หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0225.2/1758 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าและกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี ประจำปี ค.ศ. 2020 – 2022 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี ประจำปี ค.ศ. 2020-2022 มีสาระสำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งประเทศฮังการี โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนแก่ผู้รับทุนชาวไทย จำนวน 40 ทุนต่อปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ส่วนฝ่ายไทยให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนหรือทุนการศึกษาบางส่วนแก่นักเรียน/นักศึกษาฮังการี เพื่อศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของไทยเป็นระยะเวลา 1-2 ภาคการศึกษา ในระหว่างปี ค.ศ. 2020-2022 และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนฯ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นควรตัดเนื้อหาในร่างเอกสารโครงการฯ I. Higher Education Paragraph 4. ซึ่งระบุว่า “The Thai Participant will consider the Hungarian Participants as a key partner within the framework of the One District One Scholarship programme enhancing the studies of Thai students on BA/BSc level and promote the studies of Thai students in Hungary through the aforementioned programme” เนื่องจากโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (One District One Scholarship : ODOS) จะสิ้นสุดการดำเนินโครงการในปี 2563 และปัจจุบันยังไม่มีแผนการดำเนินโครงการในรุ่นต่อไป 3. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง