Items
Tag
การพัฒนากำลังคน
-
รายงานการศึกษาระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1: การผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ จากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ในยุคของการใช้ชีวิตหลากหลายขั้น (Multistage Life) โดยมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus Disease: COVID-19) เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ในขณะที่มีประเด็นความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังเป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้า ส่งผลกระทบให้ระบบอุดมศึกษาต้อง Re-Adjust, Re-Position และ Reinvent ตัวเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการผลิตบัณฑิตทั้งในและนอกวัยเรียนที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความไม่แน่นอน การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมให้ทันสมัยต่อโลก การให้บริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม การเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักวิชาการต่อสาธารณะ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เพื่อทำให้ระบบอุดมศึกษาไทยสามารถก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย1. สถานภาพและการปรับตัวของระบบอุดมศึกษาในประเทศไทย 2. สถานการณ์ของโลกและการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการอุดมศึกษา 3. นวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 พร้อมบทสรุปนวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 4. ทิศทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ 5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ และทิศทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0226.5/1030 ลงวันที่ 19 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จาก พ.ศ. 2552 – 2564 เป็น พ.ศ. 2552 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จากเดิม พ.ศ. 2552-2564 เป็น พ.ศ. 2552-2570 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ สำหรับภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานดังกล่าว เห็นควรให้ใช้จ่ายภายในกรอบวงเงิน 6,412,250,000 บาท ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เดิม ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วบางส่วน และยังมีกรอบวงเงินคงเหลืออยู่ โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่น ควรเพิ่มสาขาสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา และสาขาการจัดสวัสดิการสังคมในโครงการฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และจัดทำรายงานผลการดำเนินการประจำปีเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของโครงการฯ ให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ เพื่อประเมินผลทั้งในมิติด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณากำหนดแนวทางการจัดสรรทุนการศึกษาตามโครงการฯ ในแต่ละสาขาวิชาให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในอนาคต รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาต่าง ๆ ของโครงการฯ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สมัครรับทุนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบอย่างทั่วถึงด้วย -
การจัดทำแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ทบทวนและปรับปรุงแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 - 2570 ให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ที่สำคัญในช่วง พ.ศ. 2566 - 2570 และเชื่อมโยงกับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 โดยยังคงเน้นย้ำบทบาทอุดมศึกษาเป็นฐานการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้แบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 - 2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566 - 2570 แล้วเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/1150 ลงวันที่ 20 มกราคม 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2565-2570) สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เห็นควรให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมทั้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความพร้อม ความจำเป็น และความเหมาะสมที่จะต้องใช้จ่ายในแต่ละปีงบประมาณ ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมควรนำผลการติดตามและประเมินผลโครงการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผลิตแพทย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพของประเทศอย่างเป็นระบบ ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง และกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ. เช่น ควรมีการติดตามประเมินผลโครงการ วางแผนปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับทุนของโครงการ และวางแผนการบรรจุและแต่งตั้งให้มีบุคลากรสาขาแพทย์ เป็นต้น 2. ให้กระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรเร่งนำเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) มาใช้ในการบริการด้านสุขภาพ ควบคู่กับการธำรงแพทย์ให้อยู่ในพื้นที่ และเร่งรัดดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลแพทย์ รวมถึงระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/17657 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ.2564-2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566-2570 และ (ร่าง) แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติดังนี้ 1. เห็นชอบแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566-2570 (แผนด้านการอุดมศึกษาฯ) และ (ร่าง) แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 เป็นแผนภายใต้กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 (แผนด้าน ววน.) จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนนโยบายและยุทธศาสตร์เดิม โดยกำหนดให้มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดในช่วงเวลาเดียวกัน ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเสนอ 2. ให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรม รวมทั้งข้อเสนอแนะของกระทรวงสาธารณสุข เช่น แผนด้านการอุดมศึกษาฯ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566-2570 ควรมีความสอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ และควรมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐในการพัฒนานวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ 3. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในการดำเนินงาน และติดตามความก้าวหน้าให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมตามห้วงระยะเวลาที่กำหนดด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/26388 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 114,970,403,419 บาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ตามกรอบวงเงินดังกล่าว และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จำนวน 31,100,000,000 บาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามกรอบวงเงินดังกล่าว ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของภารกิจในความรับผิดชอบเพื่อดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมตามห้วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยในส่วนของการพัฒนากำลังคน หลักสูตรระยะสั้น None Degree (Re-Skills, Up Skills, New Skills) นั้น ให้พิจารณาปรับเพิ่มจำนวนนักศึกษาเป้าหมายจากเดิม 25,000 คน ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม คุ้มค่า สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้เป็นสำคัญด้วย 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลังและข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณต่อไป ควรเน้นกลุ่มที่ต้องการพัฒนาทักษะระดับสูงและความรู้ใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และความคิดเชิงนวัตกรรมควบคู่ความรู้เชิงวิชาการเพื่อการประกอบอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป และภาครัฐควรออกแบบมาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่ต้องอาศัยระยะเวลาและองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงเงินทุนสนับสนุนด้วย -
การจัดทำแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ทบทวนและปรับปรุงแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2570 ให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ที่สำคัญในช่วง พ.ศ. 2566 – 2570 และเชื่อมโยงกับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 โดยยังคงเน้นย้ำบทบาทอุดมศึกษาเป็นฐานการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้แบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดย แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566 – 2570 เป็นกรอบการยกระดับคุณภาพของระบบอุดมศึกษาให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ที่เป็นปัจจัยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของสังคมไทย กำหนดวิสัยทัศน์ “อุดมศึกษาสร้างคน สร้างปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม เพื่อพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาศักยภาพคน ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาและสมรรถนะกำลังคนตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างบุคลากรอุดมศึกษาคุณภาพสูง ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษา มุ่งสร้างความเข้มแข็งโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยในระบบอุดมศึกษา เพื่อการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์ การพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัย ทั้งในและนอกประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 จัดระบบอุดมศึกษาใหม่ เร่งปฏิรูปข้อจำกัดและอุปสรรคต่อการพัฒนาอุดมศึกษา มุ่งเน้นการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามอัตลักษณ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบฐานข้อมูล ตลอดจนการปฏิรูประบบการเงินอุดมศึกษา -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/2555 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 เรื่อง โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2559 - 2572) ในประเด็นอัตราค่าใช้จ่ายทุนการศึกษาระดับปริญญาโทในต่างประเทศ จากเดิม อัตราค่าใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาปริญญาโททางการสอนในต่างประเทศ อัตรา 1,547,500 บาท/คน/ปี ขอทบทวนเป็น อัตราค่าใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาปริญญาโททางการสอนในต่างประเทศโดยให้เป็นไปตามอัตราค่าใช้จ่ายนักเรียนทุนรัฐบาลที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ทั้งนี้ อัตราค่าใช้จ่ายที่ขอทบทวนดังกล่าวไม่เกินกรอบวงเงินเดิมของโครงการฯ ที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 4,693,970,000 บาท ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการตามความเห็นของสำนักงบประมาณต่อไป รวมทั้งให้รับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงาน ก.พ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ที่ควรพิจารณากำหนดแนวทางและเงื่อนไขการชดใช้ทุนให้สอดรับกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน อาทิ การกำหนดให้มีการชดใช้ทุนด้วยระยะเวลาที่ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน การชดใช้ทุนด้วยเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุน และเงินอีกจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินทุนเป็นเบี้ยปรับ และควรคำนึงถึงแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 โดยอาจมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแล ติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการ เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ ส่งผลให้ได้ทรัพยากรบุคคลที่ตรงกับความต้องการทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกระทรวงแห่งโอกาส ปัญญา และอนาคต และเป็นหน่วยงานระดับแนวหน้าที่มีสรรพกำลังและความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ใน 2 ระยะ ระยะสั้นหรือเฉพาะหน้าเพื่อจัดการและแก้ปัญหาเร่งด่วนในสถานการณ์โควิด19 อาทิ การแก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤติโควิด19 การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสู้ภัยโควิด19และศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ในสถาบันอุดมศึกษา การลดค่าเทอมเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครอง และการดึงจิตอาสา และอาสาสมัครมาช่วยผู้ป่วยโควิด 19 ภายใต้โครงการ อว. พารอด อีกทั้ง อว. สามารถสร้างผลประโยชน์ ระยะกลางและระยะยาวให้กับประเทศ ด้วยการขับเคลื่อน BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพื่อนำไปสู่ประเทศ อุตสาหกรรม 4.0