{
    "url": "https://mhesi.nrct.go.th/archives/s/mhesi_archives/item/1550",
    "o:resource_class": "dctype:Text",
    "dcterms:title": [
        "ผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด สมัยที่ 14 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ สมัยที่ 9 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน สมัยที่ 9"
    ],
    "dcterms:creator": [
        "กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม"
    ],
    "dcterms:subject": [
        "การประชุมรัฐภาอนุสัญญาบาเซล",
        "การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม",
        "รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม",
        "สารเคมี--มาตรการความปลอดภัย"
    ],
    "dcterms:description": [
        "กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแล้วเห็นควรรับทราบผลการประชุมภาคีของทั้ง 3 อนุสัญญาตังกล่าว ซึ่งมีสาระสำคัญในประเต็นการจัดการสารเคมี ของเสีย\nขยะพลาสติกอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ มีข้อคิดเห็นเพิ่มเดิม ดังนี้\n1. ประเด็นการเพิ่มรายการขยะพลาสติก ในภาคผนวกที่ 2, 8 และ 9 ของอุนุสัญญาบาเซลฯ เนื่องจากการดำเนินการแยกแยะพลาสติกให้ได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องใช้เครื่องมีอวิเคราะห์ชั้นสูง จำเป็นต้องมี ข้อบังคับให้ต้องมีการทำเครื่องหมายบนชิ้นส่วนตามมาตรฐานสากล (ISO 11469:2016 และ ISO 1043) จึงควรพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำเครื่องหมายบนชิ้นส่วนพลาสติกเพื่อประโยชน์ในการแยกแยะพลาสติก เมื่อสินค้าหมดอายุควรมีมาตรการส่งเสริมให้ผู้ผลิตลดใช้สารเดิมแต่งพลาสติกที่เป็นสารอันตรายตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งสนับสนุนการให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ผลิต ผู้คัดแยกขยะ และผู้รีไชเคิล เพื่อลดการปนเปื้อนอย่างครบวงจร\n2. ประเด็นฎารเพิ่มสาร PFOA, its salts and PFOA-related compounds ในภาคผนวก อนุสัญญาสตอโฮล์มฯ ซึ่งประเทศสมาชิกต้องดำเนินมาตรการในการห้ามผลิต ห้ามใช้ และกำจัดสารให้หมดไป โดยมีข้อยกเว้นพิเศษเฉพาะสำหรับการผลิตและการใช้ในกระบวนการที่ระบุไว้ เนื่องจากสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ จึงควรพิจารณาเพิ่มรายชื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินมาตรการควบคุมตามกฎหมาย เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว"
    ],
    "dcterms:contributor": [
        "สุวิทย์ เมษินทรีย์"
    ],
    "dcterms:date": [
        "2019-11-08"
    ],
    "dcterms:type": [
        "text"
    ],
    "dcterms:format": [
        "pdf"
    ],
    "dcterms:identifier": [
        "https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2562/9933400524.pdf"
    ],
    "dcterms:source": [
        "สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี"
    ],
    "dcterms:language": [
        "th"
    ],
    "dcterms:coverage": [
        "ภารกิจและผลงาน"
    ],
    "dcterms:rights": [
        "เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้"
    ],
    "dcterms:created": [
        "2023-10-25"
    ],
    "dcterms:accessRights": [
        "เอกสารนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช่เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND4.0)"
    ],
    "dcterms:license": [
        "เอกสารนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมนอส์ 4.0 ประเทศไทย"
    ],
    "dcterms:rightsHolder": [
        "กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม"
    ]
},
