนบุคคล
Item set
- ชื่อเรื่อง
- บุคคลสำคัญและเอกสารส่วนบุคคล
Items
-
ประวัติและผลงานของศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ โดยมีการกล่าวถึงประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานโดยย่อ และรางวัลเกียรติคุณที่ได้รับ -
ประวัติและผลงานของศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ จากวารสารเอกสารภาษีอากร ปีที่ 11 ฉบับที่ 122 พฤศจิกายน 2543 อีกทั้งยังมีบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เช่น ปัญหาทรัพย์สินทางปัญญา, บทบาทของคอมพิวเตอร์ในอนาคต หรือการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยจัดเก็บภาษีทั่วประเทศ เป็นต้น -
บทความ "Put the right man on the right job" จากคอลัมน์ “I See T” ของเนชั่นสุดสัปดาห์ โดยจักรกฤษณ์ สิริริน กล่าวถึงประวัติและผลงานของศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ -
บทความ "แนวทางการวิจัยของประเทศไทยในอนาคต : ประมวลความคิดเห็นจากนักวิจัย" โดยยงยุทธ ยุทธวงศ์ กล่าวถึงการวิจัยศักยภาพของประเทศไทยนำไปสู่การพัฒนาซึ่งแบ่งออกเป็น 4 พันธกิจ และมีความเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งสรุปโดยสุรีรัตน์ เทอดธรรมคุณ -
บทความ “การทำงานวิจัยให้บรรลุผล” โดยศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ กล่าวถึงทัศนคติต่อการวิจัย ลักษณะของนักวิจัยที่ดี สิ่งที่ขับเคลื่อนนักวิจัยให้สามารถทำงานวิจัยได้บรรลุผล อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงความหมายและจุดมุ่งหมายของงานวิจัย แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย การสร้างทีมว่าต้องเป็นผู้ร่วมทีมและผู้นำทีมอย่างไรที่ดี และการเผยแพร่ผลงานและการนำไปใช้ประโยชน์ เป็นต้น -
บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ จากนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ โดยกล่าวถึงความรู้สึกเบื้องแรกในวันที่ทราบว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และเป้าหมายที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาให้ประเทศไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา -
-
รวมผลงานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ 1. พระราชนิพนธ์ เช่น ละครพูด ละครร้อง นิทานสอนใจและนวนิยาย ภาษาและวรรณคดี ร้อยกรองประวัติศาสตร์ การทหาร เป็นต้น 2. งานเขียนเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ วารสาร หนังสือ และวิทยานิพนธ์ -
ปาฐกถา ณ หอประชุมสารนิเทศ จุฬาฯ เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน ในการบรรยายและการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก วันที่ 22 กันยายน 2531 -
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางรากฐานการศึกษาไทยตามแผนการศึกษาใหม่ด้วยหลักปรัชญาและแนวคิดแบบไทย เรียกว่า "มัชฌิมนิยม" ซึ่งมีรากฐานมาจาก "มัชฌิมาปฏิปทา" ในพระพุทธศาสนา ให้สัมพันธ์กับการศึกษาแบบตะวันตกที่ได้ทรงเลือกสรรแล้วสู่การวางการศึกษาไทยให้เป็นระบบสายกลาง ได้สมดุลระหว่างคดีธรรมกับคดีโลก โดยให้ถือเอาความถูกต้องดีงามทางศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นหลักซึ่งเป็นรากฐานของสังคมไทยและวัฒนธรรมไทยมาโดยตลอด เพราะทรงตระหนักดีถึงความแตกต่างทางความคิด วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนและแต่ละประเทศ จึงทรงเลือกใช้นโยบายในการจัดการศึกษาแนวใหม่ผสมผสานกับแนวการศึกษาที่มีอยู่เดิม ที่สอดคล้องกับสภาพเป็นอยู่ของชาวไทย -
พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราโชวาท หลักการทรงงานบางประการในการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ ทศพิธราชธรรม หลักราชสังคหวัตถุ และหลักจักรวรรดิวัตร ตลอดจนหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร) ได้ดำเนินการมีความหลากหลายถึง 23 หลักการ ปวงชนชาวไทยอาจน้อมนำไปปฏิบัติในวาระและโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสม -
มูลนิธิอานันทมหิดล เป็นมูลนิธิที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น เพื่อมุ่งส่งเสริมสนับสนุนนักศึกษาและบัณฑิตชาวไทยที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการสาขาต่าง ๆ ให้ได้รับโอกาสไปศึกษาต่อเพิ่มเติม ณ ต่างประเทศ ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้เป็นบุคคลชั้นนำของประเทศในสาขาวิชานั้น ๆ และนำความรู้ความเชี่ยวชาญกลับมารับใช้ประเทศชาติต่อไปหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุดแล้ว ในระยะแรก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งทุนอานันทมหิดล และทรงเริ่มพระราชทานทุนในสาขาแพทยศาสตร์เป็นสาขาแรก ต่อมา ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยให้เปลี่ยนสถานภาพจากทุนเป็นมูลนิธิ ชื่อ มูลนิธิอานันทมหิดล และได้ขยายขอบเขตการพระราชทานทุนเพิ่มขึ้นในหลายสาขา ครอบคลุมทั้งสาขาวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ -
รวบรวมรายชื่อหนังสือพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่จัดพิมพ์เป็นเล่มแล้วไว้ทั้งหมดเท่าที่ค้นพบในหอสมุดดำรงและหอสมุดแห่งชาติ ประมาณ 1,050 เรื่อง โดยแบ่่งเป็นประเภทต่าง ๆ ต่าง เช่น ชุมนุมพระนิพนธ์ พระนิพนธ์ตำนวน พระนิพนธ์ประวัติศาสตร์ นิทานโบราณคดี สาส์นสมเด็จ พระกวีนิพนธ์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเภทได้มีคำอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความมุ่งหมายของพระนิพนธ์ประเภทนั้น ๆ ไว้ด้วย -
บทความนี้ กล่าวถึงการสถาปนาเครือข่ายในกระทรวงศึกษาธิการช่วง พ.ศ. 2490 – 2512 ผ่านสายสัมพันธ์กับม.ล.ปิ่น มาลากุล นักการศึกษาคนสำคัญ ซึ่งเคยดำารงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ.2489 – 2500) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2500 – 2512) โดย ม.ล. ปิ่น ถือเป็นตัวแทนชนชั้นนำไทยกลุ่มนิยมเจ้า ยึดถืออุดมการณ์ราชาชาตินิยมที่กำลังก่อรูปขึ้นอย่างแข็งขันในช่วงเวลานั้นตลอดจนม.ล.ปิ่น อาศัยต้นทุนทางวัฒนธรรมประกอบกับความรู้ความสามารถทางวิชาการของตนก้าวขึ้ นสู่ตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการยาวนานกว่าสองทศวรรษ ด้วยเหตุนี้ ม.ล.ปิ่นจึงเสมอด้วยหัวหน้าเครือข่ายรวบรวมบริวารภายในกระทรวงศึกษาธิการที่มีแนวคิด อุดมการณ์ และผลประโยชน์ร่วมกันผ่านบรรดาเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นของตน ศิษยานุศิษย์ที่ตนเคยสอนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงลูกท่านหลานเธอคนระดับเดียวกับม.ล.ปิ่น ถักทอเข้าเป็นเครือข่ายทำงานจัดการวางรากฐานด้านการศึกษาของชาติ -
หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลเป็นนักการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาของไทย เป็นบุคคลสำคัญของโลกและศิลปินแห่งชาติ ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2500 นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยวิชาการศึกษา และประธานเตรียมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ -
พ.ศ.2502 รัฐบาลสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตราพระราชบัญญัติโอนมหาวิทยาลัยทุกแห่งไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งสภาการศึกษาแห่งชาติขึ้นในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี -
ศาสตราจารย์ พันตรี ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (9 มีนาคม พ.ศ. 2459 — 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2542) เป็นนักเศรษฐ ศาสตร์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีอายุน้อยที่สุด และได้ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด และได้รับเลือกตั้งให้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนที่ 10 เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2518 -
ศาสตราจารย์ ปรีดี พนมยงค์ เป็นนักกฎหมาย อาจารย์ นักกิจกรรม นักการเมือง และนักการทูต เป็นรัฐบุรุษอาวุโส ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 7 หัวหน้าคคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้ประศาสน์การ (ผู้ก่อตั้ง) มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ. 2476 -
หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้ต้นคิดและริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงชื่อของประเทศ จากประเทศสยาม เป็นประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2441 บทบาทสำคัญที่สุดของหลวงวิจิตรวาทการ ในฐานะนักการ เมืองและนักชาตินิยม คือเป็นต้นความคิด ในการเปลี่ยนแปลงชื่อของประเทศสยาม เป็นประเทศไทย หลวงวิจิตรวาทการเป็นนักประวัติศาสตร์ ที่ศึกษาค้นคว้าประวัติของชนชาติไทย และยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงศึกษาธิการ ใน พ.ศ. 2483 -
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์เป็นผู้ร่วมสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า และทรงเสนอให้คณะรัฐมนตรีสมัยคณะราษฎรจัดตั้ง "โรงเรียนการเมืองชั้นสูง" (เป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง) ในปี พ.ศ. 2508 ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ -
ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน (14 ธันวาคม พ.ศ. 2431 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2512) เป็นนักปราชญ์และนักการศึกษาคนสำคัญของไทย ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมและเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกชาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2531 -
เป็นผู้ให้กำเนิดระบบการศึกษาไทยและการปกครองส่วนท้องถิ่นสมัยใหม่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนสภาพ “โรงเรียนทหารมหาดเล็ก” ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกสอนวิชาทหารให้แก่นายร้อย นายสิบ พ.ศ.2433 ทรงโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศึกษาธิการและกำกับการธรรมการ -
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพระราชทานทุนแก่นิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นในด้านต่าง ๆ -
ทรงเริ่มพัฒนาการพระศาสนา โดยเริ่มต้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พ.ศ. 2445 ริเริ่มให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่ เรียนพระธรรมวินัยใน ต่อมาจึงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับคณะสงฆ์ เรียกว่า นักธรรม ทรงจัดตั้ง มหามกุฎราชวิทยาลัย -
ได้ดำเนินการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 ต่อมาในปี พ.ศ.2536 ได้รวมหน่วยงาน ด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรจากกรม กองต่างๆ