Items
Tag
มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ
-
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 04 ประจำเดือน 04 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับนโยบายผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ การประกันคุณภาพการศึกษา และการออกนอกระบบ ซึ่งการบริหารมหาวิทยาลัยเป็นอิสระและปลอดจากระบบราชการ มี 3 กรณีคือ ด้านการบริหาร การเงินงบประมาณด้านวิชาการ และด้านการบริหารงานบุคคล ซึ่งทั้ง 3 ด้านอยู่ในความดูแลของสภามหาวิทยาลัย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด และในฐานะที่เป็นองค์กรสาธารณะภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในฐานะที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมาดำเนินการ รวมถึงฐานะที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากภายนอก หลักการของการออกนอกระบบแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องออกนอกระบบเหมือนกันหมด แต่รูปแบบของการบริหารภายในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้วได้แก่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และที่กำลังจะออกนอกระบบอีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เชียงราย -
ข่าวปีที่ 2 ฉบับที่ 07 ประจำเดือน 07 พ.ศ. 2542 เกี่ยวกับรัฐบาลเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัย ประมวลความคืบหน้า ครม. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ โดยทบวงมหาวิทยาลัย มีหนังสือแจ้งเวียนถึงทุกมหาวิทยาลัยและสถาบัน เรื่องมติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2542 -
ข่าวปีที่ 3 ฉบับที่ 04 ประจำเดือน 04 พ.ศ. 2543 เกี่ยวกับประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ขอให้รัฐบาลขยายเวลาในการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ และ เสนอให้รัฐบาลดำเนินการมาตรฐานต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในการดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับได้แก่ 1. ให้บุคลากรทุกกลุ่มในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพิจารณาดำเนินการ เพื่อการนำมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ 2. ควรให้การประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติอย่างกว้างขวางและทั่วถึง และมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติตามผลการประชาพิจารณ์อย่างจริงจัง 3. ไม่ควรยุบองค์กรสภาอาจารย์ / สภาคณาจารย์ ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่อธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ควรคงไว้เพื่อให้เป็นองค์กรตัวแทนของคณาจารย์ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ดูแลมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งจรรยาอาจารย์ ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมตามหลักการของ good governance 4. ไม่ควรใช้วิธีบังคับให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยพ้นสภาพข้าราชการ แต่ควรใช้วิธีการชี้แจงทำความเข้าใจให้เห็นผลดีถึงการเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย 5. เนื่องจากมหาวิทยาลัยของรัฐฝังตัวอยู่กับระบบราชการมานาน การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปโดยที่มหาวิทยาลัยและบุคลากรยังไม่มีความพร้อม อาจสร้างความขัดแย้งและเกิดผลเสียกับมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง การเปลี่ยนแปลงจึงควรใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นมากกว่าระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ในปัจจุบัน 6. รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของคนยากจนในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกำกับอย่างทั่วถึง