Items
Tag
แผนพัฒนาการศึกษา
-
มหาวิทยาลัยทักษิณได้ดำเนินงานมาได้ระยะหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ระยะยาวมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2553-2567 ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแนโน้มการพัฒนาภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประชากร สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ลักษณะของเศรษฐกิจในอนาคตจะมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ดำเนินไปในกระแส ของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้รูปแบบของระบบการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งรูปแบบของระบบการศึกษาทำให้ไทยต้องเร่งสร้างคุณภาพในการจัดการศึกษารวมทั้งการรู้จักอนุรักษ์และพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้านสังคมจะเป็นสังคมภูมิปัญญามากขึ้นในลักษณะสังคมฐานความรู้ และการเคลื่อนย้ายถิ่นแบบไร้พรมแดนจะทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ปีญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ด้านการเมืองการปกครอง ประชาชนจะตื่นตัวในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และให้ความสำคัญในด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ภายใต้กระแสการปกครองระบอบประชาธิปไตย จะต้องสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกระดับ โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ ส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี ปรองดอง และเน้นการแก้ปัญหาด้วยวิธีสมานฉันท์ การเปลี่ยนแปลงบริบทต่างๆ ของโลกในกระแสโลกาภิวัตน์ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาให้คนมีความรอบรู้ เข้าใจ และเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงในการจัดการศึกษา คือ นักเรียนมัธยมที่เป็นตัวป้อนให้แก่อุดมศึกษามีคุณภาพโดยรวมต่ำลง โดยพิจารณาจากสัมฤทธิผลการศึกษา ความสามารถพื้นฐานการอ่านภาษาไทยซึ่งเป็นฐานของการเรียนรู้ทางวิชาการ การขาดโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอทางวิชาการมหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ต่อไปในระยะยาว -
มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ทบทวน และปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย โดยจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2561-2580 (ระยะยาว 20 ปี) โดยกำหนดความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ไว้ 5 ด้าน คือ 1. ความเป็นเลิศด้านการผลิตบัณฑิตที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน 2. ความเข้มแข็งด้านการวิจัย 3. ความเป็นนานาชาติ 4. การบริหารจัดการเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และ 5. ความมั่นคงทางการเงิน และจากความท้าทายนี้ได้นำไปกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดหลัก จากตัวชี้วัดหลักจึงกำหนดกลยุทธ์ และโครงการ/กิจกรรม -
การปรับแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ ระยะที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) : ปรับปรุงปี 2559 สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ได้นําเสนอ ต่อสภามหาวิทยาลัย ตลอดจนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงข้อคิดเห็นผลการประเมินการเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สะท้อนถึงการปรับวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
ยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562-2565) ของศาสตราจารย์คลินิกนายแพท์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2561 ซึ่ีงการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มหาวิทยาลัยได้ทบทวนปัจจัยภายนอกที่ส าคัญตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนปฏิรูปประเทศ ดังนั้นยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 - 2565) มีการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ของประเทศ -
ตามมติสภามหาวิทยาลัยคราวประชุมที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ได้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน" รวมถึงพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ที่สำคัญ -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้ดำเนินการมาถึงระยะครึ่งแผน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) ซึ่งที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 11/2563 มีมติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 12 ไปอีก 1 ปี เพื่อให้ตรงตามกรอบระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะสิ้นสุดการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การเปลี่ยนแปลงที่เป็นบริบทสำคัญของการจัดการศึกษาในโลกยุค Disruption การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงนโยบายสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable Development) และการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ(Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy : BCG) และแผนการบริหารงานของอธิการบดีที่ได้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว พร้อมได้ระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารส่วนงานผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กบม.) และที่ประชุมกลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะครึ่งแผน โดยกำหนดวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายมุ่งสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ตามแนวทาง Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก รวมถึงสร้างผลกระทบในรูปแบบ Socio-economic Impact มากกว่า 7,000 ล้านบาท และการประเมิน EdPEx อยู่ที่ระดับมากกว่า 350 คะแนน (TQC) พร้อมได้นำแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDGs ขององค์การสหประชาชาติ (UN) บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนบริหารจัดการเพื่อเป็นองค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศ มาเป็นกรอบวัตถุประสงค์ของแผน ผ่านประเด็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวม 7 ด้าน และ 9 กลยุทธ์เพื่อใช้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ต่อไป -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) เป็นแผนที่ได้จัดทําขึ้นในลักษณะแผนกลยุทธ์ ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวมให้ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทิ นักศึกษา ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน/สังคม องค์กรของรัฐและเอกชนที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย โดยน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการขับเคลื่อนให้สามารถพัฒนามหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนประเทศสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) -
ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต” อันประกอบด้วย 1. นโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2. ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในอนาคต 3. การเปลี่ยนแปลงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษา 4. ภารกิจและบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาสำหรับอนาคต และ 5. แนวทางการออกแบบพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้เพียงพอสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลายและสอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม (Industrial Participation) และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Participation) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกรอบแนวทางในกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้ก่อเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด และยังจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุดมศึกษาไทยให้สอดรับกับวิวัฒนาการการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตในมิติอื่น ๆ ด้วย