Items
Tag
นวัตกรรมทางการศึกษา
-
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: บทเรียนออนไลน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: บทเรียนออนไลน์เพื่อฝึกทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์ -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ในรูปแบบออนไลน์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: สื่อการเรียนการสอนเสมือนจริง เรื่อง ทัศนศาสตร์ -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: การพัฒนาบอร์ดเกม AR -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: เครื่องแยกแสง compact disc แบบพกพา -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: สื่อการเรียนการสอน เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: ชุดการทดลองเคมีย่อส่วนร่วมกับแอปพลิเคชั่น -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/24139 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานีต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 วันที่ 23กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน เนื้อที่จำนวน 1.08 ไร่ บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ควรพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมการก่อสร้างอาคารและคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณข้างเคียง ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการดำเนินการตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2556 ค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงรักษาป่าชายเลนทดแทนไม้น้อยกว่า 20 เท่า ของพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้ประโยชน์ ตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2566 ให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 หรือเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม แล้วแต่กรณี วิทยาลัยชุมชนปัตตานีควรมีแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพนิเวศของป่าชายเลนที่อยู่โดยรอบร่วมกับนักศึกษาและชุมชนในบริเวณใกล้เคียงในระยะต่อไป เป็นต้น -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/332 ลงวันที่ 6 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาไทย-ตุรกี ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งราชอาณาจักรไทยและสภาอุดมศึกษาแห่งสาธารณรัฐตุรกี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับสถาบันสำหรับคู่ภาคีเพื่อจัดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยมีสาระสำคัญ เช่น 1. ขอบเขตความร่วมมือ (คู่ภาคีจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและการฝึกงานของนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศภายใต้โครงการที่กำหนด) 2. หลักสูตร (คู่ภาคีจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งการดำเนินการและการพัฒนาหลักสูตรร่วมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ ตามกฎหมายและระเบียบของประเทศของตน) 3. การรับนักเรียนทุน (คู่ภาคีอาจส่งและรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของตนภายใต้กรอบของกฎหมายของประเทศของตนและวิธีการที่ภาคีเห็นชอบร่วมกัน) 4. ระยะเวลา (มีผลบังคับใช้วันที่ลงนามครั้งสุดท้าย และมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 4 ปี) 5. การแก้ไข (สามารถแก้ไขได้ทุกเมื่อโดยความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคี) 6. การยกเลิก (ต้องได้รับความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคีโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 60 วัน) 7. การระงับข้อพิพาท (ให้ได้รับการแก้ไขอย่างฉันมิตรโดยการปรึกษาหารือและการเจรจาระหว่างคู่ภาคี) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/1451 ลงวันที่ 24 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Foreign Affairs and Trade of Hungary on Cooperation within the Framework of the Stipendium Hungaricum Programme for the Years 2023-2025) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคคลในระดับอุดมศึกษา โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนแก่ผู้รับทุนชาวไทย จำนวน 40 ทุนต่อปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาตรี-โทต่อเนื่อง ปริญญาโท และปริญญาเอก ณ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศฮังการี ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ รัฐประศาสนศาสตร์และการบริหารการปกครองสาธารณะ และครุศาสตร์และอักษรศาสตร์ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และหากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงบประมาณ และข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการจัดสรรทุนที่ได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ ควรประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังคนของประเทศในทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง