รายงานประจำปี 2559 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
Item
- ผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
- คำอธิบายรายละเอียดของเอกสาร
- สรุปผลการดำเนินงานของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ประจำปี 2559
- สรุปเนื้อหา/บทคัดย่อ
-
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016
2
ประมวลภาพวว. ร่วมน้อมเกล้าถวายอาลัย
คณะผู้บริหาร และพนักงาน วว. ลงนามถวายอาลัยในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
วันที่ 17 ตุลาคม 2559 ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารถ่ายทอดเทคโนโลยี วว. เทคโนธานี
คณะผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานชั้นน� ำระดับโลก (International Advisory Committee) ร่วมลงนามถวายอาลัย 15-17 พฤศจิกายน
2559 ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารถ่ายทอดเทคโนโลยี วว.เทคโนธานี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
วว.ร่วมใจถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมแปรอักษรเลข ๙
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ณ สนามกีฬา วว.เทคโนธานี คลองห้า
3
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016
4
พลโท พระยาศัลวิธานนิเทศ
16 ต.ค. 2507 - 15 ต.ค. 2512
ดร.วทัญญู ณ ถลาง
7 ต.ค. 2518 - 2 มิ.ย. 2522
นายเฉลิมชัย ห่อนาค
20 พ.ค. 2537 - 31 มี.ค. 2540
ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี
1 ต.ค. 2547 - 30 ก.ย. 2551
ศาสตราจารย์อินทรีย์
จันทรสถิตย์
16 ต.ค. 2512 - 7 ต.ค. 2514
ศาสตราจารย์พิเศษ
ดร.สมิทธิ์ ค�ำเพิ่มพูน
24 มี.ค. 2523 - 23 มี.ค. 2533
ดร.เกชา ลาวัลยะวัฒน์
1 มิ.ย. 2540 - 1 เม.ย. 2543
นางเกษมศรี หอมชื่น
15 ก.พ. 2553 - 23 ธ.ค. 2554
ศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ
7 ต.ค. 2514 - 3 ต.ค. 2518
ดร.สันทัด โรจนสุนทร
24 มีค. 2533 - 30 ก.ย. 2536
ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ
8 ก.ย. 2543 - 14 ก.ค. 2547
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์
1 เม.ย. 2555 - 27 ก.ค. 2558
อดีตผู้ว่าการ วว
สารผู้ว่าการ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)ได้มีการสถาปนา
มาจนถึงปีพุทธศักราช2559นับเป็นปีที่53ที่วว.ได้ด�ำเนินภารกิจด้านการบูรณาการ
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
มาอย่างต่อเนื่องยาวนานและวว.ยังคงสามารถด�ำเนินงานต่างๆได้อย่างประสบผลส�ำเร็จ
มาโดยตลอดโดยจะเห็นได้จากการที่วว.ได้รับรางวัลในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่องเช่น
งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์“ProFruit”ผลไม้อบกรอบเสร ิมเชื้อโพรไบโอติก(Probiotic)
ได้รับรางวัลออกแบบเชิงนวัตกรรมด้านอาหารอันดับที่2เนื่องในงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ
และรางวัลอีกด้านที่วว.ภาคภูมิใจคือรางวัลองค์กรภาครัฐดีเด่นด้านผู้ส่งเสริม
การอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนหรือรางวัลThailandEnergyAwards2016
จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)กระทรวงพลังงานนอกจากนั้นวว.ยังมีการสร้างงานวิจัยใหม่ๆเช่น
การพัฒนาH-FAMEหรือน�้ำมันไบโอดีเซลทางเลือกใหม่คุณภาพสูงเป็นการด�ำเนินงานภายใต้โครงการScience andTechnology
ResearchPartnershipforSustainable Development(SATREPS)ซึ่งเป็นโครงการร่วมวิจัยไทย-ญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่
สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงทั้งในด้านของคุณภาพการประหยัดต้นทุนการผลิตและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสร้างความ
มั่นคงทางพลังงานท�ำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นในทุกภาคส่วน
ด้านการบริการอุตสาหกรรมวว.ได้ขยายขอบเขตการบริการเพื่อทดสอบอาหารปลอดภัย ทั้งในแง่ของตัวอาหารและวัสดุสัมผัส
อาหารจ�ำพวกบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหารและเครื่องดื่มบริการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพและการวิเคราะห์
ทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยของระบบรางซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และส�ำนัก
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบขนส่งทางรางอย่างยั่งยืน
นอกจากนั้นวว.ยังด�ำเนินการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการด้วยSTIM(Science,Technologyand
InnovationMatchingProgram)โดยการน�ำ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม(วทน.)ไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ
ผ่านโครงการ“คูปองวิทย์เพื่อOTOP”เพื่อยกระดับผู้ประกอบการOTOPให้มีนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายโอกาสทางการ
ตลาดให้มากขึ้นโดยด�ำเนินการในลักษณะAreaBasedทั้ง5ภูมิภาค
จากผลการด�ำเนินที่กล่าวมาทิศทางก้าวต่อไปของวว.คือเราจะมุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาถ่ายทอดและงานบริการที่ตอบ
สนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมคลัสเตอร์ต่างๆในภาคอุตสาหกรรมที่ตรงกับพันธกิจและความเชี่ยวชาญของวว.เช่นการเกษตร
และเทคโนโลยีชีวภาพการแปรรูปอาหารเพื่ออนาคตหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรมการขนส่งระบบรางเชื้อเพลิงชีวภาพเครื่องมือ
แพทย์นอกจากนั้นยังตอบสนองนโยบายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเรื่องเมืองนวัตกรรมอาหาร(FoodInnopolis)
โดยเน้นความเชี่ยวชาญของวว.คอืการวิจัยด้านfunctionalfoodและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพรรวมทั้งการส่งเสริมวิสาหกิจ
ชุมชนในรูปแบบต่างๆส�ำหรับภายในองค์กรวว.มีเป้าหมายในการน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการด�ำเนินงานมากขึ้นเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้สูงขึ้นและตอบสนองนโยบายDigitalEconomyรวมทั้งการปรับโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างการบริหารงานให้เห็น
ผลในปีพ.ศ.2560เพื่อร่วมขับเคลื่อนสู่Thailand4.0ต่อไป
ดร.ลักษมีปลั่งแสงมาศ
ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
5
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016
6
นายพสุ โลหารชุน
กรรมการ
(16 เม.ย. 58 – ปัจจุบัน)
นายเจน น�ำชัยศิริ
กรรมการ
(16 เม.ย. 58 – ปัจจุบัน)
พลเอก ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ
ประธานกรรมการ
(16 เม.ย. 58 – ปัจจุบัน)
นางหิรัญญา สุจินัย
กรรมการ
(6 พ.ย. 57 – ปัจจุบัน)
นายปรเมธี วิมลศิริ
กรรมการ
(1 ต.ค. 58 – ปัจจุบัน)
นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ
กรรมการ
(1 ต.ค. 58 – 30 ก.ย. 59)
นางวรรณิภา ภักดีบุตร
กรรมการ
(16 เม.ย. 58 – ปัจจุบัน)
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งประเทศไทย (กวท.)
ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา
กรรมการ
(16 เม.ย. 58 – ปัจจุบัน)
ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์
กรรมการ
(10 ก.ย. 58 – 15 ส.ค. 59)
นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช
กรรมการ
(10 ก.ย. 58 – ปัจจุบัน)
นางฉันทรา พูนศิริ
กรรมการและเลขานุการ
(28 ก.ค. 58 – 20 ธ.ค. 58)
ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
กรรมการและเลขานุการ
(21 ธ.ค. 58 – ปัจจุบัน)
7
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016
8
ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์
รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา
ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายยุทธนา ตันติวิวัฒน์
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
ผู้ว่าการ
ดร.ธีรภัทร ศรีนครคุตร
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
นายวิรัช จันทรา
รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม
คณะผู้บริหารระดับสูง
นายอนันต์ รุ่งพรทวีวัฒน์
นักบริหารพิเศษ
นางฉันทรา พูนศิริ
รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา
ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต
รองผู้ว่าการบริหาร
ผู้บริหาร วว.
ผู้บริหารกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์
ผอ.ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
นางศิรินันท์ ทับทิมเทศ
ผอ.ฝ่ายเภสัชและ
ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
ดร.บัณฑิต ฝั่งสินธุ์
ผอ.ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
นายสายันต์ ตันพานิช
ผอ.ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร
นายสักขี แสนสุภา
ผอ.ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย
ผู้บริหารกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน
ดร.ธเนศ อุทิศธรรม
ผอ.ฝ่ายเทคโนโลยีพลังงาน
ดร.สมชาย ดารารัตน์
ผอ.ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากร
ดร.ศิริพร ลาภเกียรติถาวร
ผอ.ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ
นายธนิศร์ วัยโรจน์วงศ์
ผอ.ฝ่ายวิศวกรรม
9
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
10
ผู้บริหารกลุ่มบริการอุตสาหกรรม
นางสาวสิริรัตน์ ถาวรรัตน์
ผอ.ศูนย์ทดสอบและ
มาตรวิทยา
ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต
ผอ.ศูนย์พัฒนาและ
วิเคราะห์สมบัติวัสดุ
ดร.จิตรา วรรณวิจิตร
ผอ.ส�ำนักรับรอง
ระบบคุณภาพ
ผู้บริหารกลุ่มบริหาร
นางวีรวรรณ โรจนสโรช
ผอ.ฝ่ายการคลัง
นางสายสุรางค์ โชติพานิช
ผอ.ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
นายณรงค์ เอื้องไมตรีภิรมย์
ผอ.ฝ่ายบริการกลาง
ดร.นฤมล รื่นไวย์
ผอ.ศูนย์ความรู้
ผู้บริหารกลุ่มงานภายใต้ผู้ว่าการ
นางวิลาวัณย์ สัยละมัย
ผอ.ส�ำนักผู้ว่าการ
ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์
ผอ.ส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ
นางสาวฉวีวรรณ เติมวิชชากร
ผอ.ส�ำนักตรวจสอบภายใน
สารบัญ
ประวัติ วว.
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยม/วัฒนธรรมองค์กร/วัตถุประสงค์หลัก/ยุทธศาสตร์
แนวนโยบายผู้ถือหุ้น (SOD)
ประเภทกิจการ
ภาวะอุตสาหกรรมและแนวโน้มในอนาคต
ปัจจัยที่มีผลกระทบหลักต่อกิจการ
นโยบายคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
แผนภูมิโครงสร้าง วว.
โครงสร้างอัตราก�ำลัง
ผลงานเด่น ปี 2559
รางวัลเกียรติยศระดับชาติ
โครงการส�ำคัญ
ผลการด�ำเนินงานที่ไม่ใช่ทางการเงิน
ทรัพย์สินทางปัญญา
บทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติและวารสารวิชาการระดับประเทศ
การถ่ายทอดเทคโนโลยี : เทคโนโลยีเพื่อสังคมและเชิงพาณิชย์
การบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผลการด�ำเนินงานด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ปี 2559
วว. กับการน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาสนับสนุนภารกิจองค์กร
AEC เปิดพรมแดนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)
ความร่วมมือกับต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2559
ผลการด�ำเนินงานด้านลูกค้าและการตลาด วว. ปี 2559
ผลการด�ำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
ผลการด�ำเนินงานการก�ำกับดูแลที่ดี (CG)
ผลการด�ำเนินงานการควบคุมภายใน
การบริหารความเสี่ยง
ผลการด�ำเนินการด้านการเงิน
ภาพกิจกรรมเด่น
12
13
14
14
15
16
17
34
35
36
42
43
46
49
50
55
57
59
61
62
64
69
70
73
74
75
78
112
11
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
12
ประวัติ วว.
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นองค์กรทางวิชาการของรัฐ จัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2506 ในชื่อ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย (สวป.) สังกัดส ํานักนายกรัฐมนตรี และได้โอนมาสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เมื่อ พ.ศ. 2522 โดยใช้ชื่อว่า วว. มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ในประเภทส่งเสริม ได้รับงบประมาณจากรัฐในการดําเนินงาน
ตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
ตามพระราชบัญญัติ 5 ข้อ ดังนี้
1.ริเริ่มจัดดําเนินการวิจัย และให้บริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจและสังคม
ให้แก่หน่วยงานของรัฐและวิสาหกิจเอกชน
2.วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การอนามัย
และสวัสดิภาพของประชาชน
3.สนับสนุนการเพิ่มผลผลิตตามนโยบายของรัฐบาลโดยเผยแพร่ผลของการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนําไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์แก่ประเทศในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม
4.ฝึกอบรมนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5.ให้บริการในการทดสอบ ตรวจวัด และบริการอื่นๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ค่านิยม/วัฒนธรรมองค์กร/
วัตถุประสงค์หลัก/ยุทธศาสตร์
วิสัยทัศน์ :
เป็นองค์กรชั้นน�ำในการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และนวัตกรรม เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
พันธกิจ :
1.วิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
(วทน.) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ตอบสนอง
การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
2.ให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ ตรวจสอบ รับรอง
ระบบคุณภาพ อบรม และที่ปรึกษา เพื่อยกระดับความสามารถใน
การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
3.ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่อุตสาหกรรมและ
วิสาหกิจชุมชน และผลักดันให้เกิดการน�ำไปใช้ประโยชน์ ทั้งเชิง
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
4.พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
และมีธรรมาภิบาล
วัตถุประสงค์หลัก :
1)เพื่อสนับสนุนการยกระดับความสามารถในการเพิ่ม
ประสิทธิภาพการเกษตร การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การเพิ่ม
ผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มในสาขาอุตสาหกรรมดั้งเดิมของประเทศ
การพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต
2)เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถการวิจัย พัฒนา และ
ประสิทธิภาพการให้บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองรับ
Green Growth ของประเทศ
3)เพื่อสนับสนุนการเป็นส่วนส�ำคัญของประชาคมเศรษฐกิจ
ASEAN (ASEAN Economic Community) พัฒนาเครือข่ายเชื่อม
โยงโอกาสเพื่อการวิจัย พัฒนา นวัตกรรม และการบริการ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาก�ำลังคนของ วว.
4)เพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของ วว.
5)เพื่อพัฒนาระบบ เครื่องมือ การตลาด กฎระเบียบ ระบบ
การบริหารจัดการ ข้อมูล กลไก การบริหารจัดการที่ดีในการ
สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการพัฒนา
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ วว. ตลอดจนเพิ่มขีด
ความสามารถการบริหารจัดการงานของ วว. สู่ภาคธุรกิจเอกชน
และภาคประชาชน
ยุทธศาสตร์ :
ยุทธศาสตร์ที่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพด้าน วทน. ของ วว.
เพื่อสนับสนุนสังคมฐานความรู้อย่างทั่วถึงและตอบสนองวิถี ชีวิต
ในอนาคตของประชาชนส่วนใหญ่
ยุทธศาสตร์ที่ 2. การเพิ่มขีดความสามารถด้าน วทน. ของ
วว. เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ
ยุทธศาสตร์ที่ 3. การเพิ่มขีดความสามารถด้าน วทน. ของ
วว. เพื่อสนับสนุนความมั่นคง ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของ
ประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
องค์กร
วัฒนธรรมองค์กร :
“สร้างองค์กรแห่งปัญญา สร้างคุณค่านวัตกรรม”
ค่านิยมองค์กร :
มุ่งเน้นลูกค้า พัฒนาตนเอง (SMART TISTR)
S:Satisfaction ความพึงพอใจของลูกค้า
M:Mindfulness ความใส่ใจในลูกค้า
A:Accountability ความตระหนักในหน้าที่และสนอง
ความต้องการของลูกค้า
R:Recognition การยอมรับนับถือจากลูกค้า
T:Trustworthy ความศรัทธาและความเชื่อถือ
T:Talent สร้างความสามารถในการคิดค้นผลงาน
I:Innovation สร้างสรรค์นวัตกรรม
S:Self Development การพัฒนาตนเอง
T:Team Work การท�ำงานเป็นทีม
R:Responsibility ความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ
มอบหมาย
13
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
14
แนวนโยบายผู้ถือหุ้น (SOD)
ทิศทางการพัฒนาของ วว. สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และระดับองค์กร คือ “มุ่งพัฒนาองค์กรในการเพิ่มมูลค่า
และความช�ำนาญด้านงานวิจัยและบริการ ถ่ายทอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม สร้างความเชื่อมโยงและความร่วมมือในงานวิจัย
ภายในประเทศและต่างประเทศ”
แผนระยะสั้น
1.วิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของประเทศ โดยค�ำนึงถึงความ
ต้องการของตลาด
2.พัฒนาระบบบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานสากล
3.สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ
4.ประชาสัมพันธ์งานบริการและเผยแพร่งานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคม
แผนระยะยาว
1.สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศอย่างยั่งยืน
2.พัฒนางานวิจัยเชิงพาณิชย์และสังคม ที่มุ่งเน้นในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ประเภทกิจการ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทส่งเสริมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อด�ำเนินการตาม
นโยบายพิเศษของรัฐ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เดิมมีชื่อว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย
(สวป.) ซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2506 และได้เปลี่ยนมาใช้พระราชบัญญัติ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 สืบเนื่องจากการจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ
สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 จนถึงปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์และบริการหลักของ วว. ได้แก่ ผลงานวิจัยพัฒนา เช่น เทคโนโลยี องค์ความรู้ ผลงานตีพิมพ์ สิทธิบัตร เครื่องต้นแบบ
ผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากการวิจัย และบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ ตรวจรับรอง บริการ
วิจัย ที่ปรึกษา ฝึกอบรม
มีกลไกในการส่งมอบผลิตภัณฑ์หลักให้ลูกค้าโดยการน�ำเสนอผลงาน รายงานการวิจัย รายงานผลการวิเคราะห์ทดสอบ สอบเทียบ
การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการฝึกอบรม
ช่องทางการติดต่อ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ส�ำนักงานเทคโนธานี
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง
จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ 02 577 9000 อัตโนมัติ 90 สาย
โทรสาร 02 577 9009
ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา
นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซ.1 ต.แพรกษา อ.เมือง
จ.สมุทรปราการ 10280
โทรศัพท์ 02 323 1672-80 โทรสาร 02 323 9165
ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ส�ำนักงานบางเขน
196 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02 579 1121-30
สถานีวิจัยพืชล�ำตะคอง
333 หมู่ 12 ถ.มิตรภาพ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง
จ.นครราชสีมา 30130
โทรศัพท์ (044)-390107 โทรสาร (044)-390150
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราช
เลขที่ 1 หมู่ 9 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน�้ำเขียว จ.นครราชสีมา 30370
โทรศัพท์ (044)-009556
เว็บไซต์Call Center : 02 577 9300
15
จากนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (ปี 2555-2564) ได้มุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีระบบ
เศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างมีคุณภาพ มีเสถียรภาพ ตลอดจนมีการ
กระจายประโยชน์อย่างเป็นธรรมสู่สังคม ชุมชน ท้องถิ่น โดยการ
พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ให้มี
ประสิทธิภาพ สามารถขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจสังคมฐานความรู้และ
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บุคลากรด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาทั้งในเชิงปริมาณและ
คุณภาพ ลดการพึ่งพิงอุปกรณ์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ประชาชนได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา
สามารถใช้ วทน. ให้เป็นประโยชน์ต่อการด�ำรงชีวิต
ส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมแห่งชาติ ได้สรุปสถานการณ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ในปี 2559 IMD ได้จัดอันดับ
ความสามารถการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของไทยอยู่ในอันดับที่ 28
จาก 61 ประเทศ ในปี 2558 การจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอยู่ที่ร้อยละ 3.86 ต่อ
งบประมาณจัดสรรโดยรวมของประเทศ และการลงทุนด้านการ
วิจัยและพัฒนาในภาคเอกชนต่อภาครัฐ ประจ�ำปี 2557 มีสัดส่วน
ร้อยละ 54 : ร้อยละ 46 โดยในปี 2557 ประเทศไทยมีการลงทุน
ด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.48 ต่อ GDP และมี
สัดส่วนบุคลากรวิจัยและพัฒนาของประเทศ 12.9 คนต่อประชากร
10,000 คน
ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนากรเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติ คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะขยายตัวร้อยละ
3.0–3.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) การใช้จ่ายและการลงทุน
ของภาครัฐที่ขยายตัวในเกณฑ์สูง (2) แรงขับเคลื่อนจากมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (3) จ� ำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้ม
ขยายตัวต่อเนื่อง (4) ราคาน�้ ำมันยังมีแนวโน้มจะทรงตัวอยู่ในระดับ
ต�่ำและ (5) การปรับตัวดีขึ้นของรายได้ครัวเรือนภาคการเกษตร
ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากผลผลิตที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาขยายตัว
และการปรับตัวดีขึ้นของราคาสินค้าเกษตรส�ำคัญๆ
สอดคล้องกับศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ได้ประเมินว่า ในปี 2559
เศรษฐกิจไทยน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย โดยอาจขยายตัว
ร้อยละ 2.5-3.5 (ค่ากลางอยู่ที่ร้อยละ 3.0) เมื่อเทียบกับอัตราการ
ขยายตัวในปี 2558 ที่ร้อยละ 2.8 โดยมีการลงทุนเป็นแกนหลักที่
น�ำการเติบโต ทั้งนี้ การลงทุนของภาครัฐจะยังคงมีบทบาทส�ำคัญ
ในการผลักดันเงินสู่ระบบเศรษฐกิจและสนับสนุนให้ภาคเอกชนมี
ความเชื่อมั่นในการลงทุนตามมา และเศรษฐกิจไทยจ�ำเป็นอย่างยิ่ง
ที่ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของภาคเอกชนในหลายๆ
ภาวะอุตสาหกรรมและแนวโน้มในอนาคต
กลุ่มธุรกิจเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากแรงผลัก
ดันจากการลงทุนของภาครัฐและการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว
ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปี 2558
สามารถรักษาอัตราการขยายตัวไว้ได้ใกล้เคียงหรือดีขึ้นเล็กน้อย
จากปีก่อนธุรกิจที่คาดว่าจะรักษาการเติบโตในเกณฑ์ดีไว้ได้ และ
น่าจะมีการขยายการลงทุนหลังจากยอดขายในปี 2558 ที่ผ่านมายัง
คงเติบโต ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ขนส่ง และโลจิสติกส์ ธุรกิจด้าน
ไอที ธุรกิจด้านสุขภาพ ส่วนธุรกิจที่จะยังเผชิญความท้าทายอย่าง
ต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจด้านอาหารแปรรูป ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และ
ยอดขายรถยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจในห่วงโซ่การผลิต
สินค้าเกษตรส�ำคัญอย่างข้าวและยางพารา เป็นกลุ่มธุรกิจที่จะยัง
คงเผชิญความยากล�ำบากอย่างต่อเนื่องในปี 2559 จากปัญหาภัย
แล้งรุนแรงที่กระทบผลผลิตพืชไร่โดยเฉพาะข้าว ส่วนราคายางพารา
ก็ยังมีระดับต�่ำตามราคาน�้ำมันในตลาดโลกและค�ำสั่งซื้อจากคู่ค้า
หลักที่มีแนวโน้มไม่สดใสตามการเติบโตช้าลงของเศรษฐกิจจีน
ตลอดจนธุรกิจส่งออกที่การผลิตพึ่งพาแรงงานในสัดส่วนสูง หรือ
Labor-Intensive อาทิ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์
และชิ้นส่วน รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าบาง
ชนิด ก็ยังมีแนวโน้มได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากประเด็นความ
สามารถทางการแข่งขันในเวทีการค้าโลก จนท�ำให้ผู้ประกอบการ
รายใหญ่และบริษัทข้ามชาติมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศ
เพื่อนบ้านที่ได้เปรียบด้านต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
จากกรอบนโยบายรัฐบาลและแนวทางการพัฒนาตามแผนฯ
ฉบับที่ 12 มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน
และการหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่รายได้สูง ประเด็นของ
การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการ
พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการผลิต
และการด�ำรงชีวิต โดยให้ความส�ำคัญกับเทคโนโลยีแบบแยกย่อย
(Disruptive Technology) ที่ช่วยพัฒนาให้สินค้าใช้งานง่ายขึ้น
ราคาถูกและมีขนาดเล็ก รวมทั้งการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่ม
ประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการ เพื่อรองรับ
ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
โดยวางแนวการพัฒนาสภาวะแวดล้อมของการพัฒนาวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ทั้งด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนา
ด้านบุคลากรวิจัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการบริหารจัดการ
รวมทั้งการสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการมีบทบาทหลัก
ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนผลักดันงานวิจัยและพัฒนา
ให้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งเชิงพาณิชย์และสาธารณะโดยให้
ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
16
ปัจจัยที่มีผลกระทบหลักต่อกิจการ
การขับเคลื่อนให้การด�ำเนินงานของ วว. ได้บรรลุทิศทางและเป้าหมายขององค์กร ได้มีการปัจจัยที่มีผลกระทบหลักต่อองค์กรที่
ส�ำคัญ ได้แก่
การน�ำผลงานด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์
วว. เป็นองค์กรที่มีพันธกิจในการบูรณาการงานวิจัย พัฒนา นวัตกรรมด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องมือแพทย์ พลังงาน
ทดแทน และการจัดการสิ่งแวดล้อม สู่การน�ำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงสังคม และเชิงพาณิชย์ มีการให้บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ด้านการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ รับรองระบบ คุณภาพ บริการที่ปรึกษา ด้วยระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงการผลักดัน
ผลงานวิจัย นวัตกรรม และบริการ ที่สนองความต้องการกลุ่มเป้าหมาย ทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ เพื่อการพึ่งพาตนเองในประเทศ
และมุ่งสู่อาเซียน ด้วยการจัดการเชิงธุรกิจและการตลาดที่เข้มแข็ง ดังนั้น การด�ำเนินงานวิจัยของ วว. ที่ไม่สามารถน�ำผลผลิตจาก
ผลงานวิจัยและพัฒนา ไปใช้ประโยชน์ให้กับสังคม รวมถึงการให้บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของ
ภาคเอกชนจะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการด�ำเนินงานขององค์กร
การด�ำเนินงานของ วว. ได้มีการก�ำหนดให้มีการจัดท�ำTechnology Roadmap เพื่อก�ำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่
ต้องการของสังคมในอนาคต และมีการก�ำหนดให้การจัดท�ำโครงการวิจัยและพัฒนาต้องมีการน�ำความต้องการจากภาคเอกชน หรือ
สังคมเข้ามาประกอบในการจัดท�ำข้อเสนอโครงการใหม่ ในส่วนของงานบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีการขยายขอบเขตการให้
บริการใหม่เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานที่มีแนวโน้มในการแข่งขันกับคู่แข่งได้
ปัจจัยด้านการยอมรับผลการด�ำเนินงานของ วว. ในระดับอาเซียน
การเปิดเสรีการค้าภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นทั้งโอกาสและเป็นประเด็นที่ วว. จะต้องเตรียมการเพื่อรองรับ
ผลกระทบ ซึ่งก่อให้เกิดโอกาส เช่น การเคลื่อนย้ายก�ำลังคนที่มีความสามารถในสาขาที่ขาดแคลนเข้าสู่ประเทศ และส่งเสริมให้การพัฒนา
คุณภาพมาตรฐานสากลเป็นประเด็นส� ำคัญส�ำหรับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถส่งออกไปยังประเทศที่มีการก�ำหนดมาตรการกีดกัน
ทางการค้าที่ไม่ใช้ภาษี (NTB) ทั้งนี้การเปิดเสรีส่งผลกระทบให้มีองค์กรวิจัย พัฒนา ทั้งภาครัฐและเอกชนของต่างประเทศสามารถเข้า
มาด�ำเนินกิจกรรมด้าน ว. และ ท. ในประเทศไทยได้มากขึ้น ทั้งนี้ ในการที่จะสร้างการยอมรับในระดับ ASEAN ได้จะต้องมีการพัฒนา
บุคลากร อันเป็นรากฐานที่ส�ำคัญในการก้าวเข้าสู่อาเซียน มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งทางด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การด� ำเนินงาน
ของ วว. ได้มีการพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานในอาเซียนเพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งด้านการวิจัย พัฒนา และการบริการ ว. และ ท.
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเป้าหมาย
การพัฒนาขีดความสามารถให้กับภาคเอกชน โดยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเป้าหมายที่ส�ำคัญของแผนวิสาหกิจ วว.
ปี 2555-2564 โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเพิ่มการมีส่วนร่วมในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการให้บริการด้าน ว. และ ท. ดัง
นั้น การสร้างกระบวนการในการเข้าถึงความต้องการของผู้ประกอบการเป้าหมาย เพื่อน�ำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาขีดความ
สามารถให้กับผู้ประกอบการ การพัฒนากระบวนการสนับสนุนการปฏิบัติงาน การพัฒนาด้านการตลาด การจัดการด้านทรัพย์สินทาง
ปัญญา การพัฒนาด้านแหล่งเงินทุน จึงเป็นกระบวนการที่มีความส�ำคัญที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ
ก่อให้เกิดการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา
การด�ำเนินงานของ วว. จึงได้มีเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผ่านระบบ STIM (Science Technology
and Innovation Matching Program) ซึ่งได้พัฒนาเป็นระบบคูปองวิทย์เพื่อโอทอป ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถ
ของผู้ประกอบการ โดยการน�ำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ กระบวนการ
และมาตรฐาน ผ่านกลไกระบบพี่เลี้ยงธุรกิจและที่ปรึกษาเทคโนโลยี เชื่อมโยงการบริการด้านการตลาดและการเงิน ผ่านเครือข่ายในการ
ท�ำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
การพัฒนาขีดความสามารถด้านการสร้างสรรค์งานนวัตกรรมผ่านการพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญ วว.
เพื่อให้ผลงานวิจัยและพัฒนาที่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ประกอบการได้มีการน�ำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง จึงควร
มีการด�ำเนินงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ได้มีการน�ำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์ ทั้งในการพัฒนาด้าน
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมโดย วว. ได้มีทิศทางการพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ ด้านเกษตรพืชสวน พืชสมุนไพร
ด้านพลังงานทดแทน ด้านอาหารแปรรูป และด้านระบบราง อย่างไรก็ตาม การพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
จะต้องมีการส่งเสริมและพัฒนา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในด้านต่างๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการน� ำผลงานวิจัย
ไปสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม การพัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความช� ำนาญเฉพาะด้าน การเตรียมความพร้อมของ
สถานที่ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่เพียงพอในการส่งเสริมให้นักวิจัยสามารถน�ำมาใช้ส�ำหรับการ
วิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการด�ำเนินชีวิตของประชาชน
ปัจจัยด้านการพัฒนากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับให้มีความทันสมัย และสอดรับกับทิศทางการพัฒนาองค์กร
วว. ได้มีการด�ำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่สอดคล้องกับภารกิจของ วว. ในหลายๆ ด้านทั้งภารกิจเดิม และภารกิจ
ใหม่ที่ต้องมีการด�ำเนินงานในระดับพื้นที่ และเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกองค์กร ภารกิจใหม่บางด้านจ�ำเป็นต้องมีการ
ปรับปรุง พัฒนากฎระเบียบต่างๆ ของ วว. ให้มีความทันสมัย รองรับการด�ำเนินงาน รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบให้รองรับการพัฒนา
องค์กรในอนาคต เพื่อให้การด�ำเนินงานขององค์กรมีความคล่องตัว และเกิดประสิทธิภาพในการด�ำเนินงาน
นโยบายคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) ได้ก� ำหนดทิศทางและวางกรอบนโยบายการ
ด�ำเนินงานในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการท�ำงานของ วว. ดังนี้
วัตถุประสงค์ของนโยบาย กวท.
1.เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปเชิงโครงสร้างการบริหารงานราชการของประเทศ การทบทวนปรับปรุงการท�ำงานให้เกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด
2.เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลปัจจุบันว่าด้วยการสนับสนุนการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพื่อมุ่งไปสู่
เป้าหมายให้ไม่ต�่ำกว่าร้อยละ 1 ของรายได้ประชาชาติ และสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70 โดยการผลักดันให้เกิดการน�ำผลงานวิจัยและ
พัฒนา และงานบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ วว. ในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไปใช้ในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบ
การขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทย เพื่อการเตรียมพร้อมรองรับการเป็นส่วนส�ำคัญของประชาคมอาเซียน (ASEAN Economic
Community) ตลอดจนเร่งด�ำเนินการจัดท�ำแผนงานและผลักดันให้เกิดกลไก เครื่องมือ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกอย่างเป็นระบบ ส�ำหรับ
การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการน�ำผลงาน วทน. ไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม
3.เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลปัจจุบันว่าด้วยการเร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการให้บุคลากรด้านการวิจัยและ
พัฒนาของ วว. สามารถไปท�ำงานในภาคเอกชน และการให้อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมีช่องทางได้เทคโนโลยีโดยความร่วม
มือจากเครือข่ายหน่วยงานและสถานศึกษาภาครัฐ
4.เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลปัจจุบันว่าด้วยการส่งเสริมให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากงาน
วิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมของไทยอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้ด�ำเนินการพัฒนางาน วทน. ในสาขาที่ วว. มีความช�ำนาญสามารถ
ตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจนและสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
5.เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลปัจจุบันว่าด้วยการปรับปรุงและจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวิจัย
และพัฒนา และด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่ส� ำคัญ ในการต่อยอดสู่การใช้เชิงพาณิชย์ของภาคอุตสาหกรรม ให้
มีความพร้อม ทันสมัย และกระจายในพื้นที่ต่างๆ โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญของ วว. ในสาขาที่มีความช�ำนาญ ได้แก่ การเกษตรเพื่อ
ชุมชน อาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร นวัตกรรมวัสดุจากธรรมชาติ พลังงานทางเลือกและการจัดการสิ่งแวดล้อม
เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม ทั้งนี้จะต้องมีแนวปฏิบัติในการสร้างทุนทางปัญญา สร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา
สถาบันวิจัย ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนองค์การต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อันจะน�ำไปสู่การ
พัฒนางาน วทน. และการน�ำวทน. ไปใช้ในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมแบบครบวงจร
17 -
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
18
พันธกิจและนโยบาย กวท.
เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ก�ำหนดพันธกิจและแผนเร่งรัดการท�ำงาน บนพื้นฐานของหลักการในการพัฒนางานวิทยาศาสตร์
วิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม และน�ำผลงานจากการพัฒนาไปสร้างพลังในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้า
ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง มุ่งเน้นการอภิวัฒน์ประเทศไทยด้วยนโยบายนวัตกรรม ภายใต้แผนงานของ กวท. 3 ระยะ คือ
1ระยะเร่งด่วน ด�ำเนินการทันที ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
2ระยะสั้น 1-2 ปี ส�ำหรับมาตรการปรับตัวขององค์กรและมาตรการเชิงรุก
3ระยะยาว มากกว่า 2 ปี ส�ำหรับมาตรการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร
1. แผนระยะเร่งด่วน ด�ำเนินการทันที ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
แผนงานที่ 1: แผนการปฏิรูปเชิงโครงสร้างหน่วยงานให้มีความคล่องตัว มุ่งเน้นการอภิวัฒน์ประเทศไทย ด้วยนโยบายนวัตกรรม
-ปรัปปรุงโครงสร้างการท�ำงาน ให้เหมาะสมกับนโยบายรัฐบาลปัจจุบันและความต้องการของประชาชน สังคม
เศรษฐกิจ และประเทศชาติ ว่าด้วย 1) การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม 2) การถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้
ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 3) การบริการ ว. และ ท.
-ศึกษา ทบทวน อ�ำนาจ และวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2522 ให้ทันต่อกระแสโลกาภิวัตน์ ภูมิภาคภิวัฒน์ ให้สอดคล้องกับการส่งเสริม ถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้
ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม ตามนโยบายรัฐบาล
แผนงานที่ 2: แผนการสนับสนุนการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายให้ไม่ต�่ำกว่าร้อยละ 1
ของรายได้ประชาชาติ และสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70
-แผนการพัฒนาระบบส่งเสริมการลงทุนด้าน R&D ผู้ประกอบการ SMEs, Micro Enterprise, วิสาหกิจชุมชน และ
OTOP ผ่านเครื่องมือ กลไก เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเข้าถึงเทคโนโลยี ควบคู่ระบบพี่เลี้ยง ระบบที่ปรึกษาเทคโนโลยี
ระบบการพัฒนาผู้ผลิตเทคโนโลยี (พร้อมการอ�ำนวยความสะดวกให้เข้าถึงการบริการของรัฐด้านการลดหย่อนทาง
ภาษี การใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI)
2. แผนระยะสั้น 1-2 ปี ส�ำหรับมาตรการปรับตัวขององค์กร และมาตรการเชิงรุก (เริ่มปี 2558 ด�ำเนินการเป็นรูปธรรม 2 ปี)
แผนงานที่ 3: การเร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม มุ่งเน้นการให้บุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐสามารถไปท�ำงานใน
ภาคเอกชน
-การพัฒนาชุมชนนวัตกรรม และจัดท�ำแผนปฏิบัติการการพัฒนา วทน. และการน�ำวทน. ไปใช้ในการพัฒนาใน
จังหวัดเป้าหมายเพื่อให้เกิดการท�ำงานร่วมกันระหว่าง วว. และพื้นที่
-การพัฒนาแนวทางการขยายพื้นที่การท�ำงานสู่พื้นที่เชิง Industrial Park เพื่อให้เกิดโอกาสในการเข้าถึงงาน วทน.
ของ วว.
แผนงานที่ 4: การส่งเสริมให้โครงการลงทุนของประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมของไทยอย่าง
เหมาะสม
-การพัฒนาอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากยางและการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากยาง ผ่านโครงการลงทุนรัฐร่วม
เอกชน Pilot Plant and Testing
-การพัฒนาระบบการบริการวิเคราะห์ ทดสอบ มาตรฐาน อุตสาหกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางราง
3. ระยะยาว มากกว่า 2 ปี ส�ำหรับมาตรการสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ (ด�ำเนินการเริ่ม 2558 ต่อเนื่อง)
แผนงานที่ 5: การปรับปรุงและจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิจัยและพัฒนา และด้านนวัตกรรม
ในการต่อยอดสู่การใช้เชิงพาณิชย์ของภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญของ วว. ในสาขาที่มีความช�ำนาญ ได้แก่ การเกษตร
เพื่อชุมชน อาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร นวัตกรรมวัสดุจากธรรมชาติ พลังงานทางเลือกและการจัดการสิ่งแวดล้อม
เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม
-การพัฒนาสาขาความเชี่ยวชาญรายสาขา (การเกษตรเพื่อชุมชน อาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร
นวัตกรรมวัสดุจากธรรมชาติ พลังงานทางเลือกและการจัดการสิ่งแวดล้อม เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม) เพื่อให้เกิด
ระบบการท�ำงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เกิดพลวัตรของการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก
โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาก�ำลังคนเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนร่วมกับสถานศึกษา การเพิ่มขีดความสามารถของ
สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย การเพิ่มประสิทธิภาพของการด�ำเนินงานวิจัยและพัฒนาขององค์กร
วิสัยทัศน์
วว. เป็นองค์กรชั้นน�ำระดับอาเซียนในการวิจัย พัฒนา และบริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
พันธกิจ
1.พัฒนาขีดความสามารถด้านงานวิจัยและพัฒนา
2.พัฒนาขีดความสามารถด้านการสร้างสรรค์งานนวัตกรรม
3.พัฒนาขีดความสามารถด้านการบริการงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4.พัฒนาขีดความสามารถด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการผลักดันการน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงพาณิชย์และ
เชิงสังคม
5.พัฒนาขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการขององค์กร
วัตถุประสงค์หลัก
1.เพื่อสนับสนุนการลดการเจ็บป่วยการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยน�ำไปสู่การพึ่งพาตนเองและลดปัญหาความเหลื่อมล�้ำ
ยากจน และการเสริมสร้างฐานความรู้ให้รู้จักใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
2.เพื่อสนับสนุนการยกระดับความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรพืชสวน พืชเศรษฐกิจ พืชสมุนไพร ไปใช้ประโยชน์
เชิงพาณิชย์ การเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มในสาขาอุตสาหกรรมดั้งเดิมของประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต และการปรับตัว
ต่อความเปลี่ยนแปลงและการกีดกันทางการค้า
3.เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสีย การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสร้างความหลากหลายทาง
ชีวภาพสู่สภาพสมดุลของประเทศ
4.เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถการวิจัย พัฒนา และประสิทธิภาพการให้บริการ ว. และ ท. รองรับ Green Growth ของ
ประเทศ
5.เพื่อสนับสนุนการเป็นส่วนส�ำคัญของประชาคมเศรษฐกิจ ASEAN (ASEAN Economic Community) พัฒนาเครือข่าย
เชื่อมโยงโอกาสเพื่อการวิจัย พัฒนา นวัตกรรมและการบริการ ว. และ ท. พัฒนาก�ำลังคนของ วว. และใช้ประโยชน์จากการเข้าสู่ประชาคม
เศรษฐกิจ ASEAN ของ วว.
6.เพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ
สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของ วว.
7.เพื่อพัฒนาระบบ เครื่องมือ การตลาด กฎระเบียบ ระบบการบริหารจัดการ ข้อมูล กลไก การบริหารจัดการที่ดีในการสนับสนุน
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของ วว. ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถ
การบริหารจัดการงานของ วว. สู่ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน
19
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
20
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
ในปีงบประมาณ 2559 คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) ประกอบด้วยบุคคล
ดังต่อไปนี้
1.พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ
ประธานกรรมการ (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
2.นางหิรัญญา สุจินัย
กรรมการโดยต�ำแหน่ง (6 พฤศจิกายน 2557 – ปัจจุบัน)
3.นายปรเมธี วิมลศิริ
กรรมการโดยต�ำแหน่ง (1 ตุลาคม 2558 – ปัจจุบัน)
4.นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ
กรรมการโดยต�ำแหน่ง (1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559)
5.นายเจน น�ำชัยศิริ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
6.นายพสุ โลหารชุน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
7.นางวรรณิภา ภักดีบุตร
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
8.ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
9.ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (10 กันยายน 2558 – 15 สิงหาคม 2559)
10. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (26 กุมภาพันธ์ 2559 – ปัจจุบัน)
11. นางฉันทรา พูนศิริ
กรรมการและเลขานุการ (28 กรกฎาคม 2558 – 20 ธันวาคม 2558)
12. ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
กรรมการและเลขานุการ (21 ธันวาคม 2558 – ปัจจุบัน)
ประวัติคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
1. พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ
ประธานกรรมการ กวท. (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อย
พระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 28
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม
กระทรวงกลาโหม
ประสบการณ์การท�ำงาน
- รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงบประมาณกลาโหม
- ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการส�ำนักงบประมาณกลาโหม
2. นางหิรัญญา สุจินัย
กรรมการ กวท. (6 พฤศจิกายน 2557 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาโท บัญชีมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-ปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
เลขาธิการส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ประสบการณ์การท�ำงาน
-ที่ปรึกษาด้านการลงทุน ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การลงทุน
-รองเลขาธิการส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
3. นายปรเมธี วิมลศิริ
กรรมการ กวท. (1 ตุลาคม 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน
และการคลัง มหาวิทยาลัยดาร์ลตัน ประเทศแคนาดา
-ปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้าน
เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต ด้านเศรษฐศาสตร์
ปริมาณวิเคราะห์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
-เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ
ประสบการณ์การท�ำงาน
-รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ
-ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (ระดับ 10)
4. นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ
กรรมการ กวท. (1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559)
การศึกษา
-ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สิ่งแวดล้อม)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-ปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต (สาขาเคมี)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
-เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
ประสบการณ์การท�ำงาน
-รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
-ผู้อ�ำนวยการภารกิจบริหารจัดการผลงานวิจัย
5. นายเจน น�ำชัยศิริ
กรรมการ กวท. (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาโท M.S. (I.E.), M.S. (M.E.), Standford
University, California ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ประสบการณ์การท�ำงาน
-รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
-รองประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันพลังงาน
เพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
-คณะกรรมการบริหาร สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
6. นายพสุ โลหารชุน
กรรมการ กวท. (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตรอุตสาหการและการวิจัย
การด�ำเนินงาน Virginia Polytechnic Institute and
State University ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาโท วิศวกรรมอุตสาหการ Polytechnic Institute
of New York ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม
ประสบการณ์การท�ำงาน
-อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
-รองปลัดกระทรวงทรัพยากรอุตสาหกรรม
-รองเลขาธิการส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
7. นางวรรณิภา ภักดีบุตร
กรรมการ กวท. (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาโท บริหารธุรกิจบัณฑิต (MBA)
มหาวิทยาลัยซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
- ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จ�ำกัด
ประสบการณ์การท�ำงาน
-รองประธานกรรมการบริหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วน
บุคคลและอาหาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จ�ำกัด
-รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้
ส่วนบุคคล กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผม โดฟ เรโซนา แอ๊กซ์
และ ผิวพรรณ
8. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา
กรรมการ กวท. (16 เมษายน 2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาเอก System Dynamics and Energy
Analysis of Engineering, Strathclyde University
ประเทศอังกฤษ
-ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยี
การบริหารสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
-ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคนิคการแพทย์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
-อาจารย์ประจ�ำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
ประสบการณ์การท�ำงาน
-อุปนายกสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
-กรรมการมูลนิธิใบไม้เขียว
9. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์
กรรมการ กวท. (10 กันยายน 2558 – 15 สิงหาคม 2559)
การศึกษา
-ปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต
Imperial College ประเทศอังกฤษ
-ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
21
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
22
- ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การท�ำงาน
-คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-ผู้อ�ำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
10. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช
กรรมการ กวท. (26 กุมภาพันธ์ 2559 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบริหารงานทั่วไป)
มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง
-ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
รองอธิบดีกรมสรรพากร
ประสบการณ์การท�ำงาน
-ผู้อ�ำนวยการเฉพาะด้าน (นิติการ) สูง ส�ำนักกฎหมาย
กรมสรรพากร
-ผู้อ�ำนวยการสูง ส�ำนักงานสรรพากรภาค 3 และส�ำนักงาน
สรรพากรภาค 2
11. นางฉันทรา พูนศิริ
กรรมการและเลขานุการ กวท. (รักษาการในต�ำแหน่งผู้ว่าการ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตั้งแต่
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 – 20 ธันวาคม 2558)
การศึกษา
-ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต พัฒนาผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
(เคมี-ชีวะ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
-รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
ประสบการณ์การท�ำงาน
-ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
12. ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
กรรมการและเลขานุการ กวท. (ต�ำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม
2558 – ปัจจุบัน)
การศึกษา
-ปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต (วัสดุศาสตร์) University of
Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วัสดุศาสตร์)
University of Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา
-ปริญญาโท พาณิชยศาสตรมหาบัณฑิต (MBA)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (วัสดุศาสตร์)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต�ำแหน่งปัจจุบัน
-ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง
ประเทศไทย
ประสบการณ์การท�ำงาน
-รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม
-ผู้อ�ำนวยการศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
คณะกรรมการมีอ�ำนาจหน้าที่วางนโยบายบริหารงานและควบคุมดูแลโดยทั่วไป และรับผิดชอบซึ่งกิจการของสถาบัน อ�ำนาจ
หน้าที่นี้รวมถึง
1.ก�ำหนดจ�ำนวนต�ำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นของพนักงานและลูกจ้าง
2.ออกข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้าง การออกจากงาน ระเบียบวินัย การลงโทษ และอุทธรณ์การ
ลงโทษ ของพนักงานและลูกจ้าง
3.ออกข้อบังคับว่าด้วยการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง
4.ออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างและครอบครัว
5.ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินของสถาบัน
6.ออกข้อบังคับอื่นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสถาบัน
บทบาทและหน้าที่ของ กวท.
กวท. มีอ�ำนาจหน้าที่ในการวางนโยบาย บริหารงานและควบคุมดูแลโดยทั่วไป และรับผิดชอบกิจการของ วว. ปัจจุบันมีกรรมการ
จ�ำนวน 11 ท่าน แบ่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน กรรมการโดยต�ำแหน่ง 3 ท่าน และผู้ว่าการ วว. เป็นกรรมการและเลขานุการ
โดยต�ำแหน่ง ซึ่งมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของ วว.
กวท. ชุดปัจจุบันได้รับการแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2558 โดยมีระยะเวลาการด� ำรงต�ำแหน่ง 2 ปี มีการประชุมทุกเดือน
เดือนละ 1 ครั้ง โดยได้รับค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 ได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าเบี้ยประชุม
รวมทั้งสิ้น 694,000 บาท โดยในปีงบประมาณ 2559 ได้เริ่มมีการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 และมีการประชุมใน
ปีงบประมาณ 2559 รวมทั้งหมด 12 ครั้ง ดังนี้
การจ่ายเบี้ยประชุม ปีงบประมาณ 2559
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม
(รวม 12 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
เบี้ยประชุม
โบนัส
(ปี 2558)
1. พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ (ประธานกรรมการ)
2. นางหิรัญญา สุจินัย (กรรมการ)
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ (ผู้แทน)
นายโชคดี แก้วแสง (ผู้แทน)
3. นายปรเมธี วิมลศิริ (กรรมการ)
นายธานินทร์ ผะเอม (ผู้แทน)
นางสาวจิตรลดา พิศาลสุพงศ์ (ผู้แทน)
4. นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ (กรรมการ)
นางสาวจินตนาภา โสภณ (ผู้แทน)
5. นายเจน น�ำชัยศิริ (กรรมการ)
6. นายพสุ โลหารชุน (กรรมการ)
7. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (กรรมการ)
8. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา (กรรมการ)
9. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ (กรรมการ)
10. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช (กรรมการ)
12. นางฉันทรา พูนศิริ (กรรมการและเลขานุการ)
13. ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ (กรรมการและเลขานุการ)
11 ครั้ง
4 ครั้ง
3 ครั้ง
1 ครั้ง
0 ครั้ง
2 ครั้ง
8 ครั้ง
10 ครั้ง
1 ครั้ง
4 ครั้ง
8 ครั้ง
3 ครั้ง
9 ครั้ง
3 ครั้ง
6 ครั้ง
3 ครั้ง
8 ครั้ง
110,000.00
32,000.00
24,000.00
8,000.00
-
16,000.00
64,000.00
80,000.00
8,000.00
32,000.00
64,000.00
24,000.00
72,000.00
24,000.00
48,000.00
24,000.00
64,000.00
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
รวม
694,000.00
-
23
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
24
หมายเหตุ:
1.นางฉันทรา พูนศิริ ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งรักษาการในต�ำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตั้งแต่
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 - 20 ธันวาคม 2558
2.นางลักษมี ปลั่งแสงมาศ ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21
ธันวาคม 2558 และได้เข้าประชุม กวท. ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 เป็นครั้งแรก
3.นายปรเมธี วิมลศิริ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558
4.นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยให้มีผล ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558
5.นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ กวท. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 และได้เข้าประชุม กวท. ครั้งที่
3/2559 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 เป็นครั้งแรก
6.นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เ ข้าประชุมแทน นางหิรัญญา สุจินัย ในการประชุม กวท. จ�ำนวน 3 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 9/2558 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558
- ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559
- ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559
7.นายโชคดี แก้วแสง เข้าประชุมแทน นางหิรัญญา สุจินัย ในการประชุม กวท. ครั้งที่ 5/2559 วันที่ 19 พฤษภาคม 2559
8.นางสาวจิตรลดา พิศาลสุพงศ์ เข้าประชุมแทน นายปรเมธี วิมลศิริ ในการประชุม กวท. จ�ำนวน 8 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 9/2558 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558
- ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558
- ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559
- ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559
- ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559
- ครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2559
- ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2559
- ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559
9.นายธานินทร์ ผะเอม เข้าประช ุมแทน นายปรเมธี วิมลศิริ ในการประชุม กวท. จ�ำนวน 2 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 11/2558 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558
- ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559
10. นางสาวจินตนาภา โสภณ เข้าประชุมแทน นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ ในการประชุม กวท. ครั้งที่ 10/2558 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558
11. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ลาออกจากต�ำแหน่งกรรมการ กวท. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป
การจ่ายเบี้ยประชุม ปีงบประมาณ 2559
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.)
รายชื่อกรรมการ
วันที่
ได้รับการ
แต่งตั้ง
วันที่
หมดวาระ
/ลาออก
จ�ำนวนเดือน/
วันที่ได้รับค่า
ตอบแทน
รายเดือน
ค่าตอบแทน
รายเดือน
(บาท)
1. พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ (ประธานกรรมการ)
2. นางหิรัญญา สุจินัย (กรรมการ)
3. นายปรเมธี วิมลศิริ (กรรมการ)
4. นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ (กรรมการ)
5. นายเจน น�ำชัยศิริ (กรรมการ)
6. นายพสุ โลหารชุน (กรรมการ)
7. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (กรรมการ)
8. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา (กรรมการ)
9. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ (กรรมการ)
10. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช (กรรมการ)
11. นางฉันทรา พูนศิริ (กรรมการและเลขานุการ)
12. ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ (กรรมการและเลขานุการ)
16 เม.ย. 58
6 พ.ย. 57
1 ต.ค. 58
1 ต.ค. 58
16 เม.ย. 58
16 เม.ย. 58
16 เม.ย. 58
16 เม.ย. 58
10 ก.ย. 58
26 ก.พ. 59
28 ก.ค. 58
21 ธ.ค. 59
-
-
-
30 ก.ย. 59
-
-
-
-
-
-
20 ธ.ค. 58
-
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
12 เดือน
10 เดือน 14 วัน
7 เดือน 4 วัน
2 เดือน 20 วัน
9 เดือน 11 วัน
รวม
192,000.00
96,000.00
96,000.00
96,000.00
96,000.00
96,000.00
96,000.00
96,000.00
83,612.90
57,103.44
21,333.00
74,667.00
1,105,103.44
หมายเหตุ:
1.จากการประชุม กวท. ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 กวท. มีมติอนุมติให้จ่ายค่าตอบแทนในอัตราเต็ม ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2
กรกฎาคม 2556 เรื่องอัตราค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ โดยให้เริ่มจ่ายส�ำหรับเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป และได้ระบุหลักเกณฑ์
การจ่ายค่าตอบแทนรายเดือนของกรรมกรรมการรัฐวิสาหกิจ ในกรณีที่กรรมการรัฐวิสาหกิจด�ำรงต�ำแหน่งไม่เต็มเดือนให้จ่ายค่าตอบแทนรายเดือนตามสัดส่วน
ระยะเวลาการด�ำรงต�ำแหน่ง
2.นางฉันทรา พูนศิริ ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งรักษาการในต�ำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตั้งแต่
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 - วันที่ 20 ธันวาคม 2558
3.ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่งผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21
ธันวาคม 2558 และได้เข้าประชุม กวท. ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 เป็นครั้งแรก
4.นายปรเมธี วิมลศิริ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558
5.นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558
6.นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กรรมการ กวท. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 และได้เข้าประชุม กวท. ครั้ง
ที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 เป็นครั้งแรก
7.ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ลาออกจากต�ำแหน่งกรรมการ กวท. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป
25
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
26
การแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ
กวท. ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กลั่นกรองการด� ำเนินงานของ กวท. ใน
ด้านต่างๆ ทั้งหมด 10 คณะ โดยมี กวท. ร่วมเป็นประธานและกรรมการ ดังนี้
1. คณะกรรมการตรวจสอบ
มีอ�ำนาจหน้าที่ตามที่ก�ำหนดไว้ในข้อบังคับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการก�ำกับดูแลกิจการ
และการควบคุมภายในของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ประกอบด้วย กวท. 3 ท่าน โดยใน
ปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (3 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอ�ำไพ (ประธานกรรมการ)
2. นางหิรัญญา สุจินัย (กรรมการ)
3. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช (กรรมการ)
4. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักตรวจสอบภายใน (เลขานุการ)
3
3
1
3
120,000.00
96,000.00
42,666.67
48,000.00
รวม
306,666.67
หมายเหตุ:
1. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช ได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการ กวท. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบ
ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2559
2. ค่าตอบแทนของคณะกรรมการตรวจสอบ มาจากระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยตรวจสอบภายในของ
รัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2555 ข้อ 16 “ให้กรรมการตรวจสอบได้รับค่าตอบแทนในฐานะกรรมการตรวจสอบอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากค่าตอบแทนในฐานะกรรมการ
รัฐวิสาหกิจ โดยเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเท่ากับเบี้ยประชุมกรรมการของกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น โดยให้ประธานกรรมการตรวจสอบได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น
ในอัตราร้อยละ 25 ของค่าตอบแทนดังกล่าว และให้เลขานุการได้รับค่าตอบแทนในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเท่ากับกึ่งหนึ่งของค่าตอบแทนกรรมการ
ตรวจสอบ”
2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำและก�ำหนดนโยบายแผนบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบแผนบริหาร
ความเสี่ยง และน�ำเสนอ กวท. พิจารณาอนุมัติ รวมทั้งก�ำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยง
และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กวท. ประกอบด้วย กวท. 2 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 6 ครั้ง
ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 5 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. นายพสุ โลหารชุน (ประธานกรรมการ)
2. นางสุวรรณี ค�ำมั่น (กรรมการ)
3. ผู้ว่าการ (กรรมการ)
4. รองผู้ว่าการบริหาร (กรรมการ)
5. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน (กรรมการ)
6. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ (กรรมการ)
7. รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม (กรรมการ)
8. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (เลขานุการ)
9. ผู้อ�ำนวยการกองนโยบายและแผน (ผู้ช่วยเลขานุการ)
10. นายเอกรัตน์ เรืองศรีเผือก (ผู้ช่วยเลขานุการ)
5
2
5
3
5
5
5
4
5
5
50,000.00
6,000.00
40,000.00
-------
รวม
96,000.00
3. คณะอนุกรรมการแผนวิสาหกิจ
มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำและก�ำหนดทิศทาง แผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการประจ�ำปี กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบแผน
วิสาหกิจ แผนปฏิบัติการประจ�ำปี และแผนด้านการตลาด เพื่อน�ำเสนอ กวท. พิจารณาอนุมัติ ก�ำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการ
ด�ำเนินงาน และการทบทวนแผนวิสาหกิจ แผนปฏิบัติการประจ�ำปีและแผนด้านการตลาด และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจาก
กวท. ประกอบด้วย กวท. 3 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 2 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 2 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ (ประธานอนุกรรมการ)
2. นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (อนุกรรมการ)
3. นางลักขณา สท้านไตรภพ (อนุกรรมการ)
4. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (อนุกรรมการ)
5. นายธานินทร์ ผะเอม (อนุกรรมการ)
6. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ (อนุกรรมการ)
7. ผู้ว่าการ (อนุกรรมการ)
8. รองผู้ว่าการบริหาร (อนุกรรมการ)
9. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน (อนุกรรมการ)
10. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ (อนุกรรมการ)
11. รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม (อนุกรรมการ)
12. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (เลขานุการ)
13. ผู้อ�ำนวยการกองนโยบายและแผน (ผู้ช่วยเลขานุการ)
2
2
2
0
2
0
2
1
2
2
2
2
2
13,750.00
6,000.00
6,000.00
0
6,000.00
0
16,000.00
------
หมายเหตุ:
1. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ลาออกจากต�ำแหน่งกรรมการ กวท. โดยมีผลตั้งแต่วัน
รวม
47,750.00
ที่ 15 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป
27
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
28
4. คณะอนุกรรมการบริหารจัดการสารสนเทศ
มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำและร่วมก�ำหนดนโยบาย แผนการจัดการสารสนเทศ กลั่นกรอง และให้ความเห็นชอบแผนการ
จัดการสารสนเทศและน�ำเสนอ กวท. พิจารณาอนุมัติ ก�ำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินงานตามแผนการจัดการสารสนเทศ
และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ กวท. มอบหมาย ประกอบด้วย กวท. 1 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 4 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา (ประธานอนุกรรมการ)
2. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (ประธานอนุกรรมการ)
3. นายก�ำพล ศรธนะรัตน์ (อนุกรรมการ)
4. รองผู้ว่าการบริหาร (อนุกรรมการ)
5. รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม (อนุกรรมการ)
6. ผู้อ�ำนวยการศูนย์ความรู้ (อนุกรรมการ)
7. ผู้อ�ำนวยการกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (เลขานุการ)
8. นางสาวพรนภา เรืองจรูญ (ผู้ช่วยเลขานุการ)
9. นางสาวปรพร พานทิม (ผู้ช่วยเลขานุการ)
1
3
2
4
4
3
4
4
2
10,000.00
30,000.00
6,000.00
------
หมายเหตุ:
1. นางวรรณิภา ภักดีบุตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการ
รวม
46,000.00
สารสนเทศ แทน ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2558
5. คณะอนุกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำและร่วมก�ำหนดนโยบาย แผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบแผนพัฒนา
ทรัพยากรบุคคล และน�ำเสนอ กวท. พิจารณาอนุมัติ ก�ำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการด�ำเนินงานแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ กวท. มอบหมาย ประกอบด้วย กวท. 2 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 11 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 10 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (ประธานอนุกรรมการ)
2. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา (ประธานอนุกรรมการ)
3. นายเติมศักดิ์ สุวรรณศักดิ์ (อนุกรรมการ )
4. นายเขมชาติ อภิรัชตานนท์ (อนุกรรมการ)
5. ผู้ว่าการ (อนุกรรมการ )
6. รองผู้ว่าการบริหาร (อนุกรรมการ)
7. ประธานสหภาพแรงงาน วว. (อนุกรรมการ)
8. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (อนุกรรมการ)
9. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (เลขานุการ)
10. ผู้อ�ำนวยการกองบริหารบุคคล (ผู้ช่วยเลขานุการ)
11. ผู้อ�ำนวยการกองพัฒนาบุคคล (ผู้ช่วยเลขานุการ)
1
3
2
4
4
3
4
4
2
10,000.00
30,000.00
6,000.00
------
หมายเหตุ:
1. ผศ. ดร.จิรพล สินธุนาวา ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาทรัพยากร
รวม
46,000.00
บุคคล แทน นางวรรณิภา ภักดีบุตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2558
6. คณะอนุกรรมการก�ำกับดูแลกิจการที่ดี (CG)
มีหน้าที่ก�ำหนดนโยบาย และให้ความเห็นชอบแผนการก�ำกับดูแลกิจการที่ดีของ วว. และแผนแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
(CSR) ส่งเสริมให้มีการด�ำเนินการตามนโยบายการก�ำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม ติดตามการด�ำเนินงานให้เป็นไปตามแผนการ
ก�ำกับดูแลที่ดีของ วว. และแผนแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการ กวท. และปฏิบัติหน้าที่ตาม
ที่ กวท. มอบหมาย โดยประกอบด้วย กวท. 2 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 10 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 9 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา (ประธานอนุกรรมการ)
2. นายปฐม แหยมเกตุ (อนุกรรมการ)
3. ผู้ว่าการ (อนุกรรมการ)
4. รองผู้ว่าการบริหาร (อนุกรรมการ)
5. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน (อนุกรรมการ)
6. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ (อนุกรรมการ)
7. รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม (อนุกรรมการ)
8. ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นางสาวชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล (อนุกรรมการ)
9. ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นายยุทธนา ตันติวิวัฒน์ (อนุกรรมการ)
10. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (อนุกรรมการ)
11. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการคลัง (อนุกรรมการ)
12. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (อนุกรรมการ)
13. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักผู้ว่าการ (อนุกรรมการ)
14. ผู้อ�ำนวยการกองติดตามและประเมินผล (ผู้ช่วยเลขานุการ)
15. ผู้อ�ำนวยการกองงานเลขานุการ (ผู้ช่วยเลขานุการ)
16. นางวิจารณา ศรีทนุ (ผู้ช่วยเลขานุการ)
9
9
8
5
8
8
9
0
4
7
7
9
9
6
9
7
90,000.00
27,000.00
48,000.00
-------------
หมายเหตุ:
1. ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (นางสาวชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล) เกษียณอายุราชการ
รวม
165,000.00
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558
7. คณะอนุกรรมการประเมินผลการด�ำเนินงานของผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการด� ำเนินงานของผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยก�ำหนดตัวชี้วัด น�้ำหนัก เป้าหมายให้ชัดเจน และเป็นรูปธรรม และน�ำไปเชื่อมโยงกับการก�ำหนดค่า
ตอบแทนหรือแรงจูงใจประจ�ำปี รวมทั้งด�ำเนินการประเมินผลการด�ำเนินงานของ ผวว. ทุก 6 เดือน หรือตามข้อก�ำหนดในสัญญา พร้อม
ทั้งน�ำเสนอผลการประเมินผลการด� ำเนินงานของ ผวว. ให้ กวท. พิจารณาอนุมัติ โดยประกอบด้วย กวท. 1 ท่าน โดยในปีงบประมาณ
2559 มีการประชุมทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 4 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. นายพสุ โลหารชุน (ประธานอนุกรรมการ)
2. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ (อนุกรรมการ)
3. นางสุวรรณี ค�ำมั่น (อนุกรรมการ)
4. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักผู้ว่าการ (เลขานุการ)
5. ผู้อ�ำนวยการกองงานเลขานุการ (ผู้ช่วยเลขานุการ)
4
4
4
4
4
40,000.00
12,000.00
12,000.00
--
หมายเหตุ:
1. คณะอนุกรรมการประเมินผลการด�ำเนินงานของ ผวว. ได้รับการแต่งตั้ง
รวม
64,000.00
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558
29
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
30
8. คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์
มีหน้าที่และด�ำเนินการตามมาตรา 20 และมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ประกอบด้วย กวท.
1 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 11 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 11 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ (ประธานกรรมการ)
2. รองผู้ว่าการบริหาร (กรรมการ)
3. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักรับรองระบบคุณภาพ (กรรมการ)
4. ผู้อ�ำนวยการศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (กรรมการ)
5. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายบริการกลาง (กรรมการ)
6. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายวิศวกรรม (กรรมการ)
7. ผู้อ�ำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (กรรมการ)
8. ผู้อ�ำนวยการกองกฎหมาย (กรรมการ)
9. นายประวิทย์ เทพนุ้ย (ประธาน สร.วว.) (กรรมการ)
10. เหรัญญิก สร.วว. (กรรมการ)
11. นางสาวฉวี สีบุปผา (กรรมการ)
12. นายศิริธรรม สิงห์โต (กรรมการ)
13. นายประธาน โพธิสวัสดิ์ (กรรมการ)
14. นายพนมรัตน์ สมหวัง (กรรมการ)
15. นายวรุตม์ ทวีศรี (กรรมการ)
16. นายเอกรัตน์ วุฒิเวทย์ (กรรมการ)
17. ผู้อ�ำนวยการกองบริหารบุคคล (กรรมการและเลขานุการ)
18. นายสิทธิชัย เลี้ยงถนอม (กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)
7
8
9
5
10
6
11
7
11
9
11
11
11
9
3
7
11
11
70,000.00
21,000.00
24,000.00
15,000.00
27,000.00
18,000.00
30,000.00
21,000.00
30,000.00
24,000.00
30,000.00
30,000.00
30,000.00
24,000.00
9,000.00
18,000.00
30,000.00
30,000.00
รวม
481,000.00
หมายเหตุ:
1. ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ลาออกจากต�ำแหน่งกรรมการ กวท. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป
2. ประธานคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ มอบหมายให้ รองผู้ว่าการบริหาร เป็นประธานในการประชุมแทน จ� ำนวน 3 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559
- ครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559
- ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559
3. การประชุมครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน เนื่องจากองค์ประกอบไม่ครบ
9. คณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนส�ำหรับผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการด�ำเนินการพิจารณาก�ำหนดผลตอบแทนและเจรจาต่อรองผลตอบแทนกับบุคคลที่ได้รับการเสนอ
ชื่อเพื่อด�ำรงต�ำแหน่งเป็นผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์และแนวทางการจ่ายผล
ตอบแทนของผู้บริหารสูงสุดตามสัญญาจ้างตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2543 และเสนอผลการพิจารณาพร้อมร่างสัญญา
จ้างต่อคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) โดยประกอบด้วย กวท. 1 ท่าน โดยในปีงบประมาณ
2559 มีการประชุมทั้งหมด 1 ครั้ง ดังนี้
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 1 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. เลขาธิการส�ำนักงานคณะกรรมการ (ประธานอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน)
2. ผู้แทนส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (อนุกรรมการ)
3. ผู้แทนกระทรวงแรงงาน (อนุกรรมการ)
4. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักผู้ว่าการ (เลขานุการ คนที่ 1)
5. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (เลขานุการ คนที่ 2)
6. ผู้อ�ำนวยการกองงานเลขานุการ (ผู้ช่วยเลขานุการ)
1
1
1
1
1
1
10,000.00
3,000.00
3,000.00
---
รวม
16,000.00
10. คณะอนุกรรมด้านการตลาด
มีหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำและก�ำหนดนโยบาย รวมถึงกลั่นกรอง และให้ความเห็นชอบ แผนธุรกิจและการตลาด แผน
ประชาสัมพันธ์ และแผนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และน�ำเสนอ กวท. พิจารณาอนุมัติ ก�ำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการ
ด�ำเนินงาน ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การด�ำเนินงานนโยบายและปฏิบัติงานอื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันแผนธุรกิจและการ
ตลาด แผนประชาสัมพันธ์ และแผนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ กวท. มอบหมาย ประกอบด้วย กวท.
2 ท่าน โดยในปีงบประมาณ 2559 มีการประชุมทั้งหมด 2 ครั้ง ดังนี้
เนื่องจากเป็นการประชุมแบบไม่เป็นทางการ
รายชื่อกรรมการ
จ�ำนวนครั้งที่เข้า
ประชุม (รวม 1 ครั้ง)
ค่าตอบแทน
(เบี้ยประชุม)
1. นางวรรณิภา ภักดีบุตร (ประธานอนุกรรมการ)
2. นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (อนุกรรมการ)
3. นางปิยนุช ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ (อนุกรรมการ)
4. นายวิวัฒน์ กฤษฎาสิมะ (อนุกรรมการ)
5. ผู้ว่าการ (อนุกรรมการ)
6. รองผู้ว่าการบริหาร (อนุกรรมการ)
7. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ (อนุกรรมการ)
8. รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน (อนุกรรมการ)
9. รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม (อนุกรรมการ)
10. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (อนุกรรมการ)
11. ผู้อ�ำนวยการกองประชาสัมพันธ์ (อนุกรรมการ)
12. ผู้อ�ำนวยการกองกฎหมาย (อนุกรรมการ)
13. ผู้อ�ำนวยการส�ำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (อนุกรรมการ)
14. ผู้อ�ำนวยการกองการตลาด (อนุกรรมการ)
15. ผู้อ�ำนวยการกองบริการธุรกิจ (อนุกรรมการ)
16. ผู้อ�ำนวยการกองนโยบายและแผน (อนุกรรมการ)
2
2
2
1
2
2
2
2
2
2
2
2
2
2
2
2
10,000.00
3,000.00
3,000.00
-------------
หมายเหตุ:
1. การประชุมครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน
รวม
16,000.00
31
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
32
นโยบายการก�ำหนดค่าตอบแทนของกรรมการ
จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ได้เห็นชอบ เรื่องการจัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจ อัตราค่าตอบแทนและเบี้ยประชุม
กรรมการรัฐวิสาหกิจ และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการชุดย่อย คณะ
อนุกรรมการ คณะท�ำงานอื่น ตามผลการประชุมคณะกรรมการก�ำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจเสนอ ดังนี้
1.อัตราการจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจขนาดปานกลาง อัตราการจ่ายค่าตอบแทนรายเดือนให้กับกรรมการ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ไม่เกิน 8,000 บาท/คน/เดือน (หักภาษีร้อยละ 10 จะได้รับจริง 7,200 บาท/
เดือน) ส�ำหรับประธานกรรมการ ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน 2 เท่าของกรรมการ คือ 16,000 บาท/เดือน (หักภาษี ร้อยละ 10 จะได้
รับจริง 14,400 บาท)
-อัตราการจ่ายค่าเบี้ยประชุมรายครั้งให้กับกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยไม่เกิน
8,000 บาท/คน/ครั้ง (หักภาษี ร้อยละ 10 จะได้รับจริง 7,200 บาท) ส�ำหรับประธานกรรมการ คือ 10,000 บาท/ครั้ง
(หักภาษี ร้อยละ 10 จะได้รับจริง 9,000 บาท)
2.หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
-ค่าตอบแทนรายเดือน โดยจ่ายตามอัตราที่คณะรัฐมนตรีก�ำหนด โดยให้ประธานกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้รับค่าตอบแทนรายเดือนเป็น 2 เท่าของกรรมการ คือ 16,000 บาท/เดือน ทั้งนี้ ในกรณีที่
กรรมการรัฐวิสาหกิจด�ำรงต�ำแหน่งไม่เต็มเดือนให้จ่ายค่าตอบแทนรายเดือนตามสัดส่วนระยะเวลาการด� ำรงต�ำแหน่ง
-ค่าเบี้ยประชุม จ่ายตามอัตราที่คณะรัฐมนตรีก�ำหนด โดยจ่ายเป็นรายครั้งเฉพาะกรรมการที่มาประชุม ไม่เกิน 1 ครั้ง/เดือน
3.หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุม กรณีคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะท�ำงานอื่น ที่แต่งตั้งโดย
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
-กรณีเป็นกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งในอัตราเท่ากับ
เบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ เฉพาะกรรมการที่มาประชุม ทั้งนี้ ให้กรรมการรัฐวิสาหกิจได้รับเบี้ยประชุมคณะกรรมการ
ชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะท�ำงานอื่น รวมแล้วไม่เกิน 2 คณะ คณะละไม่เกิน 1 ครั้ง/เดือน
-กรณีเป็นบุคคลภายนอก ให้ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งในอัตราไม่เกิน 3,000 บาท เฉพาะกรรมการที่มาประชุม (หักภาษี
ร้อยละ 10 จะได้รับจริง 2,700 บาท)
-กรณีเป็นบุคลากรภายในของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(1)กรณีคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะท�ำงานอื่นๆ ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือฝ่ายบริหารของ วว. ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมเนื่องจากถือเป็นการปฏิบัติงาน
ในหน้าที่
(2)กรณีคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะท� ำงานอื่นๆ ที่มิใช่คณะกรรมการตามข้อ (1) ให้ได้รับเบี้ยประชุม
เป็นรายครั้ง ในอัตราครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท เฉพาะกรรมการที่มาประชุม (หักภาษีร้อยละ 10 จะได้รับจริง
2,700 บาท)
4.ในการจ่ายเบี้ยประชุมให้ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการในอัตราร้อยละ 25
และ 12.5 ของเบี้ยประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ กรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้เอง
นอกจากนี้ ส�ำหรับการจ่ายโบนัสของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจประเภทส่งเสริมนั้น ให้จ่ายโบนัสคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจตาม
ระดับผลงาน ดังนี้ (มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 20 มิถุนายน 2538)
ระดับผลงาน
(คะแนน)
จ�ำนวนโบนัสคงที่
(บาท/คน/ปี)
5.00
25,000
4.50
20,000
4.00
15,000
3.50
10,000
3.00
5,000
ต�่ำกว่า 3.00
ไม่มีโบนัส
ทั้งนี้ หากในปีบัญชีของรัฐวิสาหกิจใด กรรมการรัฐวิสาหกิจนั้นขาดการประชุมเกินกว่า 3 เดือน ให้จ่ายโบนัสให้ตามหลักเกณฑ์
ดังนี้ (มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 พฤษภาคม 2523)
1.ขาดการประชุมเกินกว่า 3เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน ให้จ่ายโบนัสลดลง ร้อยละ 25
2.ขาดการประชุมเกินกว่า 6เดือน แต่ไม่เกิน 9 เดือน ให้จ่ายโบนัสลดลงร้อยละ 50
3.ขาดการประชุมเกินกว่า 9 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายโบนัสลดลง ร้อยละ 75
รายละเอียดข้อมูลหลักทรัพย์ส�ำคัญที่กรรมการถือครองที่เกี่ยวข้องกับระหว่างปีบัญชี 2558
คณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (กวท.) ได้ลงนามในหนังสือรับรองความเป็นอิสระเมื่อ
วันที่ 17 เมษายน 2558 โดยมีเนื้อหาสาระส�ำคัญในค�ำรับรอง ดังนี้
“ข้าพเจ้าขอรับรองว่ามีความเป็นอิสระ สามารถใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระในการตัดสินใจอย่างแท้จริง โดยปราศจากความสัมพันธ์
ทางธุรกิจใด หรือหลักทรัพย์ส�ำคัญที่ถือครองที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ หรือความคาดหวังผลประโยชน์หรือความสัมพันธ์อื่นใด ไม่ว่าจะ
เป็นฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจหรือกระทรวงเจ้าสังกัด ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระของข้าพเจ้า”
นโยบายการก�ำกับดูแลองค์การที่ดีของ วว.
นโยบายการก�ำกับดูแลองค์การที่ดีมีการก�ำหนดขึ้นในกรอบนโยบาย หลักและแนวทางปฏิบัติ 4 ด้าน ดังนี้
1.นโยบายด้านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้อม
-มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมที่ดี มีสุข อุทิศแรงกาย แรงใจด้วยความเสียสละ เพื่อสร้างชุมชน สังคมให้
เข้มแข็ง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมมิให้เกิดผลกระทบในทางลบจากการด�ำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ
-สร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. นโยบายด้านรับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
-มุ่งสร้างจิตส�ำนึกในหน้าที่ และปฏิบัติต่อผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
รวดเร็ว บนความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน สามารถตอบสนองผู้รับบริการได้ตรงกับความต้องการ
3. นโยบายด้านองค์การ
-มีกระบวนงาน และระบบบริหารจัดงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ และให้ความส�ำคัญต่อ
การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในองค์การ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการด�ำเนินงาน
4.นโยบายด้านผู้ปฏิบัติงาน
-ส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตามหลัก ความรู้ ความสามารถ อย่างเป็นธรรม และเสมอภาค มุ่งสร้าง
ค่านิยมการท�ำงานให้มีความขยันขันแข็ง ร่วมแรง ร่วมใจท�ำงานเป็นทีม ส�ำนึกในหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อผลปฏิบัติงาน
มีการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และมีคุณภาพชีวิตการท�ำงานที่ดี
33
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
34
แผนภูมิโครงสร้าง วว.
Organisation Chart of TISTR
กวท.
Board of TISTRBoard of TISTR
ผู้ว่าการ (ผวว.)
GovernorGovernor
ผู้ว่าการ (ผวว.)
สำนักตรวจสอบภายใน (สตส.) Internal Audit Office (IAO)
Internal Audit Office (IAO)
สำนักตรวจสอบภายใน (สตส.)
Legal Division (DLE)กองกฎหมาย (กกม.)
Legal Division (DLE)
กองกฎหมาย (กกม.)
International Relations Division (DIR)กองวิเทศสัมพันธ์ (กวส.)
International Relations Division (DIR)
Public Relations Division (DPR)กองประชาสัมพันธ์ (กปส.)
Public Relations Division (DPR)
กองงานเลขานุการ (กลข.
Secretariat Division (DSC)
กองงานเลขานุการ (กลข.
Secretariat Division (DSC)
กองประชาสัมพันธ์ (กปส.)
กองวิเทศสัมพันธ์ (กวส.)
คณะที่ปรึกษาAdvisers
Advisers
คณะที่ปรึกษา
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ผชพ.) Chief Experts (CEP)
Chief Experts (CEP)
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ผชพ.)
Special Executive (SE)นักบริหารพิเศษ (นบพ.)
Special Executive (SE)
นักบริหารพิเศษ (นบพ.)
Office of the Governor (OOG)สำนักผู้ว่าการ (สผวว.)
Office of the Governor (OOG)
สำนักผู้ว่าการ (สผวว.)
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
Research and Development Group for Bio-industriesResearch and Development Group for Bio-industries
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
Food Technology Department (FTD)ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร (ฝทอ.)
Food Technology Department (FTD)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร (ฝทอ.)
Pharmaceutical and Natural Products Department (PND)ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (ฝภผ.)
Pharmaceutical and Natural Products Department (PND)
ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (ฝภผ.)
Bioscience Department (BSD)ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ฝวช.)
Bioscience Department (BSD)
ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ฝวช.)
Agricultural Technology Department (ATD)ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร (ฝทก.)
Agricultural Technology Department (ATD)
ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร (ฝทก.)
Lam Takhong Research Station (LTS)สถานีวิจัยลำตะคอง (สลค.)
Lam Takhong Research Station (LTS)
สถานีวิจัยลำตะคอง (สลค.)
Thai Pakaging Centre (TPC)ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.)
Thai Pakaging Centre (TPC)
ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.)
กลุ่มบริการอุตสาหกรรม
Industrial Services GroupIndustrial Services Group
กลุ่มบริการอุตสาหกรรม
Physical Testing Laboratory (PTL)หป.ทดสอบทางฟิสิกส์ (หป.ทฟ.)
Physical Testing Laboratory (PTL)
Electrical and Electronic Standards Laboratory (EEL)หป.มาตรฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (หป.ฟอ.)
Electrical and Electronic Standards Laboratory (EEL)
Mechanical Engineering Standards Laboratory (MEL)หป.มาตรฐานวิศวกรรมทางกล (หป.วก.)
Mechanical Engineering Standards Laboratory (MEL)
Industrial Metrology and Testing Service Centre (MTC)ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.)
Industrial Metrology and Testing Service Centre (MTC)
Photometry and Temperature Standards Laboratory (PSL)หป.มาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ (หป.สอ.)
Photometry and Temperature Standards Laboratory (PSL)
ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.)
หป.มาตรฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (หป.ฟอ.)
หป.มาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ (หป.สอ.)
หป.มาตรฐานวิศวกรรมทางกล (หป.วก.)
หป.ทดสอบทางฟิสิกส์ (หป.ทฟ.)
Analytical Chemistry Laboratory (ACL)หป.เคมีวิเคราะห์ (หป.คม.)
Analytical Chemistry Laboratory (ACL)
หป.เคมีวิเคราะห์ (หป.คม.)
Biochemical and Microbiological Laboratory (BML)หป.ชีวเคมีและจุลชีววิทยา (หป.ชจ.)
Biochemical and Microbiological Laboratory (BML)
หป.ชีวเคมีและจุลชีววิทยา (หป.ชจ.)
Material performance Laboratory (MPL)หป. ตรวจสอบสภาพการใช้งาน (หป.ตง.)
Material performance Laboratory (MPL)
Material Properties Analysis Laboratory (MAL)หป. ตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ (หป.ตว.)
Material Properties Analysis Laboratory (MAL)
Material Properties Development Laboratory (MDL)หป. พัฒนาคุณสมบัติวัสดุ (หป.พว.)
Material Properties Development Laboratory (MDL)
Material Properties Analysis and Development Centre (MPAD)ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (ศพว.)
Material Properties Analysis and Development Centre (MPAD)
ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (ศพว.)
หป. ตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุ (หป.ตว.)
หป. ตรวจสอบสภาพการใช้งาน (หป.ตง.)
หป. พัฒนาคุณสมบัติวัสดุ (หป.พว.)
Office of Certification Body (OCB)สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.)
Office of Certification Body (OCB)
Assessment and Certification Division (DAC)กองประเมินและรับรองระบบคุณภาพ (กปร.)
Assessment and Certification Division (DAC)
Quality Service and Administration Division (DQA)กองจัดการและบริหารงาน (กจบ.)
Quality Service and Administration Division (DQA)
สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.)
กองประเมินและรับรองระบบคุณภาพ (กปร.)
กองจัดการและบริหารงาน (กจบ.)
กลุ่มบริหาร
Administration GroupAdministration Group
กลุ่มบริหาร
Treasury Department (TRD)ฝ่ายคลัง (ฝกค.)
Treasury Department (TRD)
ฝ่ายคลัง (ฝกค.)
กองการเงินและบัญชี (กงบ.)
กองการเงินและบัญชี (กงบ.)
Finance and Accounting Division (DFA)
Procurement and Stores Division (DPS)กองพัสดุและคลังพัสดุ (กพด.)
Procurement and Stores Division (DPS)
Finance and Accounting Division (DFA)
กองพัสดุและคลังพัสดุ (กพด.)
Human Resource Department (HRD)ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (ฝทบ.)
Human Resource Department (HRD)
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (ฝทบ.)
Human resource Management Division (DHM)กองบริหารบุคคล (กบค.)
Human resource Management Division (DHM)
กองบริหารบุคคล (กบค.)
Human Resource Development Division (DHD)กองพัฒนาบุคคล (กพค.)
Human Resource Development Division (DHD)
กองพัฒนาบุคคล (กพค.)
General Services Department (GSD)ฝ่ายบริการกลาง (ฝบก.)
General Services Department (GSD)
ฝ่ายบริการกลาง (ฝบก.)
Central Services Division (DCS)กองกลาง (กกล.)
Central Services Division (DCS)
กองกลาง (กกล.)
Maintenance Division (DMT)กองซ่อมบำรุง (กบร.)
Maintenance Division (DMT)
กองซ่อมบำรุง (กบร.)
Knowledge Centre (KLC)ศูนย์ความรู้ (ศคร.)
Knowledge Centre (KLC)
ศูนย์ความรู้ (ศคร.)
Knowledge Management Division (DKM)กองจัดการความรู้ (กจค.)
Knowledge Management Division (DKM)
Information Service Division (DIS)กองบริการสารสนเทศ (กบส.)
Information Service Division (DIS)
Information and Communication Technology Divisionกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กสส.)
(DICT)Information and Communication Technology Division
(DICT)
กองจัดการความรู้ (กจค.)
กองบริการสารสนเทศ (กบส.)
กองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กสส.)
Office of Technology and Innovation Management (OTM)สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (สจท.)
Office of Technology and Innovation Management (OTM)
สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (สจท.)
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน Research and Development Group for
Research and Development Group for Sustainable Development
Sustainable Development
ฝ่ายเทคโนโลยีพลังงาน (ฝทพ.)
Energy Technology Department (ETD)ฝ่ายเทคโนโลยีพลังงาน (ฝทพ.)
Energy Technology Department (ETD)
Environment and Resources Department (ERD)ฝ่ายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (ฝสท.)
Environment and Resources Department (ERD)
ฝ่ายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (ฝสท.)
Sakaerat Environmental Research Station (SES)สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (สสส.)
Sakaerat Environmental Research Station (SES)
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (สสส.)
Material Innovation Department (MID)ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ (ฝนว.)
Material Innovation Department (MID)
ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ (ฝนว.)
Engineering Department (EGD)ฝ่ายวิศวกรรม (ฝวศ.)
Engineering Department (EGD)
ฝ่ายวิศวกรรม (ฝวศ.)
Marketing Division (DMK)กองการตลาด (กกต.)
Marketing Division (DMK)
กองการตลาด (กกต.)
Business Service Division (DBS)กองบริการธุรกิจ (กบธ.)
Business Service Division (DBS)
กองบริการธุรกิจ (กบธ.)
สำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (สยศ.)
Corporate Strategic Planning Officeสำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจ (สยศ.)
Corporate Strategic Planning Office
Policy and Planning Division (DPP)กองนโยบายและแผน (กนผ.)
Policy and Planning Division (DPP)
กองนโยบายและแผน (กนผ.)
Monitoring and Evaluation Division (DME)กองติดตามและประเมินผล (กตป.)
Monitoring and Evaluation Division (DME)
กองติดตามและประเมินผล (กตป.)
Business Research Division (DBR)กองวิจัยธุรกิจ (กธก.)
Business Research Division (DBR)
กองวิจัยธุรกิจ (กธก.)
แผนภูมิโครงสร้าง วว.
Organisation Chart of TISTR
กวท.
35
โครงสร้างอัตราก�าลัง
อัตราก�ำลังของ วว. ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 ประกอบด้วย พนักงานและลูกจ้างรวม 916 คน ประกอบด้วย พนักงาน 621
คน และลูกจ้าง 295 คน แบ่งเป็นชาย 273 คน (ร้อยละ 43.96) และหญิง 348 คน (ร้อยละ 56.04) มีสัดส่วนแยกตามสายงาน และวุฒิ
การศึกษา ดังนี้
กลุ่มงาน
จ�ำนวน
ร้อยละ
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ
148
23.83
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน
125
20.13
กลุ่มบริการอุตสาหกรรม
152
24.48
กลุ่มภายใต้สังกัด ผวว.
79
12.72
กลุ่มบริหาร
117
18.84
รวม
621
100
จ�ำนวนพนักงานและลูกจ้าง
17
25
256
184
111
ชาย
หญิง
323
ผู้บริหาร
พนักงาน
ลูกจ้าง
350
300
250
200
150
100
50
0
กลุ่มงาน
กลุ่มบริหาร
ร้อยละ 19
กลุ่มภายใต้
สังกัด ผวว.
ร้อยละ 13
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้าน
อุตสาหกรรมชีวภาพ
ร้อยละ 24
กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้าน
พัฒนาอย่างยั่งยืน
ร้อยละ 20
กลุ่มบริการ
อุตสาหกรรม
ร้อยละ 24
วุฒิการศึกษา
ปริญญาเอก
ร้อยละ 14
ปริญญาตรี
ร้อยละ 36
ปริญญาโท
ร้อยละ 44
น้อยกว่าปริญญาตรี
ร้อยละ 6
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
36
ผลงานเด่นปี 2559
ผลงานวิจัยเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการเกษตร
ผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางเพปไทด์จากถั่วมะแฮะ
วว. พัฒนาในรูปแบบของซีรัมที่มีลักษณะของเหลวใส เป็น
ผลส�ำเร็จจากการด�ำเนินงานวิจัยและพัฒนา “โครงการวิจัยและ
พัฒนาผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางจากถั่วพื้นเมือง” โดย สกัดสารเพปไทด์
จากถั่วมะแฮะสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการ
สร้างคอลลาเจนในเซลล์ สามารถลดจ�ำนวนริ้วรอยได้ ร้อยละ 72.7
ลดความลึกเฉลี่ยของริ้วรอยได้ ร้อยละ 70 ลดความยาวของริ้วรอย
รวมได้ ร้อยละ 60 และปริมาณพื้นที่รวมของริ้วรอย (Total wrinkle)
ได้ ร้อยละ 65 ของรอยตีนกา นอกจากนี้ ยังสามารถลดฝ้าได้อย่าง
มีนัยส�ำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับผิวหน้าที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้
เป็นตัวควบคุม ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบประเมินความปลอดภัย
และประสิทธิภาพในอาสาสมัครหญิงชาวเอเชีย จ�ำนวน 20 คน อายุระหว่าง 35 ถึง 65 ปี พบว่า เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์วันละ 2 ครั้ง (เช้าและ
เย็น) ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองที่ผิวหน้าหรืออาการข้างเคียงใดๆ
ผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางจากมะขามป้อม Emsoftra®
ผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางในโครงการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์
เวชส�ำอางจากมะขามป้อมซึ่งมี 3 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับผิว
ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับผม และผลิตภัณฑ์ส�ำหรับช่องปาก จุดเด่นของ
ผลิตภัณฑ์โดยรวม คือ มีส่วนผสมของสารสกัดผลมะขามป้อมและ
สารสกัดผลมะแขว่นในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มฤทธิ์ชีวภาพของ
สมุนไพรให้แก่ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ยับยั้ง
เอนไซม์ไทโรซิเนส ในกระบวนการสร้างเม็ดสี เมลานิน ฤทธิ์ต้าน
จุลินทรีย์ และฤทธิ์ต้านอักเสบ ท�ำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นและแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ท้องตลาด สนองความต้องการของผู้บริโภคในด้าน
ที่เกี่ยวกับการบ�ำรุงผิว บ�ำรุงผม ต้านจุลินทรีย์และต้านอักเสบ นอกจากนี้ ฤทธิ์ต้านอักเสบที่ดีของสารสกัดสมุนไพรยังช่วยให้เป็นผลิตภัณฑ์
ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
ผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดไมเกรนจากสมุนไพรสกุล
เบญจมาศ “4GRAINE”
วิจัยและพัฒนาจากสารสกัดดอกเก๊กฮวย มีประสิทธิภาพ
บรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน อยู่ในรูปผลิตภัณฑ์เสริม
อาหารแบบผงชงละลายน�้ำมีกลิ่นหอม สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้โดย
ไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เหมือนกับยารักษาไมเกรนในกลุ่ม
อื่นๆ ผ่านการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สามารถ
กระตุ้น serotonin receptor ได้เช่นเดียวกันกับยาในกลุ่ม
serotonin receptor agonist ผลิตภัณฑ์ผ่านการประเมินความ
ปลอดภัยในสัตว์ทดลอง ทั้งการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังแล้ว เมื่อศึกษาประสิทธิผลในอาสาสมัครพบว่า “4GRAINE”
สามารถยับยั้งอาการปวดศีรษะไมเกรนได้โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ผลิตภัณฑ์
37
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการผ่อนคลาย
“สิรีแล็กซ์” เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการผ่อนคลาย
ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย ช่วยในการคลาย
เครียดและช่วยให้หลับสบาย ผลิตภัณฑ์นี้ได้ผ่านการทดสอบ
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง
อาหารเพื่อสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมสารสกัดมะขามเพื่อ
ผู้ออกก�ำลังกาย “Tamarina Sport Drink”
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมสารสกัดเมล็ดมะขาม
สามารถดื่มก่อนหรือหลังการออกก�ำลังกายเพื่อชดเชยการเสียน้าํ
และเกลือแร่ รวมทั้งป้องกันการเกิดภาวะ oxidative stress ที่เกิด
จากอนุมูลอิสระที่มากเกินไปจากการออกก�ำลังกายอย่างหนักและ
ยาวนาน ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยใน
ระดับเซลล์ (cytotoxicity test) และสัตว์ทดลอง (oral acute
toxicity test) ซึ่งไม่พบความเป็นพิษใดๆ ในการบริโภคปริมาณสูง
พร้อมทั้งผ่านการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคในกลุ่มผู้ที่
ออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำอยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 70 ที่ชื่นชอบ
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมสารสกัดมะขาม
ผลิตภัณฑ์เจลบีดสารสกัดเมล็ดมะขามเพื่อใช้ใน
อุตสาหกรรมอาหาร “IONTAM Encapsule”
เทคโนโลยีเอ็นแคปซูเลชัน (encapsulation) สารสกัดเมล็ด
มะขามในโซเดียมอัลจิเนตเจลบีด : ไอออน-แทม (IONTAM
Encapsule) เป็นเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ส�ำหรับกักเก็บสารส�ำคัญ
(encapsulation) ของสารสกัดเมล็ดมะขามให้มีประสิทธิภาพและ
ความคงตัวเพิ่มมากขึ้น โดยการเตรียมในรูปแบบเจลบีด ส�ำหรับ
กลไกการกักเก็บของเทคโนโลยีนี้อาศัยหลักการเรียงตัวและความ
แตกต่างระหว่างประจุของโซเดียมอัลจิเนตซึ่งมีประจุลบกับเกลือ
ที่มีประจุบวก โดยเรียกเทคนิคการเตรียมนี้ว่า “ไอโอโนโทรปิกเจลเลชัน (Ionotropic gelation)” เทคโนโลยีนี้ผ่านการทดสอบความ
ปลอดภัยระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง โดยจากการทดสอบ พบว่า ไม่เกิดความเป็นพิษในเซลล์ (cytotoxicity test) และไม่เกิดความเป็น
พิษเฉียบพลันจากการกิน (oral acute toxicity test) และได้ยื่นจดสิทธิบัตรในปี พ.ศ.2558 อีกทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้ตีพิมพ์ผล
งานในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ “Molecule” ในปี พ.ศ.2559 โดยสามารถน�ำเทคโนโลยีนี้ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม
อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ โดยใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ไอศกรีม ซูชิ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และขนมปัง
เป็นต้น
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
38
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดตะขบ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดตะขบ ช่วยลดความอ่อน
ล้าของกล้ามเนื้อ ท�ำให้กล้ามเนื้อสามารถท�ำงานได้ทนทานขึ้น ใช้
บริโภคเสริมอาหารเพื่อช่วยให้เกิดความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ
ดีขึ้น เมื่อมีการท�ำงานหนัก หรือออกก�ำลังกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ
ให้แข็งแรงเร็วขึ้น เหมาะอย่างยิ่งส�ำหรับผู้เริ่มออกก�ำลังกายใหม่
ผู้ฝึกฝนร่างกายเพื่อให้สมรรถภาพร่างกายดีขึ้น หรือนักกีฬา
ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากมะขามป้อม
วว. น�ำมาพัฒนาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มี
ประโยชน์ทางโภชนาการ เหมาะกับผู้บริโภคทุกวัย จ�ำนวน
5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
1. มะขามป้อมแช่อิ่มอบแห้งลักษณะเป็นสีธรรมชาติ รสชาติ
กลมกล่อม หวานน้อย มีอายุการเก็บรักษา ประมาณ 3-4 เดือน
2. มะขามป้อมลอยแก้วมีความสามารถเป็นสารต้านอนุมูล
อิสระ และมีปริมาณวิตามินซี มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 3-4 เดือน
ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส
3. มะขามป้อมแผ่นมีความสามารถเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
และมีปริมาณวิตามินซี อายุการเก็บรักษา 3 เดือน ที่อุณหภูมิห้อง
4. กัมมี่มะขามป้อม
มีปริมาณวิตามินซี 30-36 มิลลิกรัม
ต่อ 100 กรัม และมีความสามารถเป็นสารต้านอนุมูลอิสระร้อยละ
65-70 มีอายุการเก็บรักษา 3-4 เดือน
ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพจากถั่วพื้นบ้าน (ถั่วหัวช้าง)
วว. พัฒนากรรมวิธีผลิตโปรตีนไอโซเลตจากถั่วหัวช้าง จาก
การทดลอง พบว่า โปรตีนไอโซเลตจากถั่วหัวช้างมีคุณสมบัติเชิง
หน้าที่ใกล้เคียงกับโปรตีนไอโซเลตจากถั่วเหลือง สามารถน�ำไปใช้
เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ขนม
และอื่นๆ โดย วว. พัฒนาเป็น 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. เต้าฮวยเสริม
โปรตีนสกัดจากถั่วหัวช้าง 2. เครื่องดื่มผสมเม็ดโปรตีนสกัดจากถั่ว
หัวช้างชนิดพร้อมดื่ม 3 รสชาติ และ 3. เครื่องดื่มโปรตีนสกัดจาก
ถั่วหัวช้างชนิดผงชงดื่ม โดยได้น�ำเทคโนโลยีส�ำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
encapsulation technology ใช้ในการห่อหุ้มโปรตีนสกัด ซึ่งช่วย
ลดกลิ่นถั่ว และเป็นการเพิ่มปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์อีกทางหนึ่ง
5. น�้ำไซเดอร์มะขามป้อม
เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ
พร้อมดื่มแบบพาสเจอไรส์ รสชาติกลมกล่อม หวานน้อย มีปริมาณ
วิตามินซี 68 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม และมีความสามารถเป็นสาร
ต้านอนุมูลอิสระร้อยละ 55-57 มีอายุการเก็บรักษา 1 เดือน ที่
อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส
ผลงานด้านพลังงาน
โครงการ “ผลิตไบโอเมทานอลจากก๊าซชีวภาพ”
วว. โดยฝ่ายเทคโนโลยีพลังงานประสบความส�ำเร็จในการ
พัฒนาเครื่องต้นแบบในระดับห้องปฏิบัติการที่สามารถท�ำการ
เปลี่ยนก๊าซชีวภาพไปเป็นไบโอเมทานอล ในระดับ 100 มิลลิลิตร
ต่อวัน โดยผ่านกระบวนการออโตเทอร์มอลรีฟอร์มมิงในเครื่อง
ปฏิกรณ์แบบเบดนิง โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาภายใต้อุณหภูมิ และ
ความดัน เพียง 2 ขั้นตอน เท่านั้น ขั้นตอนแรก การเปลี่ยนก๊าซ
ชีวภาพไปเป็นก๊าซสังเคราะห์โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดนิกเกิลกับ
ตัวรองรับอะลูมินา (Ni/Al2O3) และขั้นตอนที่สอง การเปลี่ยน
ก๊าซสังเคราะห์ไปเป็นไบโอเมทานอลโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิด
ทองแดง/สังกะสีออกไซด์/อะลูมินา (Cu/ZnO/Al2O3) ผลการ
วิจัยพบว่า ในขั้นตอนแรกได้ร้อยละการเปลี่ยนแปลงก๊าซชีวภาพ
มากกว่าร้อยละ 80 และได้ผลิตภัณฑ์อัตราส่วนของก๊าซไฮโดรเจน
ต่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เท่ากับ 2 ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เพียงพอ
ต่อการน�ำเข้าสู่ขั้นตอนผลิตเป็นไบโอเมทานอล ที่มีความบริสุทธิ์ถึง
ร้อยละ 95-97 ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์ในระดับเชิงการค้า ผลส� ำเร็จ
ดังกล่าวนี้จะน�ำมา ซึ่งความเป็นไปได้ส�ำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่
มีของเสียอินทรีย์ที่มีศักยภาพในการด�ำเนินการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่ง
ไม่เพียงแต่ลดภาระการบ�ำบัดของเสีย แต่ยังสามารถสร้างรายได้
จากมูลค่าเพิ่มเพื่อผลิตและจ�ำหน่ายไบโอเมทานอลต่อไป อีกทั้ง
สามารถทดแทนการน�ำเข้าเมทานอลของประเทศไทย นับเป็นโอกาส
ที่ส�ำคัญในการขยายงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป
โครงการเปลี่ยนรูปไบโอก๊าซเป็นไบโอมีเทน
ฝ่ายเทคโนโลยีพลังงาน วว. วิจัยและพัฒนา “เทคโนโลยี
เพื่อเปลี่ยนรูปก๊าซชีวภาพ (biogas) เป็น ไบโอมีเทน” โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเปลี่ยนรูปก๊าซชีวภาพเพื่อ
ผลิตก๊าซไบโอมีเทน ศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิคในการผลิต
ก๊าซชีวภาพให้เป็นไบโอมีเทนโดยระบบแยกก๊าซสลับความดัน รวม
ทั้งศึกษากระบวนการอัดก๊าซไบโอมีเทนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม
ยานยนต์ โดยใช้ก๊าซชีวภาพในระบบฟาร์มต่างๆ อุตสาหกรรมไร้
อากาศ เป็นวัตถุดิบ ทั้งนี้ใช้เทคโนโลยีการท�ำความสะอาดโดยระบบ
scrubber ระบบแยกก๊าซสลับความดัน ระบบอัดก๊าซแรงดันสูง
เมื่อผ่านกระบวนการแล้วท�ำให้ได้ไบโอมีเทนที่มีมีเทนไม่ต�่ำกว่า 90
และถ่านดูดซับในระบบแยกก๊าซสลับความดันมีประสิทธิภาพการ
ก�ำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 เทคโนโลยีดัง
กล่าวสามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ในฟาร์มปศุสัตว์ ระบบบ�ำบัดน�้ำ
เสียแบบไร้อากาศ รวมถึงในพื้นที่สูงชุมชนทางภาคเหนือที่มีระบบ
เดินท่อก๊าซไม่ถึง
39
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
40
การด�ำเนินงานภายใต้คูปองวิทย์เพื่อโอทอป
ตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสนับสนุน Talent
Mobility เพื่อส่งเสริมสังคมนวัตกรรมที่สนับสนุนให้เกิดการเชื่อม
โยงบุคลากรด้าน วทน. กับผู้ประกอบการ SMEs OTOP วิสาหกิจ
ชุมชน ประชาชน ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการน�ำ
วทน. วว. ได้มีการน�ำกลไก STIM (Science Technology and
Innovation Matching Program) ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการ
พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยการน�ำวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ กระบวนการ และมาตรฐาน ผ่านกลไกระบบ พี่เลี้ยง
ธุรกิจ และที่ปรึกษาเทคโนโลยี เชื่อมโยงการบริการด้านการตลาด
และการเงิน ผ่านเครือข่ายในการท�ำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
มาขยายผลพัฒนาเป็นเครื่องมือใหม่ คือ คูปองวิทย์เพื่อโอทอป และ
น�ำมาใช้ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย วว. ได้
รับมอบหมายนโยบายจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้
รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการด�ำเนินงานเพื่อสนับสนุนการ
พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐาน
และสามารถจ�ำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ
ในปี 2559 วว. ได้ด�ำเนินงานในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดเชียงราย ล�ำปาง อ่างทอง ปทุมธานี นครพนม มุกดาหาร
สกลนคร ตราด สุราษฎร์ธานี ตรัง และนราธิวาส มีผู้ประกอบการ
สมัครเข้าร่วมงานสัมมนาโครงการรวม 1,065 ราย และมีผู้ประกอบ
การได้ยื่นใบสมัครคูปองวิทย์เพื่อโอทอป จ�ำนวน 1,065 ราย มี
การด�ำเนินงานการพัฒนา Product Champion
กรอบการด�ำเนินงานเพื่อการน�ำวทน. สนับสนุนการพัฒนา
ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจชุมชน เกิด
การสร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงต้นน�้ำกลางน�้ำและปลายน�้ำเกิดการ
พัฒนา Product Champion ของจังหวัด ได้ด�ำเนินการภายใต้
แนวคิดอุตสาหกรรมก�ำลัง 6 หรือ OTOP 2.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนา
Product Champion ในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย โดยการคัดเลือก
อุตสาหกรรมเป้าหมายผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียในพื้นที่ และน�ำวทน. พัฒนาตั้งแต่ต้นน�้ำกลางน�้ำจนถึง
ปลายน�้ำมีกลไกการด�ำเนินงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดใน
พื้นที่เป้าหมาย มีการจัดท�ำแผน วทน. ของจังหวัด เพื่อเป็นกรอบ
แนวทางในการท�ำงานร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงาน
พันธมิตร เพื่อให้เกิดการน�ำวทน. ไปใช้พัฒนาทรัพยากรที่มีในพื้นที่
อย่างสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการ
ในพื้นที่
ผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นและได้รับค�ำปรึกษาเชิงลึก
ในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการน�ำวทน. มา
ใช้ในการพัฒนารวม จ�ำนวน 127 ราย และมีผู้ประกอบการที่ได้
ด�ำเนินการพัฒนาแล้วเสร็จรวม 70 ราย ผู้ประกอบการที่รับการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งหมดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นวัดจากราย
ได้ประมาณ 29,228,040 บาทต่อปี ช่วยท�ำให้เกิดเงินหมุนเวียน
ในระบบเศรษฐกิจจ�ำนวน 89,835,200 บาทต่อปี ผู้ประกอบการ
มีผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30.10 ต่อปี หรือ
เพิ่มขึ้นจาก 151,902 บาทต่อคนต่อปี เป็น 197,620 บาทต่อคน
ต่อปี
นอกจากนี้ วว. ยังได้ด�ำเนินกิจกรรมเชื่อมโยงกับหน่วยงาน
ด้านการตลาด อาทิ บมจ.บางจาก (มหาชน) บมจ. ซีพีออลล์
(มหาชน) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อสร้างความร่วมมือช่องทางใน
การจัดจ�ำหน่าย อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบ ESTI (Electronic
Science Technology and Innovation) เป็นเครื่องมือทางด้าน
สารสนเทศ สนับสนุนการผลักดันให้เกิดระบบตลาดซื้อขายถ่ายทอด
ผลงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน) และการน�ำ
ผลงาน วทน. ไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม โดยมีภารกิจ
หลัก คือ การจับคู่ความต้องการของประชาชน ชุมชน เกษตรกร
นักศึกษา ผู้ประกอบการ SMEs Micro Enterprises และ OTOP
ที่ต้องการใช้ วทน. กับผู้ผลิตและให้บริการ วทน. ทั้งจากภาครัฐ
และภาคเอกชน ที่ครอบคลุมผลงานในทุกสาขาที่จะเป็นประโยชน์
ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนและผู้ประกอบการ
เอกชนในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อน�ำไปสู่เป้าหมาย 3 ประการ คือ เพิ่ม
รายได้ ลดรายจ่าย และพัฒนาคุณภาพชีวิต
การด�ำเนินงานในปี 2559 ได้มีการด�ำเนินงานในการพัฒนา
Product Champion ในพื้นที่จังหวัดตราด วว. ได้มีบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือ “การส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลงาน
วิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาจังหวัด” กับจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 28
สิงหาคม 2556 และจากความร่วมมือดังกล่าว วว. จึงได้ร่วมพัฒนา
โครงการพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบเพื่อการส่งเสริมการแปรรูปมังคุด
อินทรีย์ครบวงจร ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่คาดว่าจะใช้เป็น
ตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ในการ
พัฒนาเครื่องจักรต้นแบบในการแปรรูปมังคุดอินทรีย์ให้เป็นสินค้า
มูลค่าเพิ่ม (value added) ให้ผลผลิตที่ได้เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม
มูลค่าเพิ่ม ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
(2) อุตสาหกรรมเวชส�ำอางและความงาม (3) อุตสาหกรรมยาเพื่อ
การรักษาและป้องกันโรค น�ำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิต
มังคุดอินทรีย์ สร้างอาชีพให้เกษตรกรจังหวัดตราด ยกระดับ
ผู้ประกอบการจากเกษตรกรชาวสวน วิสาหกิจชุมชน โดยใช้ผลงาน
วิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีทักษะด้านการผลิตเชิง
อุตสาหกรรม รวมถึงการสร้างคุณภาพ มาตรฐานการผลิต รวมทั้ง
การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในการเพิ่มศักยภาพเข้าสู่
ประชาคมอาเซียน โดยแนวทางการด�ำเนินงานเชิงบูรณาการการ
ท�ำงานระหว่าง วว. และหน่วยงานในจังหวัดตราด ได้แก่ ส�ำนักงาน
อุตสาหกรรมจังหวัดตราด มีการน�ำบุคลากรด้านการวิจัยด้าน
เทคโนโลยีอาหาร บรรจุภัณฑ์ และวิศวกรรมอาหาร ถ่ายทอดองค์
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสู่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน
OTOP และ SMEs รวมทั้งให้หน่วยงานที่มีความสามารถในการ
เพิ่มศักยภาพด้านการตลาด การจัดจ�ำหน่าย การขยายและสร้าง
ธุรกิจใหม่ ได้แก่ สถาบันการเงิน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรม
ขนาดย่อม (บสย.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ�ำกัด ส�ำนักงานส่งเสริม
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเป็นมืออาชีพ
เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเชิงทักษะในภาคการค้า และการ
บริการ ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้สามารถพัฒนาผู้ประกอบการได้
อย่างครบวงจร
ผู้ประกอบการกลุ่มแปรรูปมังคุดมังคุดอินทรีย์จังหวัดตราด
ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเครื่องจักรต้นแบบ ได้
สร้างให้เกิดมูลค่าการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจคิดเป็น 71.09 ล้าน
บาท เพิ่มจากเดิมที่มีมูลค่าการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ 30.0 ล้าน
บาท มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวม 27.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
เดิม ที่ไม่มีการแปรรูปผลผลิตเลย ได้แต่เพียงขายผลผลิตเป็นผล
สดอย่างเดียว หรือเพิ่มขึ้นจาก 12.96 ล้านบาทต่อปี เป็น 55.54
ล้านบาทต่อปี
งานบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บริการทดสอบอาหารปลอดภัย (Food safety testing)
ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) พร้อมให้บริการทดสอบ
ด้านความปลอดภัยอาหารเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อน
หรือสารตกค้างในอาหาร (food contaminants) รวมถึงบริการ
ทดสอบความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหาร (Migration testing
from food contact materials) นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการ
ทดสอบอาหารปลอดภัยส�ำหรับผู้ประกอบการด้านอาหารที่ต้องการ
น�ำผลทดสอบไปขึ้นทะเบียนต�ำรับอาหารและยา (อย.) ตามประกาศ
กระทรวงสาธารณสุขด้านอาหารที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์อาหารให้มีความปลอดภัยเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ด้วย
วิธีวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากล มาตรฐาน มอก. และ
มาตรฐาน Codex ส�ำหรับการส่งออก ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์การ
การค้าโลก (World Trade Organization - WTO) ให้การยอมรับ
ตามความตกลงว่าด้วยอุปสรรคเทคนิคต่อการค้า (Agreement on
Technical Barrier to Trade; TBT) และความตกลงว่าด้วยการ
บังคับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Agreement on the
Application of Sanitary and Phytosanitary Measure; SPS)
โดยผลิตภัณฑ์ที่พร้อมให้บริการทดสอบอาหารปลอดภัย ได้แก่
อาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์นม ไอศกรีม
โยเกิร์ต น�้ำดื่ม เครื่องดื่มในภาชนะปิดสนิท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ได้แก่ พืชผักผลไม้ วัสดุสัมผัสอาหาร
ได้แก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหารและเครื่องดื่ม
41
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
42
รางวัลเกียรติยศระดับชาติ
ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา
ชีววิทยาสิ่งแวดล้อม
ดร.ทักษิณ อาชวาคม ผู้อ�ำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม
สะแกราช ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา
ชีววิทยาสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เมื่อวันที่
27 กันยายน 2558 นับเป็นผู้มีบทบาทส�ำคัญในการพัฒนาสถานี
วิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ให้มีผลงานโดดเด่นจนได้รับรางวัลแหล่ง
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศดีเด่นจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ผลงานวิจัย Pro- fruits รางวัลอันดับที่ 2 การ
ออกแบบเชิงนวัตกรรม ประจ�ำปี 2559
ดร.ภูษิตา วรรณิสสร นักวิจัยอาวุโส ฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
และดร.ปณิตา บรรจงสินศิริ นักวิจัยอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
และทีมนักวิจัย ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ Pro-fruits ผลไม้อบกรอบ
เสริมเชื้อโพรไบโอติก (Probiotic) ช่วยปรับสภาพความสมดุลของ
จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและ
ดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น โดยได้รับรางวัลออกแบบเชิงนวัตกรรมอันดับ
ที่ 2 ด้าน การออกแบบอาหาร จากการประกวดรางวัลนวัตกรรม
แห่งชาติ ประจ�ำปี 2559 จัดโดยส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมื่อ
วันที่ 5 ตุลาคม 2559
รางวัลองค์กรภาครัฐดีเด่น ด้านผู้ส่งเสริมการ
อนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) รับรางวัลดีเด่น ด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงาน
ทดแทน จากการประกวด Thailand Energy Awards 2016 ซึ่ง
จัดโดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
กระทรวงพลังงาน
รางวัลน�ำเสนอผลงานดีเด่น
ดร.กฤติยา ทิสยากร นักวิจัยอาวุโสฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์
ธรรมชาติ น�ำเสนอผลงาน Effects of chrysanthemum flower
extract analgesia and serotonin levels associated with
migraine symptoms in rats รับรางวัลการน�ำเสนอผลงาน
Outstanding Award of Poster Presentation จากการประชุม
นานาชาติ เรื่อง The 32
ndInternational Annual Meeting in
Pharmaceutical Sciences, Chulalongkorn University เมื่อ
วันที่ 10-11 มีนาคม 2559
- กิจกรรมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชุมชน
แนวกันชน (buffer zone) ระหว่างโรงรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์และ
พื้นที่อ่อนไหว เพื่อเป็นการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพของ
มาตรการในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ได้เสนอไว้ในรายงาน
การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) เพื่อเป็นการเพิ่ม
ประสิทธิภาพการท�ำหน้าที่ของป่าไม้ ส�ำหรับการกรองและดูดซับ
ก๊าชซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฝุ่นละอองและเสียงดังอันเกิดจากกิจกรรม
ต่างๆ ของโรงรม ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โครงการส�าคัญ
1. โครงการยืดอายุล�ำไยส่งออกเพื่อแก้ไขล�ำไยล้น
ตลาดด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน
ให้ด�ำเนินงานโครงการยืดอายุล�ำไยส่งออกเพื่อแก้ไขล�ำไยล้นตลาด
ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถของเกษตรกรในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและมี
ประสิทธิภาพ ส�ำหรับการแก้ไขปัญหาการเน่าเสียของล�ำไยจาก
สภาวะล�ำไยล้นตลาด โดยการด�ำเนินงานในรูปแบบของศูนย์
ถ่ายทอดเทคโนโลยียืดอายุล�ำไยเพื่อการส่งออกที่ได้มาตรฐานและ
ปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีน�ำร่องขึ้น ณ พื้นที่จังหวัด
ล�ำพูน ผลการด�ำเนินงานประกอบด้วย
การจัดสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียืดอายุล�ำไยเพื่อการส่งออก
- จัดสร้างโรงรมและห้องเย็นประกอบอาคารต้นแบบ ซึ่ง
โรงรมต้นแบบนี้มีระบบการก�ำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อนปลดปล่อย
สู่สภาพแวดล้อมซึ่งได้มาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม ผลผลิตมีสาร
ตกค้างไม่เกินมาตรฐานที่ก�ำหนด โดยก�ำลังการผลิต 9,000 ตัน/ปี
- ยกระดับโรงรมมาตรฐาน โรงรมขนาดเล็ก แก้ปัญหาการ
รมที่ไม่ได้มาตรฐาน เป้าหมาย 2 ราย/ปี ในปี พ.ศ.2559 มีผู้ขอรับ
การสนับสนุนจากโครงการจ�ำนวน 2 ราย วว. ได้ให้ค�ำปรึกษาใน
ด้านการปรับปรุงโรงรม อุปกรณ์เครื่องมือ ตลอดจนแนวทางการ
ปฏิบัติ เพื่อให้โรงรมล�ำไยได้มาตรฐานเพื่อการส่งออก
- การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถตรวจ
สอบย้อนกลับผ่านระบบ QR Code เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการ
ส่งออกล�ำไยที่ผ่านการรมควันที่ได้มาตรฐาน ส� ำหรับ 3 กลุ่ม
เป้าหมาย ซึ่งได้แก่ โรงรม เกษตรกร เพื่อประกอบการ
การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร
- ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล�ำไยที่เหมาะสม
และมีประสิทธิภาพ ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการล�ำไย นักวิชาการ
ภาครัฐ นักวิจัย ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ภาคเหนือที่มี
การปลูกล�ำไย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ล�ำพูน พะเยา น่าน เชียงราย
และตาก มีผู้ผ่านการอบรมมากกว่า 300 ราย/ปี และมีบุคลากร
วิจัยและพัฒนา นักเทคโนโลยีภาครัฐที่ได้รับการอบรม สามารถ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ได้อย่างน้อย
30 ราย/ปี
43
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
44
- วว. ร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีล�ำพูน พัฒนาหลักสูตรการเรียนการ
สอน เพื่อสร้างช่องทางในการในการส่งเสริมบุคลากรด้านการวิจัย
และพัฒนา นักเทคโนโลยีในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการ
เตรียมแรงงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อรองรับโรงรมซัลเฟอร์-
ไดออกไซด์ที่มีอยู่ หรือที่ก�ำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้การควบคุม
การผลิตและจ�ำหน่ายล�ำไยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ระบบการบริหารจัดการโรงงรมและสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร
ในพื้นที่
- แนวทางการบริหารจัดการโรงรมในรูปแบบของสหกรณ์
ให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง
- ส่งเสริมให้เกษตรกรของเกษตรกรล�ำไยการปลูกพืชที่มี
ศักยภาพและเห็ดเพื่อเป็นรายได้เสริม
2. โครงการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยี
อาหารแปรรูปของ SMEs ในพื้นที่เพื่อยกระดับ
อุตสาหกรรมอาหารสู่สากล
จากนโยบายที่รัฐบาลให้ความส�ำคัญในการปรับปรุงและจัด
เตรียมให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่ส�ำคัญในการต่อยอดสู่เชิง
พาณิชย์ของภาคอุตสาหกรรมให้มีความพร้อม ทันสมัย และกระจาย
ในพื้นที่ต่างๆ โดยโครงการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีอาหาร
แปรรูปของ SMEs ในพื้นที่ฯ มีเป้าหมายส�ำคัญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา
การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อการผลิตอาหารแปรรูปส� ำหรับ
ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ที่ประสบปัญหา
ในด้านการลงทุนในระยะแรกและผู้ประกอบการที่มีความต้องการ
ขยายระดับการผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีความส� ำเร็จของการด�ำเนินงาน
โครงสร้างพื้นฐานด้าน วทน. พื้นที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่
- ปรับปรุงอาคารเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมอาหาร
ครบวงจร และจัดหาเครื่องมือส�ำหรับสายการผลิตเครื่องดื่มพร้อม
บริโภค และสายการผลิตอาหาร พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้
มาตรฐานตาม GMP เพื่อรองรับทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
และในสายการผลิต
สร้างความพร้อมและศักยภาพในการแข่งขันด้วยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ
- สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการพัฒนายกระดับกระบวนการผลิตให้
เป็นไปตามมาตรฐานและการสร้างนวัตกรรมให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ มีผู้ประกอบการมากกว่า 10 ราย/ปี ได้
รับการพัฒนาและผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่ปรับปรุงมากกว่า 10
ผลิตภัณฑ์ต่อปี
- ถ่ายทอดเทคโนโลยี วว. ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายใน
พื้นที่ จัดอบรมให้ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อการก้าวสู่การใช้
เทคโนโลยีขั้นสูง เข้าร่วมวิเคราะห์ ประเมินและให้ค�ำปรึกษาเชิง
ลึก ณ สถานประกอบการร่วมกับสถาบันทางการเงินในพื้นที่เพื่อสรุป
ปัญหาและจัดท�ำแผนการปรับปรุงและพัฒนา
- วว. ร่วมมือกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา พัฒนาศักยภาพ
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารของบุคลากรในพื้นที่ ได้แก่
นักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ ด้วยการเข้าฝึกงาน/ปฏิบัติงาน/ฝึก
อบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา นัก
เทคโนโลยีในอุตสาหกรรม ณ โครงสร้างพื้นฐาน วทน. สาขาแปรรูป
ประจ�ำพื้นที่
3. โครงการยกระดับขีดความสามารถในการ
แข่งขันผู้ระกอบการ OTOP ด้วย วทน. 5 ภูมิภาค
วว. ด�ำเนินการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ OTOP ทั้ง 5 ภูมิภาค
ให้มีความรู้ในการน�ำวทน. มาพัฒนาผลิตภาพการผลิต นวัตกรรม
ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ มาตรฐานและเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงลึก
ในการพัฒนาผลิตภาพ การเตรียมพร้อมรองรับการเข้าสู่ตลาดสินค้า
ประชาคมอาเซียน การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการเพื่อให้ผู้ประกอบการ
OTOP มีแนวทางในการพัฒนาผลิตภาพด้านต่างๆ อย่างเป็นรูป
ธรรม ปี พ.ศ.2559 ได้จัดงานสัมมนา “ยกระดับโอทอปด้วย วทน.
(STI for OTOP Upgrade)” ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด
นครพนม มุกดาหาร สกลนคร เชียงราย อ่างทอง นราธิวาส ตรัง
สุราษฎร์ธานี เลย ปทุมธานี ตราดและล�ำปาง มีผู้ประกอบการเข้า
ร่วมโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อโอทอป” 997 ราย และมีผู้ประกอบการ
ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก (อนุมัติ) จ�ำนวน 222 ราย นอกจากนี้
การด�ำเนินโครงการยังมีการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อน�ำสู่การค้า
ธุรกิจจริงผ่านระบบสนับสนุนด้านต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงกับแหล่ง
เงินทุน สถาบันการเงินต่างๆ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม SMEs Bank และ
การพัฒนาช่องทางด้านการตลาดต่างๆ จากหน่วยงานพันธมิตรที่
เข้าร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ได้แก่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จากัด และ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการ
เป็นมืออาชีพ ในภาคการค้า และการบริการในพื้นที่เป้าหมาย และ
สามารถพัฒนาผู้ประกอบการได้อย่างครบวงจร
4. โครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อ
จุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม
ศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมฯ
มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาไปสู่การพัฒนา
ผลิตภัณฑ์อาหาร และอาหารฟังก์ชันทั้งระดับชุมชนและ SMEs
เพื่อรักษาโอกาสและเพิ่มศักยภาพของประเทศในการแข่งขันด้าน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีชีวภาพจาก
โพรไบโอติกและพรีไบโอติก รวมทั้งเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินทาง
ปัญญาของประเทศ เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียนที่มีการแข่งขันสูง ผลการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญในรอบปี ได้แก่
ด�ำเนินการจัดสร้างศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ฯ ต่อ
จากระยะแรกที่แล้วเสร็จในปี 2558 โดยระยะที่ 2 เป็นการสร้าง
ห้องปฏิบัติการและโรงงานน�ำร่องผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์/สารชีวภาพ
และการพัฒนาบุคลากรของศูนย์เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ
ทางตามที่ระบุไว้ในข้อก�ำหนด ISO/IEC 17025 นอกจากนี้ โครงการ
ได้ท�ำการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อ
จุลินทรีย์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ได้รับการ
ส่งเสริมให้สามารถเข้าสู่ตลาด โดยการยกระดับมาตรฐานและ
คุณภาพสู่กลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการพัฒนางานวิจัยจาก
ห้องปฏิบัติการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อโพร-ฟรุ้ต โดยผล
งานดังกล่าวได้รับรางวัลการประกวดการออกแบบเชิงนวัตกรรม
ประจ�ำปี 2559 จากส�ำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติอีกด้วย
45
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
46
ผลการด�าเนินงานที่ไม่ใช่ทางการเงิน
ผลการด�ำเนินงานการวิจัยและพัฒนา โครงการ
วิจัยและพัฒนา โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่แล้ว
เสร็จ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) ด�ำเนินงานภายใต้ภารกิจการวิจัย พัฒนาด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการน�ำความรู้จากงาน
วิจัยฯ ไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ในปี 2559 มีผลงานวิจัยที่ได้รับ
การสนับสนุนงบประมาณแล้วเสร็จ จ�ำนวน 58 โครงการ และ
โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจ�ำนวน 2 โครงการ ผลงานส�ำคัญภาย
ใต้ทิศทางการวิจัยใน 6 กิจกรรม ประกอบด้วย
กิจกรรมที่ 1วิจัยและพัฒนาเกษตรเพื่อชุมชน
กิจกรรมที่ 2วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ
กิจกรรมที่ 3วิจัยและพัฒนายาสมุนไพรและเวชส�ำอาง
กิจกรรมที่ 4วิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมที่ 5วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมเพื่ออุตสาหกรรม
ขนาดกลางและขนาดย่อม
กิจกรรมที่ 6วิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุจากธรรมชาติ
ผลส�ำเร็จจากการด�ำเนินงานชุดโครงการที่ส�ำคัญมีรายละเอียด ดังนี้
1. การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากมะขามป้อม
มะขามป้อมเป็นผลไม้พื้นบ้านที่มีสารส�ำคัญโดยเฉพาะสาร
ต้านอนุมูลอิสระ อันได้แก่ วิตามินซี แทนนิน พอลิฟีนอล ฟลาโวนอยด์
และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ จึงมีคุณสมบัติในการน�ำมาใช้
ประโยชน์ทางยาและอาหาร วว. เล็งเห็นศักยภาพของมะขามป้อม
ที่สามารถน�ำมาเพิ่มมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจและสังคม จึงพัฒนางาน
วิจัยตั้งแต่ศึกษาวิธีการเขตกรรม การคัดเลือกพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อ
น�ำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและ
เวชส�ำอาง ถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการปลูกในเชิงพาณิชย์
ให้กับเกษตรกรในพื้นที่บริเวณรอบ สถานีวิจัยพืชล�ำตะคอง จังหวัด
นครราชสีมา เพื่อเป็นรายได้เสริม ในด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตผล
ทางการเกษตร ได้น�ำมะขามป้อมพันธุ์ที่คัดเลือกแล้วมาพัฒนาโดย
แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพในรูปแบบของอาหาร
ขบเคี้ยว ซึ่งผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้ยังคงคุณค่าของสารส�ำคัญของ
มะขามป้อมไว้ในปริมาณสูง ในส่วนผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางได้ใช้
เทคโนโลยีในการสกัดสารส�ำคัญจากมะขามป้อมร่วมกับการผสม
คุณค่าจากสารสกัดสมุนไพรอื่น พัฒนาเป็นเวชส�ำอางส�ำหรับผิว ผม
และช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ
ฤทธิ์ต้านการอักเสบและฤทธิ์ก่อความระคายเคืองต่อผิวหนัง วว. มี
ความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกิดจาก
โครงการนี้สู่เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม
2. การวิจัยและพัฒนาสมุนไพรตังกุยเพื่อน�ำมาใช้ประโยชน์
ในเชิงพาณิชย์
โดยมีแหล่งเพาะปลูกที่ส�ำคัญในพื้นที่โครงการอันเนื่องมา
จากพระราชด�ำริ บริเวณสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง อ�ำเภอ
ฝาง สถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม บ้าน
แปกแซม อ�ำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเหตุที่การเพาะ
ปลูกตังกุยในประเทศนั้นยังไม่มีการด�ำเนินงานอย่างเป็นระบบ วว.
จึงท�ำการพัฒนางานวิจัยที่จะช่วยให้มีการศึกษาวิจัยสมุนไพรตังกุย
อย่างเป็นระบบและครบวงจร มีผลส�ำเร็จของการด�ำเนินการที่
ส�ำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ของตังกุยที่ให้สารส�ำคัญและ
สารออกฤทธิ์ที่สูงขึ้น โดยใช้เทคนิคเหนี่ยวน�ำให้เกิดการกลายพันธุ์
ร่วมกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบ
ตังกุยให้มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดจนสรรพคุณทางยาเหมือน
เมื่อเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ ปัจจุบัน วว. มีเทคโนโลยีส�ำหรับการยืด
อายุการเก็บรักษาผลิตผลสดและอบแห้ง ที่สามารถด�ำเนินการได้
ภายในโรงคัดบรรจุด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์
เพื่อการขนส่งวัตถุดิบที่ช่วยลดอัตราการคายน�้ำในกรณีที่ไม่ได้ใช้
รถห้องเย็น รวมทั้งได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาคุณภาพของ
ผลผลิตแบบแห้ง และบรรจุภัณฑ์ส�ำหรับผลิตภัณฑ์ตังกุยแปรรูป
เพื่อการจัดจ�ำหน่าย นอกจากนี้ วว. ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เวชส�ำอาง
กระชับผิวที่มีส่วนผสมของตังกุย ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการ
กระชับผิวและประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แล้ว พร้อม
ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ที่สนใจ
3. การวิจัยและพัฒนาเห็ดพื้นเมืองอีสานเพื่ออนุรักษ์และ
เสริมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์
วว. ได้ด�ำเนินการโครงการวิจัยและพัฒนาเห็ดพื้นเมืองอีสาน
เพื่อการอนุรักษ์และเสริมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ขึ้น โดยมี
วัตถุประสงค์ส�ำคัญในการอนุรักษ์สายพันธุ์ของเห็ดพื้นเมืองอีสาน
ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพโดยการ
สร้างมูลค่าเพิ่ม งานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ ได้แก่ การเก็บรวบรวม
จ�ำแนกสายพันธุ์ด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา และการจัดท�ำฐาน
ข้อมูลกลางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งปัจจุบัน วว. ได้
ลงบันทึกข้อมูลนิวคลิโอไทด์ในฐานข้อมูล http:// www.ddbj.nig.
ac.th
แล้ว จ�ำนวน 100 สายพันธุ์ ในด้านการใช้ประโยชน์จาก
ความหลากหลายของเห็ดพื้นเมืองอีสานที่มีศักยภาพการแปรรูป
และพัฒนาเป็นส่วนผสมส�ำคัญในอุตสาหกรรมยาและอาหาร ได้
คัดเลือกเห็ดสายพันธุ์ต่างๆ ผ่านกระบวนการและเทคโนโลยีการ
สกัดสารส�ำคัญจากเห็ดชนิดที่มีศักยภาพและมีคุณสมบัติที่เป็น
ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น พรีไบโอติก ไทรเทอพินส์ ฟินอลิกและ
พอลิแซ็กคาไรด์ โดยน�ำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เพื่อสุขภาพ รูปแบบต่างๆ ในปี 2559 ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาแล้วเสร็จ
ได้แก่
•ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยพอลิแซ็ก-
คาไรด์และสารประกอบเชิงซ้อนพอลิแซ็กคาไรด์โปรตีนจากเห็ด
พื้นบ้านกินได้ (indigenous edible mushroom) แบบเม็ด
มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายในส่วนของระบบการย่อย
อาหารและการขับถ่าย
•ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ท�ำจากเห็ดธรรมชาติเสริม
ด้วยไบฟิโดแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพ ส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์
ที่มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหาร และลดการ
ติดเชื้อในระบบล�ำไส้
•ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปของเครื่องดื่มสูตรเข้มข้น
และพร้อมดื่มช่วยต้านการกลายพันธุ์และลดภาวะเสี่ยงจากโรค
มะเร็ง
นอกจากนี้ วว. ได้พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดพื้นเมือง
อีสานในเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกใน
พื้นที่ราบซึ่งจะเป็นการช่วยลดการบุกรุกท�ำลายป่า ตลอดจนการ
ส่งเสริมให้มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากเห็ดเพื่อเพิ่มมูลค่า
สร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง
4. วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงโรคเกาต์
ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพแบบเม็ดจากพืชสมุนไพรเพื่อลดความ
เสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ เป็นผลส�ำเร็จจากการวิจัยร่วมกันระหว่าง
ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว. และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย
อุบลราชธานี มีขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ
จากผลิตผลการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเห็ดและสมุนไพรที่มีศักยภาพ
น�ำมาผ่านวิธีการสกัดสารส�ำคัญ ตรวจสอบหาสารออกฤทธิ์ที่มี
คุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ส�ำหรับการผลิตวัตถุตั้งต้นที่ต้อง
มีการควบคุมคุณภาพและมีปริมาณสารส�ำคัญสูงได้ตลอด
กระบวนการ วว. ท�ำการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตดอก
เห็ดที่ให้ปริมาณสารส�ำคัญสูง และเทคนิคการเพิ่มปริมาณเส้นใย
และสารส�ำคัญ คือ บีตา-กลูแคน ในระบบถังหมักที่จะช่วยลดระยะ
เวลาและต้นทุนในการผลิตเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเปิดดอกเห็ด
แบบปกติ ซึ่งสารสกัดที่พัฒนาได้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพแบบ
เม็ดมีปริมาณบีตา - กลูแคน ร้อยละ 0.16 (น�้ำหนักต่อน�้ำหนัก) ที่
ผ่านมาตรฐานการผลิตยาเม็ดตามเภสัชต�ำรับแล้ว
5. การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ส�ำหรับผู้มีภาวะโรคอ้วนและ
เบาหวานด้วยเทคนิคการกักเก็บสารส�ำคัญระดับไมโคร
ปัญหาโรคอ้วนและโรคเบาหวานที่มักเกิดขึ้นในผู้สูงวัย ท�ำให้
มีการวิจัยที่มุ่งเน้นเพื่อให้ได้วิธีการรักษาใหม่ๆ รวมไปถึงการสกัด
สารจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการรักษาและป้องกันโรคอ้วนและโรค
เบาหวาน เนื่องจากในปัจจุบันสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในผลิตภัณฑ์
สุขภาพส่วนใหญ่น�ำเข้าจากต่างประเทศและเป็นผลิตภัณฑ์ชนิด
เสริมอาหาร นอกจากนี้ เครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็น
เครื่องจักรที่น�ำเข้าในราคาสูง ด้วยความส�ำคัญของปัญหาดังกล่าว
วว. ได้ศึกษาและพัฒนาเทคนิคการเตรียมสารห่อหุ้มและนวัตกรรม
การผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสารออกฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ
ผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวาน โดยการศึกษาการกักเก็บสารออกฤทธิ์
ทางชีวภาพด้วยสารผสมโปรตีนและพอลิแซ็กคาไรด์โดยวิธีอบแห้ง
แบบพ่นฝอยร่วมกับฟลูอิไดซ์เบด ได้ผลิตภัณฑ์สารออกฤทธิ์ทาง
ชีวภาพแบบผงที่สามารถน�ำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหาร
และเครื่องดื่ม ได้น�ำสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพแบบผงมาเป็นวัตถุดิบ
ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันนัลต้นแบบ ได้แก่
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อาหารว่างประเภทขบเคี้ยวและอาหารกึ่งเหลว
ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน
และโรคเบาหวาน
6. โครงการวิจัยและพัฒนาเพิ่มสารไบโอฟลาโวนอยด์ในผักและ
ผลไม้เพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
สารไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoid) เป็นกลุ่มสารสีที่
ท�ำให้พืชมีสีที่หลากหลาย มีหลายชนิด เช่น แอนโทไซยานิน
ฟลาโวนอล โดยคุณสมบัติของสารไบโอฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้าน
อนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และบ�ำรุงหลอดเลือด ช่วย
ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ชะลอการเกิดโรคไขมันอุดตัน
ในหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว วว. พัฒนาโครงการ
เพื่อศึกษาแนวทางที่จะกระตุ้นให้พืชสร้างสารไบโอฟลาโวนอยด์ใน
47
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
48
ระยะก่อนการเก็บเกี่ยวในผักและผลไม้ เช่น มัลเบอร์รี มะนาว
บัวบก ผักแพว มะขามป้อม กระชายด�ำเป็นต้น โดยการปรับ
กระบวนการทางสรีรวิทยาและใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของ
พืช การศึกษากรรมวิธีการปฏิบัติภายหลังการเก็บเกี่ยว รวมทั้ง
พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบให้มีคุณค่า
ทางโภชนาการตลอดจนสรรพคุณทางยาเหมือนเมื่อเก็บเกี่ยวมา
ใหม่ๆ การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ที่ผลิตสารส�ำคัญได้สูง นอกจากนี้ ยัง
ได้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบโดยการพัฒนา
เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากผักและผล
ไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน�้ำผักผลไม้
รวมเสริมสารไบโอฟลาโวนอยด์ (ที่สกัดจากใบบัวบก) ผลิตภัณฑ์
เวชส�ำอางที่มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อ
การขนส่งและการจัดจ�ำหน่าย
7. โครงการการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพส�ำหรับอากาศยาน
ชุดโครงการนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อมุ่งเน้นการผลิต
และปรับปรุงคุณภาพของน�้ำมันชีวภาพให้มีคุณภาพสูงขึ้น คือ มี
คุณสมบัติเทียบเท่ากับน�้ำมันชีวภาพเพื่ออากาศยาน และมีค่าความ
ร้อนสูง โดยใช้สารเร่งปฏิกิริยาเป็นตัวปรับคุณภาพน�้ำมันให้สูงขึ้น
พร้อมทั้งพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงด้วยเทคโนโลยี
ไพโรไลซิสและแก๊สซิฟิเคชัน ตลอดจนการเพิ่มทางเลือกในการใช้
ก๊าซชีวภาพเพื่อเป็นพลังงานทดแทน ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการ
เปลี่ยนรูปไบโอก๊าซเป็นไบโอมีเทนเพื่อน�ำมาใช้ทดแทนก๊าซหุงต้ม
และก๊าซ NGV หรือ CBG ผลส�ำเร็จจากการวิจัย ได้แก่ เทคโนโลยี
ต้นแบบผลิตน�้ำมันชีวภาพเพื่ออากาศยานขนาดกึ่งน�ำทาง เครื่องต้น
แบบปฏิกรณ์ผลิตไบโอเมทานอลในระดับห้องปฏิบัติการ เครื่อง
ปฏิกรณ์ผลิตไบโอเจ็ทโดยกระบวนการออโตรีฟอร์มมิงแบบลูกโซ่
ระดับห้องปฏิบัติการ และสารเร่งปฏิกิริยาส�ำหรับกระบวนการผลิต
เชื้อเพลิงอากาศยานจากไดเมทิลอีเทอร์และแอลกอฮอล์ ที่จะน�ำ
ไปสู่การขยายศักยภาพการผลิตเชิงพาณิชย์กับภาคเอกชนผู้สนใจ
8. โครงการการผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงสู่ชุมชนโดยใช้วัตถุดิบ
ที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีสะอาด
การวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตพลังงาน
ชีวภาพและพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะการพัฒนาการผลิตน�้ ำมัน
ไบโอดีเซล จากวัตถุดิบน�้ำมันตั้งต้นหลากชนิด เช่น น�้ำมันพืชเหลือ
ทิ้งจากภาคครัวเรือน จากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร โดยเริ่มจาก
การพัฒนาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต เช่น กระบวนการผลิตไบโอดีเซล
ส�ำหรับน�้ำมันที่มีค่าความเป็นกรดสูง กระบวนการปรับสภาพของ
น�้ำมันวัตถุดิบที่จะป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซลแบบ Multi
feedstock ตลอดจนกระบวนการเพิ่มคุณภาพ (up grade) เพื่อ
เพิ่มคุณภาพน�้ำมันด้วยกระบวนการไฮโดรจีเนชัน การสังเคราะห์
สารเร่งปฏิกิริยาเพื่อการผลิตน�้ำมันไบโอดีเซล รวมถึงการออกแบบ
และพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตน�้ำมันไบโอดีเซลในระดับชุมชน และ
กระบวนการที่ช่วยลดปัญหามลภาวะน�้ำเสียจากกระบวนการผลิต
ไบโอดีเซล ผลงานจากโครงการที่ส�ำคัญ ได้แก่ องค์ความรู้ด้านการ
ผลิตไบโอดีเซลจากน�้ำมันโดยใช้วัตถุดิบน�้ำมันจากบ่อน�้ำทิ้งโรงงาน
น�้ำกะทิและโรงงานน�้ำมันปาล์ม การพัฒนาออกแบบชุดอุปกรณ์
เพื่อใช้ในขั้นตอนการปรับสภาพวัตถุดิบต่างๆ เทคโนโลยีการผลิต
ก๊าซไฮโดรเจนจากน�้ำเสียไบโอดีเซล รวมทั้งเครื่องต้นแบบผลิตน�้ำ
มันไบโอดีเซลขนาด 200 ลิตรต่อวัน เป็นต้น
24. กรรมวิธีการการผลิตและสูตรเนยแข็งมังส
และอนุสิทธิบัตร
วิรัติ
สิทธิบัตร
25. การท�ำยีสต์แห้งด้วยตัวยึดเกาะ
26. กรรมวิธีผลิตเอทานอลแบบรวมขั้นตอนการย่อย การลดพิษ
และการหมัก
27. อุปกรณ์จับ-ตัดแบบต่อแขน
28.กระบวนการผลิตและสูตรวัสดุปรับปรุงดินกรดจากขี้เถ้าขี้เลื่อย
ไม้เนื้อแข็ง
29.กระบวนการผลิตเส้นใยเห็ดในอาหาร
30.กรรมวิธีการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการทางระบบ
ประสาทจากหมามุ่ยกล้วยแขก
31.กรรมวิธีการผลิตและสูตรวุ้นเส้นจากสตาร์ชเมล็ดขนุน
32.ใบกวนผสมแบบปรับหมุนได้
33.กระบวนการผลิตเอทานอลโดยการหมักแบบสองขั้นตอน
34.ใบกวนแบบตะกร้าบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาที่บังคับทิศทางการไหล
35.กรรมวิธีการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าจาก
สารสกัดมะขามป้อม
36.กล่องบุฉนวนส�ำหรับผลิตผลสดที่คายก๊าซเอทิลีนต�่ำ
37.กระบวนการผลิตชีวมวลสาหร่ายแบบใช้พลังงานน้อย
38.กรรมวิธีและสูตรอาหารเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กเพื่อการผลิต
น�้ำมัน
39.กระบวนการผลิตและสูตรผลิตภัณฑ์คลายเครียดจากเก็กฮวย
40.กรรมวิธีการผลิตและสูตรเครื่องดื่มเสริมโปรตีนจากถั่วผสมน�้ำ
สมุนไพรหรือน�้ำผลไม้
41.กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สารสกัดจากหัวหอมเคลือบด้วย
สารสกัดจากขิงหรือชาเขียว
42.กระบวนการสกัดสารจากเห็ดหิ้งที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
43.กรรมวิธีการผลิตและสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรเสริมสารสกัดจาก
หอมหัวใหญ่
44.อุปกรณ์ แบบฟเฟิล สเทจเพื่อเพิ่มการหมุนวนในแนวดิ่งของ
อ่างเพาะเลี้ยงสาหร่าย
ผลงานที่ยื่นจดสิทธิบัตร
1.กรรมวิธีการผลิตและสูตรกัมมี่มะขามป้อม
2.กรรมวิธีการผลิตและสูตรแยมทุเรียนเทศพลังงานต�่ำ
ทรัพย์สินทางปัญญา
ผลงานที่ยื่นจดสิทธิบัตร
1.สูตรและกระบวนการผลิตสารเคลือบผิวจากผลไม้จากบุก
2.ใบกวนผสมแบบใบเกลียวคู่สวนทางและพับร่อง
3.ระบบการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลาในระบบปิดอแควโพนิค
(Aquaponic)
4.กรรมวิธีกระตุ้นการออกดอกของต้นมัลเบอรี่ด้วยสารปลิดใบ
5.อุปกรณ์ให้ความร้อนแบบเปิดประกบขอลวดไฟฟ้าด้วยแขนโยก
6. เครื่องปฏิกรณ์เบดนิ่งแบบท่อเดี่ยวแบบเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยา
ได้ง่าย
7. สูตรและกระบวนการผลิตปลาร้าบ่องก้อนอบแห้ง
8. กระบวนการผลิตและสูตรวัสดุบูรณะฟันเรซินคอมพอสิทที่มีสาร
ต้านแบคทีเรีย
9. อุปกรณ์ให้ปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดพร้อมกับระบบการให้น�้ำ
10.ขวดแบบที่ 3
11.กระบวนการผลิตและสูตรลูกอมลดการอยากสูบบุหรี่จาก
สมุนไพร
12.สูตรซีรั่มและกรรมวิธีการสกัดเพปไทด์จากถั่วมะแฮะ
(Cajananus cajan(L) Mill.sp.)
13.กระบวนการผลิตแผ่นไฮโดรเจลส�ำหรับป้องกันแผลกดทับ
14.ชุดแขนกลส�ำหรับเครื่องฉีดพ่นและตัดทางใบไม้ต้นไม้สูง
15.ระบบประหยัดพลังงานส�ำหรับการกรองด้วยเมมเบรน
16.กรรมวิธีการเคลือบผ้าด้วยยางพารา
17.ซีเมนต์คอมโพสิตส�ำหรับเป็นสารยึดทางทันตกรรมชนิดผสม
นาโนซิลิกา
18.สารผสมและกรรมวิธีการกักเก็บกลิ่นและสารออกฤทธิ์ทาง
ชีวภาพของสารสกัดตังกุย
19.กรรมวิธีการผลิตไส้กรอกมังสาวิรัติจากข้าว
20.เครื่องรมควันก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบขับอากาศที่ควบคุม
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบต่อเนื่อง
21.กระบวนการสกัดสารแอสทาแซนทินจากยีสต์ฟัฟเฟียโรโดโซมา
22. กรรมวิธีการผลิตซีโอไลต์ชนิดโซเดียมเอจากตอซังข้าว
23. ท่อก�ำเนิดความร้อนด้วยพลาสม่าแบบขั้นบันได -
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
50
บทความตีพิมพ์ใน
วารสารนานาชาติและ
วารสารวิชาการระดับประเทศ
วารสารนานาชาติ
ล�ำดับ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ชื่อวารสาร
J. Chromatogr. Sci.
Molecules
Molecules
Int J. Syst Evol Microbiol.
Systematic Botany
Comptes Rendus Chimie
Journal of analytical and
applied pyrolysis
Key Engineering Materials
Key Engineering Materials
Key Engineering Materials
Key Engineering Materials
Key Engineering Materials
Research Journal of
Pharmaceutical, Biological
and Chemical Sciences
Agriculture and Natural
Resources
ชื่อเรื่อง
Determination ofγ-Aminobutyric Acid (GABA) in rambutan fruit cv.
Rongrian by HPLC-ELSD and separation of GABA from rambutan fruit
using Dowex 50W-X8 Column.
Physicochemical Properties of Defatted Rambutan (Nephelium
lappaceum) Seed Flour after Alkaline Treatment.
Development of wax-Incorporated emulsion gel beads for the
encapsulation and intragastic floating delivery of the active
antioxidant fromTamarindus indica L.
Flavobacterium tistrianum sp. nov., a gliding bacterium isolated from
soil at Sakaerat Biosphere Reserve, Thailand.
Phylogenetic analyses of molecular data and reconstruction of
morphological character evolution in Asian impatiens section
Semeiocardium (Balsaminaceae).
Upgrading of palm biodiesel fuel over supported palladium catalysts.
Evalution of Ni-based catalysts for the catalytic fast pyrolysis of
jatropha residues.
The effect of β-Sic nanowires on the properties of Al
2
O
3
composites.
Influence of silane couping agent and nano-filler on the properties
of dental resin composite cements.
Comparison of milling techniques to figure of merit of 0.98PZT-
0.02BYF piezoelectric ceramic energy harvester.
Effect of milling time on the properties of BYF doped PZT energy
harvesting ceramics by high-energy ball milling.
Chemical crosslinking of silk fibroin , chitosan, and gelatin blend
nanofiber Mats.
Investigation of DPPH radical scavenging, antioxidant and
melanogenesis stimulating activities of various pigment extracts from
Thai herbal plants.
Selection of macrocybe crass mushroom for commercial production.
14
ล�ำดับ
15
16
17
18
19
20
21
ชื่อวารสาร
The Thailand Natural
History Museum Journal
Zootaxa
International Journal of
Pharmacy and
Pharmaceutical Sciences
CyTA-Journal of Food
International Journal
Systematic and Evolutionary
Microbiology
Journal of Microbiology and
Biotechnology
International Food Research
Journal
ชื่อเรื่อง
Zingiber sirindhorniae, a remarkable new species in Zingiber section
dymczewiczia (Zingiberaceae) from Thailand.
Contribution to the taxonomy of scaly crickets (Orthoptera :
Mogoplistidae: Mogoplistinae ) from Southeast Asia.
Molecular, histological,and anti-oxidant evaluation of colistis
induction in rats by different concentration of dextran sodium
sulfate (5 KDA).
Evaluation of factors that influence the L-glutamic and
^-aminobutyric acid production duringHericium erinaceus
fermentation by lactic acid bacteria.
Paenibacillus cathormiisp. nov., isolated from tree bark
Microbial community of healthy Thai vegetarians and non
vegetarians, their core gut microbiota and pathogens risk.
Effect of spray drying conditions on physical characteristics of
coconut sugar powder.
ล�ำดับ
11
10
8
9
7
5
6
4
3
1
2
ชื่อวารสาร
แก่นเกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
วิทยาศาสตร์เกษตร
ไทยเภสัชสาร
วารสารวิชาการระดับประเทศ
ชื่อเรื่อง
ปริมาณกรดอินทรีย์ น�้ำตาล สารฟีนอลิกทั้งหมดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของคอแลน
ความสามารถในการก�ำจัดอนุมูลอิสระ ปริมาณกรดแอสคอร์บิก และปริมาณสารประกอบ
ฟินอลทั้งหมดของสารสกัดหยาบเอธานอลจากมะขามป้อมหลังการเก็บรักษาด้วยวิธีการที่
แตกต่างกัน
ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของไผ่โดยใช้ล�ำดับเบสบริเวณ ITS2และ psbA-trnHGernertic
Relationships in the Bamboo Inferred from theITS2and psbA-trnHSequence
Region
ความสัมพันธ์ของเครื่องหมาย RAPD กับสาร -Asarone ในว่านน�้ำcorrelation between
RAPD Markers and beta-Asarone in Acorus calamus
โปรตีนสกัดจากถั่วชิกพีและการประยุกต์ใช้ในเครื่องดื่มโปรตีนฟังก์ชันนัล
ผลของภาชนะบรรจุ และโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ต่อการยืดอายุการเก้บรักษาและลดการเกิดสี
น�้ำตาลในลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย
ผลของภาชนะบรรจุ และอุณหภูมิในระหว่างการเก็บรักษาต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพและ
ปริมาณสารส�ำคัญในตังกุยสด
ผลของ 1-Methylcyclopropene ต่อการยืดอายุการเก็บรักษาของเห็ดหอมสายพันธุ์ทนร้อน
สมบัติความหนืดของแป้งเมล็ดเงาะสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เหนือสภาวะวิกฤต และการ
ใช้ทดแทนแป้งสาลีในขนมบิสกิต
ผลของการฉีดพ่นปุ๋ยยูเรีย เอ็นเอเอ เอทีฟอนและการปลิดใบต่อการออกดอกคุณภาพและ
ผลผลิตหม่อนกินผล
Effect of chrysanthemum flower extract on analgesia and serotonin levels
associated with migraine symptom in rats.
51
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
52
ล�ำดับ
12
13
14
15
16
17
18
19
ล�ำดับ
1
2
3
4
5
6
ชื่อวารสาร
ไทยเภสัชสาร
ไทยเภสัชสาร
ไทยเภสัชสาร
ไทยเภสัชสาร
ไทยเภสัชสาร
ไทยเภสัชสาร
Food and Applied
Bioscience
Applied
Environmental
Research
ชื่อเรื่อง
Cytotoxic and cyto-protective activities of four Thai indigenuos Russula
mushroom extracts on Raw 264.7 cell.
Development and validation of HPLC method for 6-Gingerol and 6-Shogaol in
ginger capsules for the treatment of chemotherapy -induced nausea and
vomiting.
Amti-oxidant activities and poly phenolic compounds of Longan (Dimocarpus
longan Lour) peel and seed extracts.
Radical scavenging antioxidant and melanogensis stimulating activities of
different spices of rice (Oryza sativaL.) extracts for hair treatment formulation.
Apoptotic activity of ethanolic extract of Thai indigeneous mushroom
Russulaalboareolata agianst L929, HeLa and HepG2 cell by MMP assay.
Effect of total phenolic content on free radical scavaging activities of Bolets
mushroom extract.
Production of mushroom protein hydrolysates by enzymatic hydrolysis and
their physicochemical properties.
Application of rice stubble synthesized zeolite for greenhouse gas reduction.
รายงานการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับประเทศ
ชื่อการประชุม
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational conference on
Natural product health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
ชื่อเรื่อง
Cytotoxicity activity and phytochemical studies of some
iridoids isolated from the rhizomes ofThunbergia laurifolia
Lindl.
Extraction and characterization of Tammarind seeds
polysaccharides (TSP) as drug delivery from Tamarindus
indicaL.
Antioxidant and melanogenesis stimulating activities of
different pigment extracts for grey hair treatment.
In Vitrostimulant activity study on dermal fibroblast
collagen synthesis of peptides isolated from pigeon peas,
chick peas and soya beans.
Bioactivity assessments ofVitis viniferacv.Ribier (Pok Dum)
seeds prepared by supercritical CO
2
and ethanol extraction
method.
Cytotoxic, cyto-protective and apoptotic activities of
ethanolic extract of Thai indigenous mushroomRussula
alboarelata.
The development ofPhyllanthusemblicaand
Zanthoxylumlimonellafeminine hygiene wash.
7
ล�ำดับ
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ชื่อการประชุม
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
The 6
thInternational Conference on
Natural Product Health and Beauty
(NATPRO6)
2015 International Conference on
Alternative Energy in Developing
Countries and Emerging Economies
2015 International Conference on
Alternative Energy in Developing
Countries and Emerging Economies
The 2016 Pure and Applied
Chemistry International Conference
( PACCON 2016 )
The 2016 Pure and Applied
Chemistry International Conference
( PACCON 2016 )
The 2016 Pure and Applied
Chemistry International Conference
( PACCON 2016 )
The 27 th Annual Meeting of the Thai
Society for Biotechnology and
International Conference
The 27 th Annual Meeting of the Thai
Society for Biotechnology and
International Conference
ชื่อเรื่อง
The development ofPhyllanthus emblicaand
Zanthoxylum limonellafacial mark powder.
Development of tamarind (Tamarindus indicaL.) seed
extracts loaded wax-incorporated alginate-based emulsion
gel beads using a modified ionotropic gelation.
Microemusion and biological activity of Indian gooseberry
extract.
The development ofPhyllanthus emblicaand
Zanthoxylum limonellamouthwash.
The development ofPhyllanthus emblicaand
Zanthoxylum limonellamouth spray.
The development ofPhyllanthus emblicaand
Zanthoxylum limonellatoothpaste
The development ofPhyllanthus emblicaand
Zanthoxylum limonellatoothpowder.
Biodiesel production from refined palm oil using
supercritical ethyl acetate in a microreactor.
Bioethanol production from oil palm frond by simultaneous
saccarification and fermentation.
Non-catalytic biodiesel synthesis in continuous miniaturized
reactor.
Influence of crosslink monomer on the formation of
copolymer microcapsules encapsulated heat storage
material.
A study of pilot plant for production of bio-oil using
fluidized bed reactors.
Magnetic nanobead-based immunoassay for rapid detection
of CEA tumor biomarker.
Evalution of prebiotic property in edible mushroom.
53
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
54
ล�ำดับ
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
ชื่อการประชุม
The 27
thAnnual Meeting of the Thai
Society for Biotechnology and
International Conference
The 27
thAnnual Meeting of the Thai
Society for Biotechnology and
International Conference
The 5
thInternational Biochemistry and
Molecular Biology Conference 2016
The 5
thInternational Biochemistry and
Molecular Biology Conference 2016
PETROMAT PPC Symposium 2016
The 18
thFood Innovation Asia
Conference 2016
The 18
thFood Innovation Asia
Conference 2016
The 5 Burapha University International
Conference 2016
การประชุมวิชาการระดับชาติ มศว. วิจัย
ครั้งที่ 9
การประชุมวิชาการด้านเทคโนโลยีการเชื่อม
และตรวจ ประจ�ำปี 2558 มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยมหิดล
การประชุมวิชาการด้านเทคโนโลยีการเชื่อม
และตรวจ ประจ�ำปี 2558 มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยมหิดล
การประชุมวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่ง
ประเทศไทยครั้งที่ 12
การประชุมวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่ง
ประเทศไทยครั้งที่ 12
การประชุมวิชาการเครือข่ายพลังงานแห่ง
ประเทศไทยครั้งที่ 12
ชื่อเรื่อง
Exopolysaccharide production by submerged culture of wild
mushroom,Lentinussp.
Screening and characterization of exopolysaccharide from
EPS producing Lactic acid isolated from fermented foods.
Biological activities of chickpea protien hydrosate.
Morphological and molecular identification of Hed-Taen-Red
(Macrocybe crassa) native strains from Thailand.
Preparation of poly (vinyl alcohol) nanofiber mats loaded
ampicillin for antibacterial purpose.
Shelf life of pasteurized soursop (Annona muricataL.) leaf
tea products.
Effect of modified atmospheric (MA) conditions and
packaging films on quality of butter cakes.
Plant growth promoting traits of lactic acid bacterium isolate
from rice Rhizosphere and its effect on rice growth.
การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าวด้วยซีโอไลต์
Fatigue damage evaluation of friction stir spot welded AISI
1012 cold rolled-steel under random force amplitudes.
3-Dimension observation of the interior fatigue fracture
mechanism on friction stir spot welded AISI 1012 Cold
Rolled-steel.
การศึกษาการผลิตน�้ำมันชีวภาพจากชีวมวลชนิดต่างๆ ด้วยกระบวนการ
ไพโรไลซิสโดยเครื่องไพโรไลซิส-แก๊สโครมาโทกราฟีและเครื่องต้นแบบ
ไพโรไลซิส
การสังเคราะห์ไฮโดรคาร์บอนเหลวด้วยกระบวนการฟิชเชอร์โทรปส์โดย
เครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิงขนาดมิลลิเมตร
การผลิตไฮโดรเจนด้วยกระบวนการสตรีมรีฟอร์มมิง
การถ่ายทอดเทคโนโลยี
เทคโนโลยีเพื่อสังคมและเชิงพาณิชย์
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสังคม
ผลงานวิจัยและพัฒนาตลอดจนองค์ความรู้ของ วว. ถูกน�ำ
ไปใช้ประโยชน์ในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อยกระดับความเป็น
อยู่ของประชาชน ชุมชนในสังคมไทย ให้ได้รับประโยชน์จาก
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการส่งเสริมภายใต้
กิจกรรมถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการบริหารจัดการของหน่วยงานในภูมิภาค
ของ วว. โดย สถานีวิจัยพืชล�ำตะคอง สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
และสถานีวิจัยเกษตรภาคเหนือ ด้วยการประสานร่วมมือกับองค์กร
หน่วยงาน เครือข่ายในพื้นที่ มีกิจกรรมส�ำคัญในพื้นที่ ได้แก่
ภาคเหนือ
จัดกิจกรรม โดยสถานีวิจัยเกษตรภาคเหนือ (ดอยปุย)
จ.เชียงใหม่ โครงการยืดอายุล�ำไยเพื่อการส่งออกที่ได้มาตรฐาน
จ.ล�ำพูน และศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก ด้วยความร่วมมือ
กับ
-ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง จัดอบรมหลักสูตร
มาตรฐานการผลิตและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว :
เห็ดหอม
-ศูนย์อ�ำนวยการโครงการพัฒนาตามพระราชด�ำริ
จัดอบรมหลักสูตร การเพาะเห็ด
-วิทยาลัยอาชีวะ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และล�ำพูน เรื่องการ
ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการยืดอายุล�ำไยเพื่อ
ส่งออก
-กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์
เซรามิก จ.ล�ำปาง
ภาคกลางและภาคตะวันออก
จัดกิจกรรม โดย วว. เทคโนธานี ด้วยความร่วมมือกับ
หน่วยงานจังหวัดที่ด�ำเนินการ เช่น
-การผลิตก้อนเชื้อเห็ดและการแปรรูปผลิตภัณฑ์
น�้ำพริกเผาเห็ดตับเต่าและเห็ดตับเต่าในน�้ำปรุงรส
จ.พระนครศรีอยุธยา
-การใช้เครื่องอบไล่ความชื้นเมล็ดข้าวเปลือกระดับ
เกษตรกร จ.พระนครศรีอยุธยา
-การคัดแยกขยะต้นทาง/การจัดการขยะอินทรีย์ และ
การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จ.พิจิตร
-การเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ส่งเสริมโคนม ในพื้นที่ปศุสัตว์
เขต 7 จ. เพชรบุรี
-การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สับปะรด
จ.ประจวบคีรีขันธ์
-สูตรและกระบวนการผลิตน�้ำลองกองพร้อมดื่ม จ.จันทบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จัดกิจกรรม โดยการด�ำเนินของ สถานีวิจัยพืชล�ำตะคองและ
สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จ.นครราชสีมา
-การศึกษาดูงานของหน่วยงาน ณ สถานีวิจัย
พืชล�ำตะคอง หัวข้อการผลิตบล็อกประสาน ผักอินทรีย์
เชิงระบบ การท�ำปุ๋ยอินทรีย์
-การขยายพันธุ์มะขามเปรี้ยวและการแปรรูปผลิตภัณฑ์
ด้วยการแช่อิ่มและแช่อิ่มอบแห้งมะขามเปรี้ยว
-การตัดแต่งกิ่งผักหวานป่าและการปลูกดอกชมจันทร์
เป็นการค้า
-การเตรียมน�้ำยางคอมพาวด์ส�ำหรับถุงมือผ้าเคลือบยาง
และการท�ำผลิตภัณฑ์ถุงมือผ้าเคลือบยาง จ.อุดรธานี
-การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าวหอมมะลิ จ.อุดรธานี
ภาคใต้
จัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี โดย วว. เทคโนธานี ด้วย
ความร่วมมือกับศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ ส�ำนักงาน
เกษตรจังหวัด 5 จังหวัด โครงการฟาร์มพระราชด�ำริ ส�ำนักงาน
อุตสาหกรรมจังหวัด ส�ำนักงานเกษตรและสหกรณ์และธนาคาร
อิสลาม
-การใช้สารสกัดชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน�้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ใน
ทางการเกษตร พื้นที่ จังหวัดยะลา และปัตตานี
-การเพิ่มมูลค่าลองกองครบวงจรพื้นที่
จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี
-การแปรรูปอาหารจากผลิตผลทางการเกษตรเพื่อส่งเสริม
อาชีพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในภาคใต้ ให้กับกลุ่มวิสาหกิจ
พื้นที่ จังหวัดชุมพร และสงขลา
-การท�ำถุงมือผ้าเคลือบยางที่ จังหวัดสงขลา ตรัง และ
สตูล
-การท�ำโฟมยาง พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
-การเตรียมน�้ำยางคอมพาวด์ส�ำหรับถุงมือผ้าเคลือบยาง
จังหวัดนราธิวาส
55
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
56
-การผลิตข้าวเกรียบปลาซีรีน จังหวัดปัตตานี
-กระบวนการผลิตเซรามิกและการประหยัดพลังงาน
จังหวัดสงขลา
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์
ผลิตภัณฑ์ของ วว. ที่มีผู้ประกอบสนใจน�ำผลงานของ วว.
ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ ได้แก่
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์น�้ำกล้วยหอม
พร้อมดื่ม ให้แก่ บริษัทไพรด์ฟรุ๊ท จ�ำกัด เป็นการน�ำกล้วยหอมทอง
ที่สุกงอมมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นเครื่องดื่มน�้ ำกล้วยหอมพร้อม
ดื่ม ที่คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ได้แก่ โพแทสเซียม แคลเซียม
ธาตุเหล็ก วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 สีผลิตภัณฑ์เป็นธรรมชาติ
มีกลิ่นหอมของกล้วยหอม รสชาติกลมกล่อม ไม่มีการเติมสี
สังเคราะห์และวัตถุกันเสีย
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางนาโน
ครีม “วีทิสตร้า ให้แก่ บริษัท คอสซูติค อินโนเวชั่น แลบอราทอรี่ส์
จ�ำกัด Cosceutic Innovation Laboratories Co., Ltd. เป็นการ
น�ำร่องพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชส�ำอางจากสารสกัดเมล็ดองุ่นไทย โดย
ใช้เทคโนโลยีนาโนอิมัลชัน ซึ่งเป็นอิมัลชันที่มีอนุภาคภายในขนาด
เล็ก เพื่อใช้กักเก็บสารสกัดเมล็ดองุ่นที่มีปริมาณของสารส�ำคัญและ
สรรพคุณด้านเภสัชวิทยาสูง เหมาะแก่การน�ำมาเป็นสารออกฤทธิ์
ในผลิตภัณฑ์เวชส�ำอาง
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาเครื่องดื่มมะนาวพร้อม
ดื่มและพร้อมปรุง ให้แก่ บริษัท เซ็นทรัลฟู้ด อินเตอร์เทรด จ�ำกัด
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคนิคพิเศษ มีการควบคุมปริมาณความหวาน
และค่าความเป็นกรด พร้อมทั้งผ่านการฆ่าเชื้อโรคที่อุณหภูมิและ
ความดันที่เหมาะสม เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ป้องกันการเน่าเสีย รวม
ทั้งพัฒนากระบวนการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้เครื่องดื่ม
น�้ำมะนาวที่มีรสชาติดี ดื่มง่าย เหมือนน�้ำมะนาวสด และคงกลิ่น
ของมะนาวไว้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะส�ำหรับเป็นเครื่องดื่ม
เพื่อสุขภาพและดับกระหาย
พัฒนาเครื่องผนึกสุญญากาศและเติมแก๊สส�ำหรับ SMEs
(Vacuum Sealer&Gas Injection) ให้แก่ นายสมนึก เหรียญ-
รักวงศ์ เป็นเครื่องที่ออกแบบพัฒนาขึ้นเพื่ออ�ำนวยความสะดวกใน
การบรรจุผลิตภัณฑ์โดยเน้นฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกรวดเร็วและ
สอดคล้องกับงานอุตสาหกรรมที่มีการบรรจุภัณฑ์ด้วยแก๊สไนโตรเจน
ไว้ในเครื่องเดียว ได้แก่ ประเภทการผนึก ชนิดของวัสดุ บรรจุภัณฑ์
เช่น ถุงอะลูมิเนียมฟอยล์ ถุงพลาสติกชนิดหนา/บาง ขนาดความ
กว้างตั้งแต่ 10-40 เซนติเมตร หนา 80-200 ไมครอน เพื่อความ
สะดวก ลดต้นทุนการผลิตและเป็นการสนับสนุนการสร้างศักยภาพ
การผลิตผลิตภัณฑ์โดยวิศวกรไทย
วิจัยและพัฒนาเครื่องทอดกระเทียมและหอม ให้แก่
นายสมนึก เหรียญรักวงศ์ เจ้าของโรงงาน ป.อุบล (มหาชัยวาริน)
ที่มีความประสงค์ท�ำการแปรรูปหอมและกระเทียมส�ำเร็จรูปเพื่อ
ท�ำการจัดจ�ำหน่ายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีการวิจัยและ
พัฒนาเครื่องทอดเพื่อทดแทนแรงงานคน เพื่อช่วยให้การควบคุม
อุณหภูมิและเวลาที่แม่นย�ำท�ำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สี
สม�่ำเสมอ ประหยัดเวลา และลดการสูญเสียลง โดยสามารถทอได้
ครั้งละสูงสุด 2 กิโลกรัม ให้ความร้อนด้วยแก๊ส แอลพีจี โครงสร้าง
ภายนอกท�ำด้วยสเตนเลส เกรดอาหาร 304
การพัฒนาเครื่องลดความชื้นข้าวเปลือกเพื่อใช้ในการ
ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้แก่ ห้างหุ้นส่วนจ�ำกัด ทรงกิจการโยธา เพื่อ
ลดความชื้นข้าวเปลือกช่วงฤดูฝน หรือมีพื้นที่ในการตกข้าวจ�ำกัด
โดยใช้หลักการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงาน มีประสิทธิภาพ
ในการท�ำงานสูง ได้ข้าวเปลือกที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานการ
รับซื้อ
การพัฒนาเครื่องล้างผักและผลไม้อัลตราโซนิกส์เพื่อ
ทดลองตลาดรุ่น UC56041 ให้แก่ นางสาวพัชรา ทิพย์จรรยาวัตร์
และคุณพุทธรักษา โกมลศิริภักดี เป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการ
ล้างสารเคมีตกค้างและจุลินทรีย์ตามซอกมุมต่างๆ ของใบผักและ
ผิวผลไม้ระดับครัวเรือน โดยระบบการสั่นจากคลื่นอัลตราโซนิกส์
การพัฒนาเครื่องผลิตข้าวกึ่งอัตโนมัติ ให้แก่ นางวรพรรณี
น้อยใจบุญ เป็นการพัฒนาเครื่องหยอดน�้ำแป้งกึ่งอัตโนมัติและ
ควบคุมเวลาการหยอด รวมทั้งชุดควบคุมอุณหภูมิ
การพัฒนาสร้างเครื่องบรรจุน�้ำพริกส�ำเร็จรูป (น�้ำพริกกึ่ง
แห้ง) ให้แก่ บริษัท พี.พี.เอ็น.ฟู้ดส์ จ�ำกัด ซึ่งเป็นการพัฒนาเครื่อง
บรรจุผลิตภัณฑ์น�้ำพริกส�ำเร็จรูปให้สามารถใช้งานกับผลิตภัณฑ์
แบบแห้งและกึ่งแห้ง
การพัฒนาเพิ่มผลิตภาพเครื่องล้างขัดผิวมันฝรั่งให้แก่
นางอารยา กุลธัญรัตน์ เพื่อเพิ่มการผลิตเครื่องล้างขัดผิวมันฝรั่ง มี
ประสิทธิภาพในการขัดผิวมันฝรั่งและล้างท�ำความสะอาดได้แบบ
ต่อเนื่องภายในเครื่องเดียว สะดวก รวดเร็วต่อการใช้งาน พร้อมทั้ง
ช่วยประหยัดพลังงาน ลดเวลาในการท�ำงาน และไม่มีการปนเปื้อน
จากสารเคมีที่ใช้ในการกัดลอกเปลือกมันฝรั่ง โดยช่วยลดต้นทุนใน
การขัดล้างที่จะสูญเสียเนื้อมันฝรั่ง ซึ่งการปอกมันฝรั่งโดยวิธีอื่นๆ
อาจสูญเสียถึงร้อยละ 20 ในขณะที่ใช้เครื่องขัดผิวมันฝรั่งนี้จะสูญ
เสียน�้ำหนักเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น
•สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์
สารสกัดเข้มข้นจากสมุนไพรไทยเลียบแบบลูกประคบส�ำหรับ
บรรเทาอาการปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอก ให้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และบริษัท เวลเมด จ�ำกัด
เครื่องคั้นมะนาวให้แก่ บริษัท ไทยฮะจิบัง จ�ำกัด ร้าน
สปาร์ทลิ้ง เอาล์ และร้านอาหารดีพร้อม เป็นการพัฒนาเครื่องคั้น
มะนาว สามารถคั้นมะนาวและส้ม ได้ด้วยความเร็วสูง 4,000 ผล/
ชั่วโมง ผลิตจากเหล็กกล้าไม่เป็นสนิมเป็นวัสดุที่ใช้กับอาหาร
สามารถถอดเปลี่ยนหัวคั้นที่เหมาะสมกับความต้องการ
57
การบริการวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
5.การรับรองผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ท�ำจากวัสดุที่
ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
6.การบริการเป็นหน่วยตรวจ (Inspection Body) ส�ำหรับ
หม้อไอน�้ำถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตัวปรับความดัน
7.การบริการวิเคราะห์และทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย
ระบบขนส่งทางราง
8.การบริการฝึกอบรม/ที่ปรึกษา ด้านระบบคุณภาพห้อง
ปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และวิชาการ
ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบบริหารคุณภาพ เทคนิคการ
วิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ การวิเคราะห์ความ
เสียหาย การประเมินความเสี่ยง
ในปีงบประมาณ 2559 วว. มีผลการด�ำเนินงาน ดังนี้ จ�ำนวน
รายการวัดจากการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ 138,455 รายการ
จ�ำนวนหลักสูตรที่ให้บริการฝึกอบรม 50 หลักสูตร มีผู้ใช้บริการ
รวม 2,140 ราย ซึ่งในจ�ำนวนนี้ เป็นผู้ใช้บริการตรวจประเมินและ
รับรองระบบคุณภาพ 296 ราย
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อย่างครบวงจร และได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน
สากล ISO/IEC 17020, ISO/IEC 17021 และ ISO/IEC 17025
โดยสามารถแบ่งประเภทงานบริการได้ ดังนี้
1.การวิเคราะห์ ทดสอบ วัสดุและผลิตภัณฑ์ ตามมาตรฐาน
กฎระเบียบ ของประเทศไทยและระดับสากล
2.การสอบเทียบเครื่องมือวัดอุตสาหกรรมทุกสาขาของ
มาตรวิทยา และสามารถให้บริการทั้งในและนอกสถานที่
3.การตรวจสอบสภาพการใช้งาน และการวิเคราะห์ความ
เสียหาย (Failure Analysis) ของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร
ในโรงงานอุตสาหกรรม
4.การตรวจประเมินและรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน
ต่างๆ เช่น ISO 9001, ISO14001, TIS/OHSAS 18001,
ISO22000, GMP, HACCP รวมถึงมาตรฐานท่องเที่ยวไทย
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
58
งานบริการเด่น ปี 2559
บริการทดสอบอาหารปลอดภัย (Food safety testing)
ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) วว. มีความพร้อมให้
บริการทดสอบด้านความปลอดภัยอาหารเกี่ยวกับการตรวจ
วิเคราะห์สารปนเปื้อนหรือสารตกค้างในอาหาร (Food
contaminants) รวมถึงบริการทดสอบความปลอดภัยของวัสดุ
สัมผัสอาหาร (Migration testing from food contact materials)
นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการทดสอบอาหารปลอดภัย ส�ำหรับ
ผู้ประกอบการด้านอาหารที่ต้องการน�ำผลทดสอบไปขึ้นทะเบียน
ต�ำรับอาหารและยา (อย.) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขด้าน
อาหารที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารให้มีความ
ปลอดภัยเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยวิธีวิเคราะห์ทดสอบตาม
มาตรฐานสากลมาตรฐาน มอก. และมาตรฐาน Codex ส�ำหรับ
การส่งออก ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์การการค้าโลก (World Trade
Organization - WTO) ให้การยอมรับ ตามความตกลงว่าด้วย
อุปสรรคเทคนิคต่อการค้า (Agreement on Technical Barrier
to Trade; TBT) และความตกลงว่าด้วยการบังคับมาตรการ
สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Agreement on the Application
of Sanitary and Phytosanitary Measure; SPS)
ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่พร้อมให้บริการทดสอบอาหารปลอดภัย
•อาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์
นม ไอศกรีม โยเกิร์ต น�้ำดื่ม เครื่องดื่มในภาชนะ
ปิดสนิท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
•ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ได้แก่ พืชผักผลไม้
•วัสดุสัมผัสอาหาร ได้แก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร
และเครื่องดื่ม
รายการทดสอบ :การทดสอบยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เมลามีน
และอนุพันธุ์ (Melamine and derivertives) สารเร่งเนื้อแดง
(Beta-agonists) สารตกค้างยาฆ่าแมลง (Pesticide residues)
สารกันบูด (Preservatives) สารกันหืน (Antioxidants) สารให้
ความหวานแทนน�้ำตาล (Sweetener) ไมโคทอกซิน (Mycotoxin)
การทดสอบทางจุลชีววิทยา (Microbiological analysis) โลหะ
หนัก (Heavy metals) การดัดแปรทางพันธุกรรม (GMO) สาร
ก่อภูมิแพ้ (Food allergen) เป็นต้น รวมทั้งทดสอบการปลอมปน
ในอาหาร (Food adulteration) ความปลอดภัยของวัสดุสัมผัส
อาหาร (Migration testing from food contact materials)
เช่น การทดสอบทางจุลชีววิทยา (Microbiological analysis) BPA
โลหะหนัก เป็นต้น
59
ผลการด�าเนินงานด้านการบริหารและพัฒนา
ทรัพยากรบุคคล ปี 2559
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) ตระหนักว่าทรัพยากรบุคคลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน
ให้การด�ำเนินงานขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน วว. ให้ความ
ส�ำคัญในการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้พนักงาน
ภายในหน่วยงานมีความสุข อยู่ร่วมกันด้วยความพึงพอใจและผูกพัน
ต่อองค์กร อันจะส่งผลถึงการด�ำเนินงานที่ดี โดยในการสร้างความ
ผูกพันองค์กร วว. ได้น�ำค่านิยม (core values) เป็นเครื่องมือส� ำคัญ
ในการขับเคลื่อนการด�ำเนินงาน ซึ่งแสดงถึง ความมุ่งมั่นของฝ่าย
บริหาร การมีส่วนร่วมของบุคลากร การวิจัยและพัฒนาบริการที่
ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการด�ำเนินงานตามระบบ
การบริหารงานตามแนวทาง SEPA ทั้งนี้ในปี 2559 มีกิจกรรมที่
ด�ำเนินการ ดังนี้
oปรับโครงสร้างเงินเดือน เพื่อรับรองการเปลี่ยนแปลง
สามารถแข่งขันกับองค์กรภายนอกได้ โดยได้รับอนุมัติความเห็น
ชอบจากคณะกรรมการสถาบันวิจัยและเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559
oจัดท�ำแผนสรรหาบุคลากร และด�ำเนินการตามแผนงาน
สรรหาขององค์กร เพื่อให้ได้บุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน
oกิจกรรมวันค่านิยม วัฒนธรรมและความผูกพัน ปี 2559
เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นของการขับเคลื่อนค่านิยมและวัฒนธรรม วว.
จึงได้จัดกิจกรรม สัปดาห์ค่านิยมและวัฒนธรรม ในระหว่าง
วันที่ 23–27 พฤษภาคม 2559
oโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหาร (Leadership
Development Program) เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการบริหาร
จัดการและทักษะที่จ�ำเป็นในการบริหารงานแก่บุคลากร เพื่อรองรับ
การเข้าสู่ต�ำแหน่งบริหาร
oกิจกรรมการบรรยายทางวิชาการน�ำเสนอผลงานวิจัย
ความรู้จากฝึกอบรม/ศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ นักวิจัยและนัก
วิชาการ ตลอดจนผู้ที่ส�ำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญา
เอก เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ภายในองค์กรและพัฒนา
ศักยภาพในการน�ำเสนออย่างต่อเนื่อง
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
60
oสัมมนา เรื่อง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้พนักงาน
และลูกจ้าง วว. สามารถจัดท�ำราคากลาง และบริหารสัญญาได้
อย่างมีประสิทธิภาพ
oการส่งเสริมการใช้ภาษาต่างประเทศ English CoP และ
English Clinic เพื่อพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และ
การเขียนรายงานทางวิชาการ
oอบรมการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ให้กับผู้บริหาร
เพื่อให้ผู้บริหารรู้วิธีการและเทคนิคการชี้แจงแนะน�ำการสื่อสาร
เพื่อให้การบริหารงานบรรลุเป้าหมาย
oสัมมนา I Talk for TISTR เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้
บุคลากรในการขับเคลื่อน วว. สู่องค์กรนวัตกรรม
oโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต จัดการสัมมนา เรื่อง การด�ำเนินงานป้องกันทุจริตประพฤติมิ
ชอบ และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการประเมินคุณธรรม
และความโปร่งใสในการด�ำเนินงานหน่วยงานภาครัฐ (ITA) เพื่อ
ส่งเสริมให้ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม
และได้จัดกิจกรรมท�ำบุญตักบาตรทุกพฤหัสที่ 3 ของทุกเดือน และ
จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน และกิจกรรมร่วมใจหล่อเทียน
เข้าพรรษา แห่เทียนพรรษา
oการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Think Act Save ร่วม
คิดร่วมปฏิบัติ เพื่อประหยัดพลังงานน�้ำและไฟฟ้า เพื่อสร้างความ
ตระหนักและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน�้ำและไฟฟ้าอย่างประหยัด
oกิจกรรมอาชีวอนามัย มีแผนทบทวนแนวทางและ
มาตรการให้มีอาชีวอนามัยที่ดีในสถานที่ท�ำงาน จัดกิจกรรมการ
ออกก�ำลังกาย ตรวจสุขภาพประจ�ำปี เช่น การตรวจสุขภาพทั่วไป
การตรวจติดตามสุขภาพ การตรวจสุขภาพเฉพาะทาง พร้อมทั้ง
ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง แผนเฝ้าระวัง ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพ
จัดปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยเบื้องต้น
และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ให้ผู้บริหาร
พนักงาน และลูกจ้าง
oอบรมวินัย โทษทางวินัย และการบริหารแรงงานสัมพันธ์
เพื่อให้ผู้บริหารทราบถึง การลงโทษทางวินัย มาตรฐานการลงโทษ
ทางวินัยที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ขัดกฎหมาย และเป็นที่ยอมรับของ
พนักงาน
วว. กับการน�าเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารมาสนับสนุนภารกิจองค์กร
วว. มีการน�ำสารสนเทศมาใช้ในการสนับสนุนการด�ำเนิน
งานวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การให้บริการด้าน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการพัฒนา
บุคลากร เพื่อตอบสนองนโยบาย ภารกิจ เพิ่มประสิทธิภาพในการ
ด�ำเนินงานขององค์กร ผ่านช่องทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ.2559 วว. ได้มีการด� ำเนินการ
ที่ส�ำคัญเพิ่มเติม ดังนี้
o มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร
ของราชการ ผ่านทางระบบศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ของ
ราชการ ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง
ประเทศไทย ที่
http://www.oic.go.th/infocenter6/641/
o มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายทะเบียนราษฎร เพื่อ
รองรับการลงทะเบียนผู้รับบริการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก วว.
ผ่านบัตรประชาชน
o มีด�ำเนินการร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพื่อพัฒนาสื่อเรียนรู้ส� ำหรับให้บริการผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ จ�ำนวน
4 เรื่อง ดังนี้
1) สมุนไพรส�ำหรับน�้ำมันหอมระเหย หรือ Thai Aroma
2) แก๊สชีวภาพในระดับชุมชนและครัวเรือน หรือ
Biogas Production
3) เห็ดเมืองหนาว หรือ Mushroom cultivation
4) ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคส�ำหรับผู้สูงอายุ หรือ
Elderly Food
o มีการก�ำกับ ติดตาม และตรวจสอบการจัดการข้อร้อง
เรียน ตั้งแต่ การรับ การพิจารณา การปฏิบัติการแก้ไข และการ
ติดตามผลการแจ้งตอบข้อร้องเรียน ที่ได้รับผ่านช่องทางรับเรื่อง
ร้องเรียนต่างๆ ของ วว. โดยระบบบันทึกการจัดการข้อร้องเรียน
o มีการน�ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดซื้อ
จัดจ้าง การเร่งรัดการลงทุน และการรับรู้รายได้
o มีการน�ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนงานวิจัย
พัฒนาของ วว. ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการสายพันธุ์จุลินทรีย์
ของ วว. ฐานข้อมูลความร่วมมือระหว่างประเทศ และฐานข้อมูล
Biomass
o มีการน�ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาส
นับสนุนการติดต่อสื่อสาร การบริหารจัดการประชุมออนไลน์ การ
รักษาความมั่นคงปลอดภัยส�ำหรับสารสนเทศ
o มีการน�ำระบบฐานข้อมูลลูกค้า มาสนับสนุนการติดตาม
การให้บริการ การขายผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์ทางด้านลูกค้า
และการตลาด
61
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
62
AEC
เปิดพรมแดนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)
ความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
(วทน.) กับต่างประเทศ มีความส�ำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนผลัก
ดันการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและในภูมิภาค
โดยเฉพาะความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในประชาคมอาเซียนซึ่ง
ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และมีความใกล้ชิดกับไทยมายาวนาน
ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และความสัมพันธ์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ
และการค้า เป็นต้น
รัฐบาลไทยได้เห็นถึงความส�ำคัญของประชาคมอาเซียน ดัง
จะเห็นได้จากค�ำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีโดย พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ในการส่งเสริมบทบาทและโอกาสใน
ประชาคมอาเซียนในด้านต่างๆ เช่น เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทาง
เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนในภูมิภาคอาเซียนและขยายความร่วม
มือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาศักยภาพการแข่งขัน
ของผู้ประกอบการไทยทุกระดับโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs การพัฒนา
แรงงานของภาคอุตสาหกรรม เร่งพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการ
ขนส่งและระบบโลจิสติกส์โดยต่อเชื่อมเส้นทางคมนาคมและระบบ
โลจิสติกส์จากฐานการผลิตสู่ชุมชนแหล่งแปรรูป และพัฒนาเขต
เศรษฐกิจพิเศษโดยเริ่มจากด่านการค้าชายแดน เป็นต้น ทั้งนี้ ใน
ส่วนของยุทธศาสตร์ วท. ปี 2559 ก็ได้ระบุถึงการพัฒนาความร่วม
มือด้าน วทน. กับประชาคมอาเซียน โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัด
วท. มีบทบาทในการสร้างความร่วมมือและด�ำเนินโครงการ
จากวิสัยทัศน์ นโยบาย และยุทธศาสตร์ดังกล่าว วว. ได้
ก�ำหนดแนวทางด�ำเนินงานความร่วมมือกับต่างประเทศโดยเฉพาะ
กับประเทศสมาชิกอาเซียนไว้ดังนี้
1) ผลักดันความร่วมมือด้าน วทน. เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะ
ในสาขาที่ วว. มีความต้องการเพื่อพัฒนางานวิจัยและพัฒนาของ
วว. ให้ก้าวหน้า อาทิ ร่วมพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ๆ สร้าง
และขยายเครือข่ายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้าน วทน.
2) ใช้กิจกรรมความร่วมมือด้าน วทน. สร้างบรรยากาศที่
เอื้อต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ การขยายตลาด
สินค้าและยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรและประเทศ โดยมี
เป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือด้าน วทน. บนพื้นฐานของผล
ประโยชน์ร่วมกัน อาทิ การส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้และค�ำแนะน�ำ
ฝึกอบรม และการบริการวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานและผลิตภัณฑ์
ต่างๆ
3) สร้างความยอมรับจากภูมิภาคต่อ วว. ในฐานะองค์กรที่
มีบทบาทที่สร้างสรรค์ด้าน วทน. ในเวทีระหว่างประเทศ และองค์กร
ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือที่เอื้อต่อการยกระดับขีดความ
สามารถของประเทศ โดยการน�ำเสนอความก้าวหน้าและบทบาท
ที่สร้างสรรค์ของ วว. ในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในระดับ
อาเซียน อาทิ การจัดการประชุมนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนองค์
ความรู้ด้าน วทน.
4) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความก้าวหน้าด้าน วทน. ของ
วว. ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทของ วว.
และความร่วมมือกับต่างประเทศที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศ
และร่วมกันบูรณาการกิจกรรมความร่วมมือ
วว. ได้ก�ำหนดกลุ่มประเทศตามยุทธศาสตร์และสาขา
เป้าหมายส�ำหรับความร่วมมือในระดับทวิภาคีกับประเทศสมาชิก
อาเซียนไว้ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1.กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการเรียนรู้ข้อมูล
และความร่วมมือพัฒนากับ วว. ได้แก่
1.1สปป. ลาว ทางด้านพฤกษศาสตร์ เทคโนโลยี
การเกษตรและเทคโนโลยีเพื่อชุมชน การพัฒนา
ปุ๋ยอินทรีย์ พลังงานชีวมวล
1.2เวียดนาม ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และการวิเคราะห์
ทดสอบ
1.3เมียนมาร์ ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์
2. กลุ่มประเทศที่มีสาขาความเชี่ยวชาญและความต้องการ
ในระดับเท่าเทียมกัน ได้แก่
2.1มาเลเซีย ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การวิเคราะห์
ทดสอบอาหารและผลิตภัณฑ์เภสัช
2.2อินโดนีเซีย ด้านเครื่องมือเตือนภัยดินถล่ม
2.3ฟิลิปปินส์ ด้านเทคโนโลยีการเกษตรอินทรีย์
วว. ยังมีเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่
เจรจาที่ส�ำคัญของอาเซียน ได้แก่ อาเซียน+3 (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)
และอาเซียน+6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ
อินเดีย) อาทิ การด�ำเนินความร่วมมือกับจีนและญี่ปุ่นในด้าน
เทคโนโลยีระบบขนส่งระบบราง สิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน
เทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ ผลิตภัณฑ์
เภสัชและสมุนไพร การด�ำเนินความร่วมมือกับเกาหลีใต้ในด้าน
เทคโนโลยีวัสดุ และเทคโนโลยีชีวภาพ การด�ำเนินความร่วมมือกับ
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในด้านเทคโนโลยีอาหารและ
Functional Food การด�ำเนินความร่วมมือกับอินเดียในด้าน
เทคโนโลยีอาหาร การพัฒนาห้องปฏิบัติการตามหลักนิเวศพิษวิทยา
และการวิเคราะห์ทดสอบวัสดุ เป็นต้น
นอกจากนี้ วว. ยังได้จัดกิจกรรมส�ำคัญเพื่อส่งเสริมความ
ร่วมมือกับประเทศในอาเซียน เช่น
1.การประชุม Regional Workshop on Overcoming
Critical Bottlenecks to Accelerate Renewable Energy
Deployment in ASEAN+6 Countries ระหว่างวันที่ 14-15
มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยได้
รับงบประมาณสนับสนุนจาก วท. และด�ำเนินการภายใต้กรอบ
อาเซียน ด้านพลังงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวมวล
จาก ASEAN+6
2.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ ASEAN+6 Organic
Agriculture Forum 2016 : Sustainable Agriculture ระหว่าง
วันที่ 28-29 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่
เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้าน
เทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์จากหน่วยงานประเทศสมาชิก ASEAN+6
การระบุปัญหาด้านเกษตรอินทรีย์ การส่งออก รวมถึงการพัฒนา
เกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน
3.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Innovative Trends
in Functional Foods and Dietary Supplement ระหว่าง
วันที่ 28-29 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท
เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างเครือข่าย
แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ให้เกิดความร่วมมือระหว่าง
องค์กรเอกชนและนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งในกลุ่ม AEC เพื่อให้สามารถน�ำงานวิจัยไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้
4.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ The 3
rdAsian
Fermented Food on Probiotic-prebiotic : Bioactive
ingredients for functional products ระหว่างวันที่ 28-29
กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรม เซ็น ทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล
พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียน
รู้ระหว่างผู้ร่วมงานและวิทยากรจากประเทศสมาชิกอาเซียน เอเชีย
และยุโรป ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จุลินทรีย์ และโพร-พรีไบโอติก
ส�ำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ
ถึงแม้ว่าทักษะและระดับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศสมาชิกอาเซียน
แต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน แต่ความร่วมมือด้าน วทน.
ของแต่ละประเทศจะน�ำมาซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน การยกระดับ
คุณภาพชีวิต และการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในด้าน
ต่างๆ ดังนั้น วว. จึงให้ความส�ำคัญกับความร่วมมือกับนานาชาติ
และอาเซียน เพื่อการใช้ประโยชน์และพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน
ต่อไป
63
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
64
ความร่วมมือกับต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2559
ในปีงบประมาณ 2559 วว. มีจ�ำนวนความร่วมมือกับต่างประเทศจ�ำนวน 35 โครงการ โดยแบ่งได้ ดังนี้
oความร่วมมือแบบทวิภาคี จ�ำนวน 34 โครงการ แบ่งได้ดังนี้
- ความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน 6 โครงการ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม
- ความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา ASEAN+6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) จ� ำนวน 16 โครงการ
- ความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ฟิจิ แคนาดา 12 โครงการ
oความร่วมมือแบบพหุภาคี 1 โครงการ ภายใต้กรอบความร่วมมือประเทศสมาชิก The Asia-Pacific Metrology Programme
(APMP)
ตัวอย่างกิจกรรมความร่วมมือในปีงบประมาณ 2559
ความร่วมมือกับหน่วยงานประเทศสมาชิกอาเซียน
Institute of Material Science (IMS) ประเทศเวียดนาม
วว. จัดประชุมวิชาการ เรื่อง การตรวจสอบและการวิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มประเทศอาเซียน
ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2559 ณ วว. เทคโนธานี โดยได้เชิญพนักงาน COMFA/IMS เป็นวิทยากรบรรยาย
Pha Tad Ke Botanical Garden ประเทศลาว
นักวิจัย วว. เดินทางไปเข้าร่วมประชุมงาน The 3
rdSymposium of Flora of Cambodia Laos and Vietnam “Botanical
Research in Tropical Asia” ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืชของ สปป.ลาว
และภูมิภาคอินโดจีน
Northern Agriculture and Forestry College (NAFC)
ประเทศลาว นักวิจัย วว. เดินทางไปจัดการอบรมให้กับคณะอาจารย์จากหน่วยงาน NAFC และ Souphanouvong University
ในระหว่าง วันที่ 23–27 ธันวาคม 2558 ณ สปป.ลาว ในหัวข้อต่างๆ เช่น
1. Intention of GMP Certification for ASEAN Community
2. Production of Cash Crop Vegetable (Phak Wan Pa)
3. Mushroom Cultivation in Mushroom House
กลุ่มประเทศคู่เจรจาอาเซียน +6
Council of Scientific and Industrial Research (CSIR) ประเทศอินเดีย
นักวิจัย วว. เดินทางไปฝึกอบรมหัวข้อ The advanced food technology, food analysis, function food particularly
on testing and analysis of coffee ระหว่างวันที่ 19-25 มิถุนายน 2559 ณ CSIR-Central Food Technological Research
Institute (CSIR-CFTRI) เมืองไมซอร์ ประเทศอินเดีย
National Institute of Advanced Industrial Science and
Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น
วว. และ AIST ด�ำเนินความร่วมมือด้าน Water purification
โดย AIST ประสานงานบริษัท TECHNO-MORIOKA ขอความ
อนุเคราะห์เครื่อง TOC เพื่อใช้ในการตรวจวัดคุณภาพน�้ำของไทย
และ วว. ประสานกับการประปานครหลวงเพื่อสนับสนุนการด�ำเนิน
โครงการ ความร่วมมือด้านการวิเคราะห์อาหาร โดย วว. ร่วมกับ
National Metrology Institute of Japan (NMIJ / AIST) และ
สถาบันมาตรวิทยา จัดงาน NMIJ – TISTR – NIMT Chemistry
Metrology Seminar “The 2
ndProficiency Testing in
Thailand: Trace Elemental Analysis in Polished Rice
Flour” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28
มีนาคม 2559 เพื่อสรุปผลการด�ำเนินงานพัฒนาห้องปฏิบัติการ
ด้านการตรวจวัดสารตกค้างในอาหาร
Yunnan Academy of Science and Technology Development (YASTD) ประเทศจีน
นักวิจัย วว. เดินทางไปศึกษาดูงานและฝึกอบรมด้านการปรับปรุงสายพันธุ์โดยวิธีการผสมพันธุ์และระบบการผลิตกล้าไม้ดอก
เบญจมาศที่มีคุณภาพสูง ณ YASTD เมืองยูนนาน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 8-14 มีนาคม 2559
Meijo University ประเทศญี่ปุ่น
การประชุมระดมสมอง ณ International Research
Center for Natural Environmental Science ในหัวข้อ “The
2
ndAchievement in Outdoor Microalgae Cultivation and
R&D at TISTR AEC” ณ Meijo University เมืองนาโกย่า ประเทศ
ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2559 การวิจัย
พัฒนาร่วมกันเพื่อหาวิธีการถ่ายยีนเข้าสู่สาหร่ายสีเขียวการประชุม
วิชาการประจ�ำปี The 4
thSymposium on Perspective
Innovation and Achievement of Algal Biofuel R&D (4
th
PIAB) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ณ วว. เทคโนธานี
คลองห้า จ.ปทุมธานี
Korea Institute of Materials Science (KIMS) ประเทศเกาหลีใต้
ผู้แทน วว. เข้าร่วมการประชุม International Union of Materials Research Societies - International Conference on
Advanced Materials (IUMRS-ICAM 2015) ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2558 ณ เมืองเชจู ประเทศเกาหลีใต้
วว. จัดงาน KIMS-ASEAN Symposium 2016
ระหว่างวันที่ 26-29 ม.ค. 2559 ณ วว. เทคโนธานี
65
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
66
DIN CERTCO Gesellschaft für Konformitätsbewertung mbH ประเทศเยอรมนี
เป็นตัวแทนเพื่อบริการการรับงานให้กับผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์ขอการรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ โดย
-จัดการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และผลิตภัณฑ์พลาสติกฐานชีวภาพ รวมถึงการน�ำ
เสนอรูปแบบการให้ บริการด้านการรับรองผลิตภัณฑ์ โดยออกใบรับรองร่วมกันกับคณะท�ำงานของ Din Certco
-ประชาสัมพันธ์การให้บริการร่วมกับ Din Certco และการขยายขอบข่าย การให้บริการด้านการรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติก
ฐานชีวภาพ (เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ) ให้กับสมาชิกของ TBIA เพื่อทราบ ในการประชุมประจ�ำปีของ TBIA
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558
UniServices on behalf of Department of Nutrition,
University of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์
ดร.ธัญชนก เมืองมั่น เดินทางไปท�ำงานวิจัยระยะสั้นในหัวข้อ
“Effect of plants extract on immunomodulatory” ณ
University of Auckland ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม-30 เมษายน
2559
Massey University ประเทศนิวซีแลนด์
น.สพ.ภาคภูมิ ศิริอาชาวัฒนา เดินทางไปฝึกอบรมฯ ณ Massey University ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์-1 เมษายน 2559 โดย
มีกิจกรรม ได้แก่
-ศึกษาดูงาน ห้องปฏิบัติการด้านอาหาร เซลล์วิทยาและภูมิคุ้มกันสรีรวิทยา ห้องปฏิบัติการสัตว์ทดลองและงานพยาธิวิทยา
ของสัตวแพทย์
-ฝึกปฏิบัติการศัลยศาสตร์ในสัตว์ทดลองเพื่อใช้เป็นต้นแบบส�ำหรับการทดลองที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและกระดูก
-ฝึกปฏิบัติการวิธีการทดสอบความเสื่อมของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการท�ำงานอย่างสัมพันธ์กันของ osteoblast กับ chondrocyte
ดร.สุภาภรณ์ พิศพันธ์ เดินทางไปท�ำวิจัยด้าน Encapsulation technique by using spray dryer ณ Massey University
ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม–6 เมษายน 2559
การประชุมวิชาการนานาชาติ
ในปีงบประมาณ 2559 วว. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติต่างๆ โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างประเทศทั้งที่เป็น
พันธมิตรกับ วว. และหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาประชุมฯ เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด และ
ประสบการณ์ทั้งการวิจัย พัฒนา และบริการ ว. และ ท. รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรต่างๆ ดังนี้
1.การประชุม WAITRO Networking Conference
themed “STI to Strengthen SMEs and Communities” เมื่อ
วันที่ 29 ตุลาคม 2558 ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์
กรุงเทพมหานคร โดยการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นต่อเนื่องจากการ
ประชุมคณะกรรมการบริหารของ The World Association of
Industrial and Technological Research Organizations
(WAITRO) ซึ่ง ผวว. ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร
ต�ำแหน่ง Regional Representative for Asia and the Pacific
การประชุมเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้เข้า
ร่วมด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์จาก วทน.
เพื่อยกระดับ SMEs และชุมชน
2.การประชุม International Advisory Committee
(IAC) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการประชุม IAC ครั้ง
ที่ 2 ของ วว. โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศสหรัฐอเมริกา สวีเดน
และนิวซีแลนด์ ได้แก่
1)Dr.Richard B. Dasher, Director of US-Asia
Technology Management Center, US-ATMC,
Stanford University, USA (Chairman of the
Meeting)
2)Dr.Kjell-Hakan Narfelt, Chief Strategy Officer,
VINNOVA – Swedish Governmental Agency
for Innovation Systems, Sweden
3)Prof. Richard Archer, Institute of Food
Nutrition and Human Health – IFNHH, College
of Health, Massey University, New Zealand
ที่ประชุมหารือและรับฟังข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการในแผน
ด�ำเนินงาน วว. ปี 2559 โดยเฉพาะการจัดตั้ง Biological Diversity
Technopolis ศูนย์เชี่ยวชาญ และโครงการส�ำคัญต่างๆ
67
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
68
3.การประชุม Regional Workshop on Overcoming
Critical Bottlenecks to Accelerate Renewable Energy
Deployment in ASEAN+6 Countries ระหว่างวันที่ 14-15
มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยได้
รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และด�ำเนินการภายใต้กรอบอาเซียน ด้านพลังงานและเครือข่ายที่
เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวมวลจาก ASEAN+6
4.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ ASEAN+6 Organic
Agriculture Forum 2016 : Sustainable Agriculture ระหว่าง
วันที่ 28-29 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่
เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้าน
เทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์จากหน่วยงานประเทศสมาชิก ASEAN+6
การระบุปัญหาด้านเกษตรอินทรีย์ การส่งออก รวมถึงการพัฒนา
เกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน
5.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Innovative Trends
in Functional Foods and Dietary Supplement ระหว่างวัน
ที่ 28-29 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท
เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างเครือข่าย
แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ให้เกิดความร่วมมือระหว่าง
องค์กรเอกชนและนักวิจัย ทั้งในและต่างประเทศในกลุ่ม AEC และ
ให้สามารถน�ำงานวิจัยไปต่อยอดทางด้านธุรกิจได้
6.การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ The 3
rdAsian
Fermented Food on Probiotic-prebiotic : Bioactive
Ingredients for Functional Products ระหว่างวันที่ 28-29
กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า
ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง
ผู้ร่วมงานและวิทยากรจากประเทศสมาชิกอาเซียน เอเชีย และ
ยุโรป ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จุลินทรีย์และโพร-พรีไบโอติก ส�ำหรับ
ผลิตภัณฑ์อาหารและทางเลือกต่างๆ
ผลการด�าเนินงานด้านลูกค้าและการตลาด วว. ปี 2559
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) ด�ำเนินงานขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีและรัฐบาล ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผล
งานวิจัยและพัฒนา ของ วว. เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
และสาธารณะ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ
รวมถึง มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม
SMEs OTOP ชุมชน และผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งวิจัยและพัฒนา
เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ลดการพึ่งพาการน�ำ
เข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ
ปัจจัยการผลิต เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันในทุกๆ ด้าน
โดยด�ำเนินการทั้ง วว. และเครือข่ายของ วว. ก่อให้เกิดการเติบโต
อย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ ในการ
ขยายผลงานวิจัยและพัฒนาของ วว. เพื่อเชื่อมโยงไปยังเครือข่าย
วว. และผู้ใช้จริงได้อย่างแม่นย�ำประกอบไปด้วย 2 กลยุทธ์ที่ส�ำคัญ
ได้แก่
•กลยุทธ์ที่ 1
การพัฒนาเครือข่ายการพัฒนางานวทน.
และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลักดันการน�ำ
เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงสังคม
และเชิงพาณิชย์
•กลยุทธ์ที่ 2
การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาดและ
การประชาสัมพันธ์ขององค์กร
การใช้ประโยชน์ในผลงานวิจัยและพัฒนาจากความเชี่ยวชาญ
วว. ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์
ทางด้านชีวภาพ เครื่องจักรทางด้านอาหาร นวัตกรรมวัสดุและ
เครื่องมือแพทย์ พลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม สามารถถ่ายทอด
ผลงานวิจัยและพัฒนา รวมทั้งให้บริการวิจัยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ทั้งเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์
69
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
70
การพัฒนาเครือข่ายการพัฒนางาน วทน. เพิ่มการสร้าง
โอกาสให้ SMEs และ OTOP อย่างเป็นระบบและครบวงจร ใน
ทุกๆ มิติ ปี พ.ศ. 2559 วว. ด�ำเนินการกับหน่วยงานพันธมิตร โดย
แต่ละพันธมิตรมีบทบาท เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการ
ผลิต โดย วว. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ รวมทั้งภาคเอกชน
เช่น กระทรวงพาณิชย์ สร้างความเข้มแข็งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ
ของ SMEs เพิ่มขีดความสามารถ ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้า
และบริการของไทยให้เป็นสากล โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พค.)
กระทรวงอุตสาหกรรม สร้างความเข้มแข็งผ่านการประสานงาน
บูรณาการท�ำงานและการสร้างยุทธศาสตร์ทิศทางให้กับ SMEs โดย
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และบริษัทบางจากปิโตรเลียม
จ�ำกัด (มหาชน) ในการสานพลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ OTOP
วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และ
นวัตกรรม
รวมถึงความร่วมมือในการส่งเสริมให้สามารถน�ำผลงานวิจัย
และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในการ
พัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยเชิง
พาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อ
พัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตให้
เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย กับบริษัทเคทิสวิจัยและพัฒนา จ�ำกัด
(KTIS)
แนวทางการส่งเสริมและผลักดัน วทน. เพื่อให้เกิดการน�ำ
ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยด�ำเนินการประชาสัมพันธ์ผลงาน
วิจัยและโครงการต่างๆ โดยใช้การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง วว.
และหน่วยงานเครือข่าย ผ่านการจัดงาน เช่น การจัด TISTR and
Friends, งาน STI OTOP Upgrade ทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค
งาน TISTR Innovation Day การจัด Business Matching การ
จัดนิทรรศการ วทน. และการพบปะลูกค้าที่มีศักยภาพ ผ่านระบบ
การบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Marketing database) และ
กิจกรรมการกระตุ้นและสร้างความตระหนักในการใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีในการพัฒนาธุรกิจ โดยจัดการมอบรางวัล Success
award เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ใช้ วทน. และพัฒนาบนพื้นฐานของ
“O-Z-O-N-E Concept” วว. เพื่อให้เกิดธุรกิจหรืออุตสาหกรรม
ที่เกิดขึ้น มีการสร้างโอกาส สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ ค�ำนึงถึงการ
ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ (Green
society) และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เกิดการสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล
และยั่งยืนของประเทศต่อไป
ผลการด�าเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
ในปีงบประมาณ 2559 วว. ได้ด�ำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR)
ประกอบด้วย 3 โครงการ ดังนี้
1. โครงการครูอาสา
โครงการครูอาสา มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความสนใจและใฝ่เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น จัดขึ้นภายใต้
แนวคิด “สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้...สู่การพัฒนาเยาวชนไทย” โดยมีสถานศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบึงเขาย้อน (คงพันธุ์อุปถัมภ์)
และโรงเรียนคลองห้า จ.ปทุมธานี ร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน รวม 11 ครั้ง ใน 11 หลักสูตร ดังนี้
หลักสูตร
วัน/เดือน/ปี/สถานที่
1.1 วัสดุมหัศจรรย์ และเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
17 พ.ค. 59 ณ วว. เทคโนธานี
1.2 GMP ดี๊ดี
24 พ.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อน
1.3 สวนสวยในขวดแก้ว
31 พ.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อน และโรงเรียนคลองห้า
1.4 แรงเสียดทานกับการเคลื่อนที่วัตถุ
7 มิ.ย. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อน และโรงเรียนคลองห้า
1.5 การลอยและการจมของวัตถุ
14 มิ.ย. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
1.6 วัฏจักรของน�้ำ
21 มิ.ย. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้าและ
โรงเรียนคลองห้า
1.7 ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรของน�้ำ
28 มิ.ย. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
1.8 ชุมชนรักษ์น�้ำ
5 ก.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
1.9 Lab น�้ำมันสารสกัด
26 ก.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
1.10 การท�ำบัญชีครัวเรือน
2 ส.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
1.11 มารู้จักจุลินทรีย์กันเถอะ
23 ส.ค. 59 ณ โรงเรียนบึงเขาย้อนและโรงเรียนคลองห้า
2. โครงการโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมสีเขียว
“โครงการโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมสีเขียว”เป็นโครงการที่จัดท�ำขึ้นเพื่อเสริมสร้างแนวคิด “O-Z-O-N-E Concept” ถ่ายทอดสู่
สถาบันการศึกษาในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง ให้มีน�ำองค์ความรู้ดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดการประกวดโรงเรียน
ต้นแบบนวัตกรรมสีเขียว ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียง มีกิจกรรมภายใต้โครงการ ดังนี้
2.1 การจัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
วว. จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมสีเขียว” ได้รับเกียรติจาก ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว.
เป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ณ อาคารถ่ายทอดเทคโนโลยี ห้องประชุมชั้น 5 วว. เทคโนธานี
2.2 การจัดอบรมแนวคิด O-Z-O-N-E
วว. ได้จัดอบรมเผยแพร่แนวคิด O-Z-O-N-E ให้กับสถานศึกษาที่สมัครเข้าร่วมประกวด โดยมีคณะครูและนักเรียน จ�ำนวน 80
คน จาก 15 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรม และศึกษาดูงานผลงานวิจัย วว. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ณ วว. เทคโนธานี
2.3 การประกาศผลคัดเลือกรอบแรก
โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียง สนใจร่วมแข่งขันในโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 14 โรงเรียน ผลการประกวดใน
รอบแรก เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมชั้น 5 วว. เทคโนธานี ผลปรากฏว่า มี 5 โรงเรียน ที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่
71
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
72
โรงเรียน
โครงการนวัตกรรม
1. เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปทุมธานี
ตู้หยอดขยะรีไซเคิล “Recyclable waste box”
2. สวนกุหลาบวิทยา สระบุรี
เยาวชนรักษ์ป่าสัก (102 กม.)
3. ธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ปทุมธานี
คลินิกรียูส รีไซเคิล
4. พระแม่สกลสงเคราะห์ นนทบุรี
ลดการใช้พลังงานด้วยการใช้นวัตกรรม 4R ภายใต้
“O-Z-O-N-E Concept”
5. นวมินทราชินูทิศหอวัง นนทบุรี
เครื่องเก็บขยะบนผิวน�้ำพลังงานแสงอาทิตย์
ทั้งนี้ 5 โรงเรียน ที่ผ่านการคัดเลือกดังกล่าวได้รับเงินรางวัลโรงเรียนละ 20,000 บาท เพื่อใช้ในการด�ำเนินโครงการ และมีคณะ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก วว. ตรวจติดตามเป็นระยะ
2.4 การตัดสินรอบชิงชนะเลิศ
คณะกรรมการจะประกาศคัดเลือกโครงการที่ได้รับรางวัลดีเด่น และรองชนะเลิศ ในเดือนมกราคม 2560
3. โครงการเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา มหาราชินี “ราษฎร์รัฐร่วมภักดี ปลูกมหาพรหมราชินี
ถวายแม่แห่งแผ่นดิน”
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 วว. ได้จัด
โครงการ “ราษฎร์รัฐร่วมภักดี ปลูกมหาพรหมราชินี ถวายแม่แห่งแผ่นดิน” ปลูกต้นมหาพรหมราชินี ซึ่งเป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก
ในพระนามสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ค้นพบโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. ต้นมหาพรหมราชินีที่
ปลูกมีจ�ำนวนทั้งสิ้น 984 ต้น โดยได้รับเกียรติจาก นายอ�ำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม
2559 ณ สถานีวิจัยล�ำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมกันนี้ผู้บริหาร วว. อดีตผู้บริหาร ข้าราชการในพื้นที่ และพนักงาน
ลูกจ้าง วว. เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 212 คน
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดยการประสานความร่วมมือของบุคลากรภายในองค์กร หน่วยงานพันธมิตร
ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนสื่อมวลชน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559
73
ผลการด�าเนินงานการก�ากับดูแลที่ดี (CG)
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตระหนักถึงความส� ำคัญของการก�ำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัย
ส�ำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการด�ำเนินงานของ วว. ให้เป็นที่ยอมรับ และเชื่อถือจากภายในและต่างประเทศ ดังนั้น เพื่อความ
โปร่งใสและความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงก�ำหนดนโยบายการก�ำกับดูแลกิจการที่ดี ปี 2559-2564 ดังนี้
วว. มุ่งเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรให้มีพัฒนาการและความก้าวหน้าในอาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระบวนการบริหารจัดการ
ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีคุณธรรมตามหลักนิติธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการน�ำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
นวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ ให้มีการผลิตและการบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นก�ำลังส�ำคัญในการสร้าง
เสริมสังคมน่าอยู่ และมีความสุขอย่างยั่งยืน
ส�ำหรับการจัดท�ำแผนการด�ำเนินงานการก�ำกับดูแลองค์การที่ดีของ วว. นั้น ได้ยึดหลักการและแนวทางก�ำกับดูแลที่ดีในรัฐวิสาหกิจ
ของส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งหลักมาตรฐานสากลที่ส�ำคัญในการก�ำกับดูแลที่ดีในรัฐวิสาหกิจประกอบด้วย
หลัก 7 ประการ ดังนี้
หลักการ
ความหมาย
1. ACCOUNTABILITY
ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่
2. RESPONSIBILITY
ความส�ำนึกในหน้าที่ด้วยขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ
3. EQUITABLE TREATMENT
การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยสุจริต และจะต้องพิจารณาให้เกิดความเท่าเทียมกัน
4. TRANSPARENCY
ความโปร่งใส กล่าวคือ ต้องมีความโปร่งใสใน 2 ลักษณะ ดังนี้
1) ความโปร่งใสในการด�ำเนินงานที่สามารถตรวจสอบได้
2) มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส (Transparency of Information Disclosure) คือ
มีการแสดงผลประกอบการอย่างโปร่งใสแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
5. VALUE CREATION
การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มมูลค่า
ใดๆ นั้นจะต้องเป็นการเพิ่มความสามารถในทุกด้านเพื่อการแข่งขัน
6. ETHICS
การส่งเสริมพัฒนาการก�ำกับดูแล และจรรยาบรรณที่ดีในการประกอบธุรกิจ
7. PARTICIPATION
การมีส่วนร่วม เป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายโอกาสแก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการด�ำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพ
ชีวิต และความเป็นอยู่ของชุมชนหรือท้องถิ่น
ในปีงบประมาณ 2559 วว. ได้มุ่งเน้นเรื่องการสร้างความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ โปร่งใส และตรวจสอบได้ (Transparency)
โดยสร้างระบบการบริหารการน�ำองค์กรให้มีความโปร่งใส ในการบริหารจัดการมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จนท�ำให้ วว.
มีผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด�ำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA)
ประจ�ำปี พ.ศ. 2558 ของส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ในล� ำดับที่ 38 จากจ�ำนวน
ทั้งหมด 115 หน่วยงาน นอกจากนั้น วว. ยังมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างความส�ำนึกในหน้าที่ด้วยขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียง
พอ (Responsibility) โดยปลูกฝังให้พนักงานมีจิตส�ำนึกในการช่วยกันประหยัดพลังงานน�้ำและไฟฟ้า รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมี
ส่วนร่วมในกิจกรรมประหยัดพลังงานที่องค์กรจัดขึ้น จนท�ำให้ วว. ได้รับรางวัลองค์กรดีเด่นด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงาน
ทดแทน (Thailand Energy Awards 2016) ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน
อีกด้วย
เนื่องจากการก�ำกับดูแลที่ดีของ วว. มีการตั้งคณะอนุกรรมการและมีการก�ำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน รวมทั้งทุกหน่วยงานใน
องค์กรมีส่วนร่วมในการก�ำกับดูแลที่ดี จึงท�ำให้การด�ำเนินงานภายในและภายนอกองค์กร มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ส่ง
ผลให้การก�ำกับดูแลที่ดีของ วว. ประจ�ำปีงบประมาณ 2559 เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และบรรลุผลส�ำเร็จตามที่แผน
ก�ำกับดูแลที่ดีได้ก�ำหนดไว้
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
74
ผลการด�าเนินงานการควบคุมภายใน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้มีการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน ตามมาตรฐาน
การควบคุมภายในที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก�ำหนด วว. ประเมินองค์ประกอบการควบคุมภายใน 5 ด้าน สรุปได้ ดังนี้
1. ด้านสภาพแวดล้อมการควบคุม
วว. มีการตั้งคณะท�ำงานควบคุมภายใน โดยผู้ว่าการเป็นประธานคณะท�ำงาน และผู้บริหารของทุกกลุ่มงานเป็นคณะกรรมการ
ผู้บริหาร และบุคลากรมีทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน ผู้บริหารให้ความส�ำคัญกับการมีศีลธรรม จรรยาบรรณและความซื่อสัตย์โดย
มีการก�ำหนดเป็นนโยบายและกิจกรรมส่งเสริม ได้แก่ การก�ำหนดค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร มีการจัดท�ำคู่มือ มาตรฐานทางคุณธรรม
จริยธรรม และจรรยาบรรณพร้อมทั้งเผยแพร่ให้พนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติก�ำหนดแนวทางการปฏิบัติ เกี่ยวกับการขัดแย้ง
ทางผลประโยชน์มีการจัดท�ำโครงสร้างองค์กร มีการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งก�ำหนดตัวชี้วัด
(KPI) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน มีมาตรฐานก�ำหนดต�ำแหน่งและค�ำบรรยายลักษณะงานของพนักงาน มีการประเมินความ
สามารถรายบุคคลเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถให้ตรงกับงาน และมีการอบรมบุคลากรทุกระดับ อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเพิ่มความ
รู้และทักษะในการปฏิบัติงาน
2. การประเมินความเสี่ยง
วว. มีการตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งมีกรรมการ กวท. เป็นประธาน ก�ำหนดให้ส�ำนักยุทธศาสตร์วิสาหกิจเป็นหน่วยงาน
ที่รับผิดชอบในการท�ำหน้าที่จัดท�ำแผนบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผนวิสาหกิจ มีการจัดท�ำแผนวิสาหกิจที่
ก�ำหนดวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และพันธกิจ การบริหารความเสี่ยงด�ำเนินงานตามหลักการของ COSO – ERM วว. มีการประเมิน
ความเสี่ยงและการจัดการกับความเสี่ยงต่างๆ โดยมีการก�ำหนดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม มีการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ระบุ
ปัจจัยเสี่ยงและวิเคราะห์ความเสี่ยง ก�ำหนดแนวทางในการจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมทั้งติดตามผลการบริหาร
ความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
3. กิจกรรมการควบคุม
วว. มีการก�ำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(กวท.) ก�ำหนดนโยบายโดยออกเป็นข้อบังคับ ส่วนวิธีปฏิบัติก�ำหนดเป็นระเบียบโดยผู้ว่าการ มีการก�ำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบไว้ใน
กระบวนการต่างๆ ซึ่งกิจกรรมการควบคุมมีอยู่ในทุกหน้าที่และทุกระดับของการปฏิบัติงาน เช่น การแบ่งแยกหน้าที่และความรับผิดชอบ
วว. น�ำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 มาใช้ทั้งองค์กร มีการตรวจติดตามอย่างสม�่ำเสมอทุก 6 เดือน โดยผู้ตรวจติดตามภายในและ
ผู้ตรวจติดตามภายนอก รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจสอบ ส�ำนักตรวจสอบภายในท�ำหน้าที่ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไป
ตามนโยบายและวิธีปฏิบัติ กิจกรรมการควบคุมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามปกติ โดยผู้บริหารก�ำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตาม
อย่างเคร่งครัด
4 สารสนเทศและการสื่อสาร
วว. จัดให้มีระบบสารสนเทศและการสื่อสารที่จ�ำเป็นต่อการบริหารและปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารและพนักงาน มีระบบ TFERP
(TISTR Finance Enterprise Resource Planning) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของฝ่ายการคลัง มีการจัดตั้งเครือข่ายอินทราเน็ตกับทุก
หน่วยงานทั่วทั้งองค์กร เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารภายในองค์กร โดยมีกองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารท�ำหน้าที่ดูแลระบบ
ข้อมูล สารสนเทศ มีการประชุม เพื่อรายงานความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานให้ผู้บริหารรับทราบ มีการประชุมระหว่าง
ผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานทุกไตรมาส รวมทั้งมีใช้ระบบประชุมทางไกลเพื่อให้พนักงานที่อยู่บางปูได้รับการประชุมร่วมกันด้วย
5. การติดตามและประเมินผล
วว. มีการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน โดยมีการติดตามผลในระหว่างปฏิบัติงาน โดยผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงาน
รวมทั้งมีการประชุมติดตามความก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคของการปฏิบัติงาน วว. ให้ความส�ำคัญกับระบบการควบคุมภายใน โดย
ก�ำหนดให้มีการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self Assessment : CSA) ตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่า
ด้วยการก�ำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. 2544 ทุกปี เพื่อประเมินความเพียงพอ วิเคราะห์ความเสี่ยง จุดอ่อนของการควบคุม
ภายในและก�ำหนดกิจกรรมในการควบคุม เพื่อจัดท�ำแผนควบคุมภายในของปีต่อไป
$
การบริหารความเสี่ยง
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) บริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามหลักการของ COSO-ERM
และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางที่ส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลังก�ำหนด
โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อบริหารความเสี่ยงและก� ำหนดแนวทางในระดับนโยบาย และมีการแต่งตั้ง
คณะท�ำงานบริหารความเสี่ยง เพื่อด�ำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยง และก�ำกับให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปตามแนวทางที่ก�ำหนด
ไว้ ซึ่ง วว. ได้มีการถ่ายทอดให้ผู้บริหารและบุคลากรตระหนักถึงความส�ำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยได้มีการก�ำหนดนโยบายให้
ทุกหน่วยงานทราบและเป็นแนวทางในการด�ำเนินงาน ดังนี้
นโยบายการบริหารความเสี่ยง วว. พ.ศ. 2559 คือ
การบริหารจัดการความเสี่ยงให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีทิศทางของการบริหารจัดการ ดังนี้
1.เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายที่ส�ำคัญของแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ วว.
2.เพื่อพัฒนาศักยภาพของระบบสารสนเทศ ในการควบคุมและรายงานผลการจัดการความเสี่ยง
3.เพื่อเป็นแนวทางในการจัดท�ำแผนการด�ำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในภารกิจหลัก
4.เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงาน วว. มีส่วนร่วมและตระหนักในความส�ำคัญของการบริหารความเสี่ยงและการบริหารความ
ต่อเนื่องขององค์กร
ส�ำหรับผลการบริหารความเสี่ยง พ.ศ. 2559 มีสรุปผลการบริหารความเสี่ยงที่ส�ำคัญ ดังนี้
oการน�ำผลงานวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์สามารถน�ำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ตามเป้าหมายที่ก�ำหนด โดยภาค
เอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลงานวิจัย รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีให้พร้อมส�ำหรับการด�ำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการ
เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
oการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการวิจัยและบริการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภาคเอกชนขนาดใหญ่
และ SMEs มีส่วนร่วมในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา และบริการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในสาขาความเชี่ยวชาญ
ของ วว.
oการพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญในสาขาเป้าหมายด�ำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วย
งานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อเป็นพันธมิตรขับเคลื่อนการพัฒนาสาขาการวิจัยที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
oการเตรียมการรองรับการเปิดเสรี ASEAN ด�ำเนินการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานอาเซียน และจัดประชุม
เชิงวิชาการนานาชาติเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาอุตสาหกรรมของประเทศ
oการบริหารจัดการงบลงทุนได้มีการเร่งรัดติดตามการด�ำเนินงาน พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญภายนอก
ตลอดจนด�ำเนินการเพื่อบริหารโครงการให้ส�ำเร็จตามเป้าหมาย
oการด�ำเนินงานสร้างสรรค์นวัตกรรมขององค์กรที่สอดคล้องกับกฎ ระเบียบ สัญญาข้อตกลง ข้อบังคับ วิธีปฏิบัติของ
หน่วยงานก�ำกับดูแลภาครัฐ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้ด�ำเนินการป้องกันและลดผลกระทบจากการด�ำเนินงานโครงการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพื้นที่ที่อาจสร้างกระทบต่อประชาชนและชุมชน โดยได้ด�ำเนินการรับฟังความ
คิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคเอกชน และวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการติดตามป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดต่อ
สังคมอย่างต่อเนื่อง
$$$เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงของ วว. มีโครงสร้างผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วม การด�ำเนินการเป็น
ไปอย่างมีระบบ มีกระบวนการติดตาม รายงาน ทบทวนและปรับปรุงการด�ำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้การบริหารความเสี่ยง วว.
พ.ศ. 2559 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
75
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
76
รายงานสร ุปผลการด ําเนินงาน
ของคณะกรรมการตรวจสอบ
ประจ
ําปีงบประมาณ2559
คณะกรรมการตรวจสอบของสถาบ ันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยได้รับ
การแต่งตั้งตามคําสั่งกวท.ที่13/2558มีผลตั้งแต่วันที่17เมษายน2558และมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
กรรมการตามคําสั่งกวท.ที่4/2559ซึ่งกรรมการประกอบด้วย
1.
พลเอกถเกิงกานต์ศรีอําไพ
ประธานกรรมการตรวจสอบ
2.
นางหิรัญญา
สุิจนัย
กรรมการตรวจสอบ
3.
นายสมชาย
แสงรัตนมณีเดช
กรรมการตรวจสอบ
4.
นางสาวฉวีวรรณ
เติมวิชชากร
เลขานุการ
(ผู้อํานวยการสํานักตรวจสอบภายใน)
นายสมชายแสงรัตนมณีเดชได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบ
ตามคําสั่งกวท.ที่4/2559สั่งณวันที่8มิถุนายน2559แทนนายชูชัยอุดมโภชน์ซึ่งขอลาออกจาก
การเป
็นกรรมการตรวจสอบและกรรมการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยโดยมี
ผลต
ั้งแต่วันที่1กรกฎาคม2558
คณะกรรมการตรวจสอบได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
สถาบ
ันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(กวท.) โดยมีแนวทางปฏิบัติที่กําหนดไว้ตาม
กฎบ
ัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ ในระหว่างปีงบประมาณ2559คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุม
รวม4ครั้งสรุปสาระสําคัญมีดังนี้
1.การสอบทานผลการดําเนินงานเกี่ยวกับความมีประสิทธิภาพประสิทธิผลเพื่อให้มั่นใจ
ว่
าการปฏิบัติงานเป็นไปตามพันธกิจขององค์กรการสอบทานการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามกฎระเบียบ
ข้
อบังคับคําสั่งนโยบายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพบว่าผลการดําเนินงานของวว.มีประสิทธิภาพ
ประส
ิทธิผลและมีการปฏิบัติงานเป็นไปตามพันธกิจขององค์กรอย่างไรก็ตามเพื่อให้การดําเนินงาน
โครงการที่
เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีความรวดเร็วมากขึ้นควรเตรียมความพร้อมของโครงการหากถูกปรับ
ลดงบประมาณตั้งแต่งบประมาณผ่านวาระ1ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดําเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้
พร้
อมผูกพันและลงนามในสัญญาได้ทันทีเมื่อพ.ร.บ.งบประมาณประจําปีสั่งจ่ายในไตรมาสที่1
2.การสอบทานงบการเงินรายไตรมาสีป2559และงบการเงินประจําปี2558เพื่อให้
มั่
นใจว่ากระบวนการจัดทํางบการเงินและการเปิดเผยข้อมูลที่สําคัญมีความถูกต้องครบถ้วนเชื่อถือได้
และเป
็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปจากผลการสอบทานงบการเงินของวว.พบว่า
มี
ความถูกต้องครบถ้วนเพียงพอและเชื่อถือได้ตามมาตรฐานการบัญชีส่วนการดําเนินงานเกี่ยวกับ
โครงการนอกงบประมาณควรเร่งปิดโครงการนอกงบประมาณเพื่อโอนเงินคงเหลือเข้าเป็นรายได้นอก
งบประมาณของวว.และควรมีการจัดทํารายงานสรุปโครงการเงินนอกงบประมาณคงค้างเป็นราย
ไตรมาสรายงานให้ผู้บริหารทราบหากมีปัญหาจะได้แก้ไขได้อย่างทันท่วงทีนอกจากนั้นในการเดินทางไป
ปฏิ
บัติงานภายในประเทศของลูกจ้างควรมีการกําหนดอัตราเบี้ยเลี้ยงค่าเช่าที่พักและประเภทของ
ลู
กจ้างที่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไว้ในระเบียบข้อบังคับวว.เพื่อให้การเบิกจ่ายมีความชัดเจน
2
3.การสอบทานความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในโดยพิจารณาจากรายงานของ
คณะกรรมการควบคุมภายในตลอดจนผลการประเมินการควบคุมภายในด้วยตนเองตามระเบียบ
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานการควบคุมภายในพ.ศ.2544จากการ
ตรวจสอบพบว่าการควบคุมภายในของวว.มีความเพียงพอเป็นไปตามข้อผูกพันระเบียบปฏิบัติและ
ข้
อบังคับที่ถูกต้องตามนัยของการกํากับดูแลที่ดีอย่างไรก็ตามควรเร่งรัดให้มีการนําระบบITที่มีอยู่มา
ช่
วยในการดําเนินงานควบคุมภายในขององค์กรโดยเร็วและควรเร่งการจัดส่งรายงานการควบคุมภายในให้
คตง.ทันกําหนดเวลา
4.การสอบทานการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจว่าการดําเนินงานด้านการบริหารความ
เสี่
ยงเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมและเพื่อประเมินผลการดําเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงผลการ
สอบทานพบว่าวว.มีระบบการบริหารความเสี่ยงเป็นไปตามกรอบมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง
COSO-ERMอย่างไรก็ตามควรเร่งผลักดันให้มีการดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะ
ิว
กฤต(Business Continuity Management : BCM)ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้หน่วยงานสามารถ
รั
บมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆที่อาจเกิดขึ้น
5.การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับคําสั่งนโยบายและมติคณะรัฐมนตรี
โดยตรวจสอบการบริหารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างพบว่าควรกํากับดูแลให้มีการปฏิบัติงานในขั้นตอนต่างๆ
อย
่างรวดเร็วและหากพบว่ามีการดําเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรควรมีการสอบสวนหาสาเหตุ
เพื่
อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
6.การกํากับดูแลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในโดยทางคณะกรรมการตรวจสอบได้มีการ
พิ
จารณาอนุมัติกฎบัตรการตรวจสอบภายในคู่มือการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในแผนการตรวจสอบ
เชิ
งกลยุทธ์5ีปแผนการตรวจสอบประจําปี2560ตลอดจนพิจารณาความดีความชอบของผู้อํานวยการ
สํ
านักตรวจสอบภายในสอบทานรายงานประจําปีของสํานักตรวจสอบภายในสอบทานแผนสรรหาและ
พั
ฒนาฝึกอบรมบุคลากรด้านตรวจสอบภายในประจําปีงบประมาณ2560รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการ
ปฏิ
บัติงานตามแผนการตรวจสอบ
77
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
78
ผลการด�าเนินงานด้านการเงิน
ข้อมูลทางการเงินโดยสรุป
2559
2558
2557
1.
ผลการด�ำเนินงาน (ล้านบาท)
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
รายได้จากการด�ำเนินงานและรายได้อื่น
รายได้รวม
ค่าใช้จ่ายรวม
รายได้สูง(ต�่ำ)กว่าค่าใช้จ่าย
976.31
219.96
1,196.27
1,051.56
144.71
940.25
221.23
1,161.48
1,038.19
123.29
888.07
226.99
1,115.06
1,031.23
83.83
2.
ฐานะการเงิน (ล้านบาท)
สินทรัพย์รวม
หนี้สินรวม
ส่วนของทุน
4,673.83
3,145.41
1,528.42
4,258.83
2,875.12
1,383.71
3,767.14
2,506.72
1,260.42
3.
อัตราส่วนทางการเงิน
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (เท่า)
อัตราก�ำไรสุทธิต่อรายได้รวม (ร้อยละ)
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ร้อยละ)
4.31
12.10
3.24
4.48
10.61
3.07
4.97
7.52
2.30
1.วิเคราะห์ผลการด�ำเนินงาน
ผลการด�ำเนินงานในปีงบประมาณ 2559 วว. มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,196.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จ�ำนวน 34.79 ล้าน
บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.00 ค่าใช้จ่ายจากการด�ำเนินงานรวม 1,051.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.37 ล้านบาท หรือร้อยละ
1.29 ผลการด�ำเนินงานในปีนี้ มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย 144.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.42 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.37
รายการ
ปีงบประมาณ 2559
ปีงบประมาณ 2558
เพิ่มขึ้น (ลดลง)
ล้านบาท
ร้อยละ
ล้านบาท
ร้อยละ
ล้านบาท
ร้อยละ
รายได้
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
รายได้จากแหล่งอื่น
รายได้จากการบริการงานโครงการ
รายได้จากการบริการวิเคราะห์ฯ/ตรวจรับรองฯ
รายได้ดอกเบี้ย
รายได้อื่น
976.01
220.26
78.07
83.41
37.88
20.90
81.59
18.41
6.53
6.97
3.17
1.75
940.25
221.23
80.41
72.36
46.49
21.97
80.95
19.05
6.92
6.23
4.00
1.89
35.76
(0.97)
(2.34)
11.05
(8.61)
(1.07)
3.80
(0.44)
(2.91)
15.27
(18.52)
(4.87)
รวมรายได้
1,196.27
100.00
1,161.48
100.00
34.79
3.00
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายบุคคลากร
ค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินงาน
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจ�ำหน่าย
527.31
355.06
169.19
44.08
29.68
14.14
532.40
341.71
164.08
45.84
29.42
14.13
(5.09)
13.35
5.11
(0.96)
3.91
3.11
ค่าใช้จ่ายด�ำเนินงานรวม
1,051.56
87.90
1,038.19
89.39
13.37
1.29
รายได้สูง (ต�่ำ)กว่าค่าใช้จ่าย *
144.71
12.10
123.29
10.61
21.42
17.37
1.1การวิเคราะห์รายได้
ในปีงบประมาณ 2559 วว. มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,196.27 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้ของ วว.ประกอบด้วย เงินอุดหนุนจาก
รัฐบาล จ�ำนวน 976.01 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของรายได้รวม ที่เหลือเป็นรายได้จากแหล่งอื่น จ�ำนวน 220.26 ล้านบาท
หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ประกอบด้วย รายได้จากการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบ สอบเทียบ ตรวจรับรองระบบคุณภาพฯ และรายได้อื่น
จ�ำนวน 104.31 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9 ของรายได้รวม รายได้จากการบริการงานโครงการ 78.07 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 6 ของ
รายได้รวม และรายได้จากดอกเบี้ยจ�ำนวน 37.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3 ของรายได้รวม
หากพิจารณาโครงสร้างรายได้ในส่วนที่เกิดจากผลงานโดยตรงของ วว. ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากการบริการงานโครงการ ค่า
บริการวิเคราะห์ทดสอบ สอบเทียบ ตรวจรับรองระบบคุณภาพฯ และ รายได้อื่น เช่น ค่าจัดสัมมนา ค่าบ�ำรุงสถานีวิจัยฯ เป็นต้น
รวมทั้งรายได้ดอกเบี้ย จ�ำนวนรวม 220.26 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจ�ำนวน 0.97 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 0.44 ผลต่างที่ส�ำคัญคือ
ในงวดนี้รายได้จากดอกเบี้ยลดลง จ�ำนวน 8.61 ล้านบาทและรายได้การให้บริการงานโครงการ ลดลง 2.34 ล้านบาท ส่วนรายได้จาก
การบริการวิเคราะห์ทดสอบฯเพิ่มขึ้น จ�ำนวน 11.05 ล้านบาท
1.2การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย
ในปีงบประมาณ 2559 วว. มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น จ�ำนวน 1,051.56 เพิ่มขึ้น 13.37 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.29 ประกอบด้วย
-ค่าใช้จ่ายบุคคลากรจ�ำนวน 527.31 ล้านบาท ต�่ำกว่าปีก่อนจ�ำนวน 5.09 ล้านบาท ผลต่างที่ส�ำคัญคือค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงาน
และกรรมการปีนี้ต�่ำกว่าปีก่อน
-ค่าใช้จ่ายด�ำเนินงาน จ�ำนวน 355.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.35 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.91 ผลต่างที่ส�ำคัญคือ ค่าวัสดุห้อง
ทดลองและส�ำนักงานเพิ่มขึ้น 9.35 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายอุดหนุนการจัดงาน Startup Thailand 2016 จ�ำนวนเงิน
5.00 ล้านบาท
2. รายงานวิเคราะห์ฐานะการเงิน
สินทรัพย์
ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 วว. มีสินทรัพย์รวม 4,673.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 415.00 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.74
โดยมีรายการที่ส�ำคัญดังนี้
•สินทรัพย์หมุนเวียนจ�ำนวน1,699.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 88.14 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.47 เนื่องจากมีเงินสด
และรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น และมีการลงทุนในเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้น
•สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจ�ำนวน 2,974.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 281.86 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 10.65 มีสาเหตุใหญ่
จากมูลค่าสุทธิตามบัญชีของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น
หนี้สินและส่วนของทุน
ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 วว. มีหนี้สินและส่วนของทุนรวมทั้งสิ้น 4,673.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา
415.00 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 9.74 โดยมีรายการที่ส� ำคัญดังนี้
•หนี้สินหมุนเวียนจ�ำนวน 394.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34.32 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 9.54 มีสาเหตุใหญ่จากเงินประกัน
สัญญาและรายได้รับล่วงหน้าเพิ่มขึ้น
•หนี้สินไม่หมุนเวียน 2,751.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 235.97 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 9.38 สาเหตุใหญ่ เนื่องจากมีเงิน
อุดหนุนจากรัฐบาลรอการรับรู้เพิ่มขึ้น
•ส่วนของทุน ณ 30 กันยายน 2559 เท่ากับ 1,528.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 144.71 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.46
เนื่องจาก วว. มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2559
79
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
80
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย
งบแสดงฐานะการเงิน
ณวันที่30กันยายน2559
2559
สินทรัพย
สินทรัพยหมุนเวียน
เงินสดและรายการเทียบเทาเงินสด
เงินลงทุนชั่วคราว
ลูกหนี้การคา
เงินยืมทดรอง
ลูกหนี้กรมสรรพากร
ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารคางรับ
สินทรัพยหมุนเวียนอื่น
รวมสินทรัพยหมุนเวียน
สินทรัพยไมหมุนเวียน
เงินลงทุนระยะยาว
ลูกหนี้เงินกูกองทุนสงเคราะหสำหรับผูปฏิบัติงาน
ที่ดินอาคารและอุปกรณ
สินทรัพยไมมีตัวตน
เงินมัดจำ
รวมสินทรัพยไมหมุนเวียน
รวมสินทรัพย
353,382,961.49
1,209,474,876.00
3,895,078.71
36,036,234.98
5,635,533.43
4,623,374.69
86,121,093.44
1,699,169,152.74
495,373,449.40
37,724,011.00
2,432,238,718.93
8,913,738.14
416,718.75
2,974,666,636.22
4,673,835,788.96
งบการเงินป2559อยูระหวางการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผนดิน
หนวย:บาท
2558
315,913,704.35
1,158,279,892.54
5,269,961.61
17,302,157.31
10,835,394.22
5,935,216.37
97,493,481.53
1,611,029,807.93
450,373,449.40
42,649,907.00
2,142,933,985.56
11,448,061.91
397,468.75
2,647,802,872.62
4,258,832,680.55
หนวย:บาท
2558
92,492,739.57
134,504,978.62
6,379,808.06
28,400,000.00
6,685,996.46
2,487,428.48
88,784,377.07
359,735,328.26
90,415,882.08
1,922,588,793.28
502,383,608.38
2,515,388,283.74
2,875,123,612.00
1,383,709,068.55
1,383,709,068.55
4,258,832,680.55
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย
งบแสดงฐานะการเงิน
ณวันที่30กันยายน2559
2559
หนี้สินและสวนของทุน
หนี้สินหมุนเวียน
รายไดคาบริการโครงการรับลวงหนา
เจาหนี้การคา
คาใชจายคางจาย
โบนัสพนักงานและกรรมการคางจาย
เจาหนี้กรมสรรพากร
รายไดรอการตัดบัญชี
หนี้สินหมุนเวียนอื่น
รวมหนี้สินหมุนเวียน
หนี้สินไมหมุนเวียน
รายไดรอการรับรู
รายไดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลรอการรับรู
หนี้สินผลประโยชนพนักงาน
รวมหนี้สินไมหมุนเวียน
รวมหนี้สิน
สวนของทุน
รายไดสูงกวาคาใชจายสะสม
รวมสวนของทุน
รวมหนี้สินและสวนของทุน
85,028,411.17
131,942,809.06
5,811,632.78
29,760,000.00
1,267,972.29
4,744,562.79
135,501,537.11
394,056,925.20
84,224,545.64
2,214,806,427.64
452,327,460.61
2,751,358,433.89
3,145,415,359.09
1,528,420,429.87
1,528,420,429.87
4,673,835,788.96
งบการเงินป2559 อยูระหวางการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผนดิน
81
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
82
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
สำหรับปสิ้นสุดวันที่30กันยายน2559
2559
รายได
รายไดเงินอุดหนุน
รายไดจากการบริการงานวิจัย
รายไดอื่น
รายไดดอกเบี้ย
อื่นๆ
รวมรายได
คาใชจาย
คาใชจายเกี่ยวกับบุคลากร
คาใชจายบริหารทั่วไปและอื่นๆ
คาจางทำงานวิจัย
คาเสื่อมราคาและคาตัดจำหนาย
รวมคาใชจาย
กำไรสำหรับป
กำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จอื่น
กำไรเบ็ดเสร็จสำหรับป
1,054,084,771.87
83,405,123.67
37,875,055.35
20,901,571.65
1,196,266,522.54
527,309,965.90
295,591,267.24
59,468,539.16
169,185,388.92
1,051,555,161.22
144,711,361.32
-
144,711,361.32
งบการเงินป2559อยูระหวางการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผนดิน
หนวย:บาท
2558
1,020,661,993.36
72,364,083.90
46,490,280.07
21,968,388.86
1,161,484,746.19
532,397,776.61
283,234,555.39
58,483,985.43
164,076,949.01
1,038,193,266.44
123,291,479.75
-
123,291,479.75
83
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
84
85
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
86
87
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
88
89
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
90
91
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
92
93
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
94
95
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
96
97
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
98
99
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
100
101
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
102
103
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
104
105
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
106
107
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
108
109
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUAL REPORT 2016 รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2006
110
111
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
112
ภาพกิจกรรมเด่น
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมเครื่องจักร วว. ใน
“งานนวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs”
วันที่ 3-9 ตุลาคม 2558 ณ ตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม
วว. จัดกิจกรรมถนนสีเขียว“น�้ำมันหอมระเหยไล่ยุง”
เนื่องใน งานวันเด็กแห่งชาติ 2559
วันที่ 7-9 มกราคม 2559 ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาถ่ายทอดความรู้
...เรียนรู้ความส�ำเร็จในการรักษาผืนป่าอย่างยั่งยืน
วันที่ 22-23 มกราคม 2559 ณ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช
จ.นครราชสีมา
113
วว. แถลงข่าวเปิดตัว“ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว.”
พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ผลงานวิจัยใหม่เพื่อสุขภาพ
จากสมุนไพรไทย และเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากยางพารา
วันที่ 26 มกราคม 2559 ณ ห้องแกรนด์บอลรูมซี
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาช่า กรุงเทพมหานคร
วว. ร่วมจัด งานSTARTUP THAILAND 2016
วันที่ 28 เมษายน -1 พฤษภาคม 2559
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
วว. ร่วมกับ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และ สถาบัน
เทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) แถลงข่าวเปิดตัวงานบริการ
เพื่อภาคอุตสาหกรรมภายใต้โครงการ NQI/MSTQ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ณ วว. เทคโนธานี อ.คลองหลวง
จ.ปทุมธานี
วว.ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ประชารัฐร่วมใจยกระดับโอทอปด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม”
ระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับ 35 หน่วยงานเครือข่ายส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับโอทอปด้วยวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและนวัตกรรม วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ณ อาคารอุทยานนวัตกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วว. จัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านเกษตรอินทรีย์ ASEAN+6
Organic Agriculture Forum 2016 : Sustainable Agriculture
วันที่ 28-30 มิถุนายน ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จ.เชียงใหม่
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
114
วว. จัดงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 53 ปี วว.“Food for the Future”
วันที่ 28-29 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า กรุงเทพมหานคร
วว.จัดโครงการ “ราษฎร์รัฐร่วมภักดี ปลูกมหาพรหมราชินี ถวายแม่แห่งแผ่นดิน”
เฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559
วันที่ 8 สิงหาคม 2559 ณ สถานีวิจัยล�ำตะคอง อ�ำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
วว. น�ำผลงานสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP/SMEsจัดแสดงนิทรรศการในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2016
วันที่ 17-21 สิงหาคม 2559 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
วว. ร่วมจัดกิจกรรม“Science @ Cuisine” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจ�ำปี 2559
วันที่ 18-29 สิงหาคม 2559 ณ อิมแพค เมืองทองธานี
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี และ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจ�ำกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมเป็นเกียรติในการลงนามบันทึก
ข้อตกลงความร่วมมือและการเสวนา เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบรางของประเทศ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
ส�ำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อรองรับการ
พัฒนาระบบรางในอนาคต
วันที่ 7 กันยายน 2559 ณ อาคารสโมสรและหอประชุมกระทรวงคมนาคม
งานTISTR and Friends 2016 ...“นวัตกรรมก้าวไกล ยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่สากล”
วันที่ 20-22 กันยายน 2559 ณ โซนบี ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
115
รายงานประจ�ำปี 2559 ANNUALREPORT 2016
116
รายชื่อคณะท�างานจัดท�ารายงานประจ�าปี
1. ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ
ที่ปรึกษา
2. นายวิรัช จันทรา
ประธานคณะท�ำงาน
3. ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต
คณะท�ำงาน
4. ดร.นฤมล รื่นไวย์
คณะท�ำงาน
5. นายศิระ ศิลานนท์
คณะท�ำงาน
6. นายเลิศฤทธิ์ ศิริเศรษฐการ
คณะท�ำงาน
7. นางสาวอุราภา ประเสริฐสรวย
คณะท�ำงาน
8. นายจิระวัฒน์ วัฒนบุตร
คณะท�ำงาน
9. นายจิราวัฒน์
รอดแช่ม
คณะท�ำงาน
10. นายเรวัต วิบูลย์ศิริชัย
คณะท�ำงาน
11. นางดุษฎี สาระโภค
คณะท�ำงาน
12. นายสุเมธ ภูมิอภิรดี
คณะท�ำงาน
13. นายจิระวัฒน์ เอี่ยมวัฒน์
คณะท�ำงาน
14. นางบุญเรียม น้อยชุมแพ
คณะท�ำงาน
15. นางสลิลดา พัฒนศิริ
คณะท�ำงาน
16. นางสาวพิมประไพ ศุภรรัตน์
คณะท�ำงาน
17. นางสุวรรณา ดอกไม้คลี่
คณะท�ำงานและเลขานุการ
18. นางสาวศิริวรรณ อ้นจันทร์
คณะท�ำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
19. นางสาวปัทมา ลิ่วเลิศมงคล
คณะท�ำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
20. นางสาวสุภัทรา ลายเงิน
คณะท�ำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
ANNUAL REPORT 2016
รายงานประจำปี 2559
วว. สำนักงานใหญ (เทคโนธานี)
35 หมู 3 ต.คลองหา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009
Head office : 35 Mu3 Klong5 Klongluang Phathumthani 12120
Tel. 0 2577 9000 Fax. 0 2577 9009
วว. บางเขน
196 ถ.พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0 2579 1121-30 โทรสาร 0 2561 4771
ศูนยทดสอบและมาตรวิทยา นิคมอุตสาหกรรมบางปู
ถ.สุขุมวิท อ.เมือง จ.สมุทรปรการ 10280
โทร. 0 2323 1672-80 โทรสาร 0 2323 9165
สถานีวิจัยลำตะคอง
333 หมู 12 ถ.มิตรภาพ บานแกงหีบ ต.หนองสาหราย อ.ปากชอง จ.นครราชสีมา
โทรศัพท/โทรสาร 0 4439 0107
สถานีวิจัยสิ่งแวดลอมสะแกราช
1 หมู 9 ต.อุดมทรัพย อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 30370 ประเทศไทย
โทรศัพท 0 4400 9556 และ 086 125 3793 - ผู้จัดพิมพ์/สำนักพิมพ์
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
- ผู้ร่วมงาน/ผู้เผยแพร่
- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
- วันที่บันทึกข้อมูล
- 2024-02-24
- สิทธิ์การเข้าถึง
- เอกสารนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ประเทศไทย (CC BY-NC-ND 4.0)
- ประเภท
- Text
- รูปแบบ
- html
- ต้นฉบับ/แหล่งที่มา
- See all items with this valuehttps://www.tistr.or.th/DOWNLOAD/AnnualReport/TISTR_AnnualReport_2016-TH.pdf
- ภาษา
- th
- รหัส หรือตัวบ่งชี้เอกสาร
- https://www.tistr.or.th/DOWNLOAD/AnnualReport/TISTR_AnnualReport_2016-TH.pdf
- ขอบเขต
- ด้านการวิจัย
- ลิขสิทธิ์
- เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
- เจ้าของลิขสิทธิ์
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- สัญญาอนุญาตในการเข้าถึง
- เอกสารนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ 4.0 ประเทศไทย
- Media
cov_AnnlRP_2016-TH.png
Tags
รายงานประจำปี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ด้านการวิจัย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีNew Tags
Position: 1109 (90 views)
