Items
Tag
มหาวิทยาลัยรัฐ
-
สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำโครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏเพิ่มเติมจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย สถาบันราชภัฏนครพนม สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์ สถาบันราชภัฏชัยภูมิ และสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด การดำเนินโครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2540 – 2542 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด ได้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 118 ตอนที่ 59 ก ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 -
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีพัฒนาการมากว่า 80 ปี เริ่มจากการต่อตั้งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 จนถึงในปัจจุบันยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา” มีฐานะเป็นนิติบุคคลมากกว่าสิบปี แบ่งยุคของการพัฒนาองค์กรตามลำดับ 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 โรงเรียนฝึกหัดครู (พ.ศ. 2477 -2504) ระยะที่ 2 วิทยาลัยครู (พ.ศ. 2505-2538) ระยะที่ 3 สถาบันราชภัฏยะลา (พ.ศ.2538-2547) ระยะที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (15 มิถุนายน 2547-ปัจจุบัน) -
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในจังหวัดมหาสารคาม พัฒนามาจากวิทยาลัยครูมหาสารคามที่ได้รับการสถาปนาในปี พ.ศ. 2505 และสถาบันราชภัฏมหาสารคามในปีพ.ศ. 2535 ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พื้นที่ในเมืองและมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม -
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2514 โดยจัดการศึกษาแบ่งเป็นภาคปกติ คือ ระดับปริญญาตรี (จันทร์-ศุกร์) และระดับปริญาตรี (เสาร์ -อาทิตย์) และภาคพิเศษ ได้แก่ ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก -
เมื่อปี พ.ศ. 2514 นายจำรูญ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับพ่อค้าประชาชน และสมาชิกผู้แทนราษฏรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอจัดตั้งวิทยาลัยครูขึ้นกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วอนุมัติให้สร้างวิทยาลัยครูขึ้นที่จังหวัด เพชรบูรณ์โดยประกาศตั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2516 และได้แต่งตั้งให้ นายน้อย สีป้อ อาจาร์เอก วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม พิษณุโลก มารักษาการในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และได้รับนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา พ.ศ. 2519 โดยรับผิดชอบการศึกษาในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร -
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี เดิมตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี มีชื่อว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรม" ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 จึงย้ายมาตั้งในจังหวัดเพชรบุรี -
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มก่อนตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2464 ในนามโรงเรียนพิษณุโลกวิทยายน มีประวัติการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในการผลิตบุคคลากรทางการศึกษาของประเทศ -
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เริ่มมีการจัดการศึกษาเพื่อฝึกหัดครู ตั้งแต่ พ.ศ. 2435 โดยโรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรก คือ "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" ต่อมา ทางกระทรวงธรรมการได้ดำเนินการจัดตั้งการฝึกหัดครูในหัวเมืองขึ้นในมณฑลกรุงเก่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2448 โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า “ โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า ” ตั้งอยู่ที่หลังพระราชวังจันทรเกษม โดยมีจุดประสงค์เพื่อฝึกหัดครูมูลสามัญ ในปี พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้ง "โรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม" ณ ตำหนักเพนียด มณฑลกรุงเก่าอีกแห่งหนึ่ง เพื่อฝึกหัดครูกสิกรรมสอนวิชาวิสามัญ การฝึกหัดครูกสิกรรมกับการฝึกหัดครูมูลสามัญเป็นการฝึกหัดครูในระดับเดียวกัน แต่ได้แยกกันเรียนคนละแห่งนั้นเนื่องจากการฝึกหัดครูมูลกสิกรรมจำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับฝึกหัดทำการกสิกรรมด้วยซึ่งบริเวณหลังพระราชวังจันทรเกษมไม่มีสถานที่นั่นเอง ต่อมา พ.ศ. 2475 ได้มีการยุบ "โรงเรียนฝึกหัดครูเมืองกรุงเก่า" ลง ดังนั้น การฝึกหัดครูจึงรวมอยู่ใน "โรงเรียนฝึกหัดครูมูล" ตำหนักเพนียดเพียงแห่งเดียว โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูมูลฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" และในปี พ.ศ. 2479 ทางราชการเห็นสมควรให้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูมูลฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จากตำหนักเพนียดไปอยู่ในกรมทหารหัวแหลม เพราะมีสถานที่เหมาะสมกว่า โดยแยกเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" และ "โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีประกาศนียบัตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" และเปิดทำการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2479 ได้มีการย้ายโรงเรียนออกจากกรมทหาร โดยโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ย้ายไปสร้างอยู่ในที่ราชพัสดุติดกับวัดวรโพธิ์ ส่วนโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี ย้ายไปอยู่ที่ ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยในปี พ.ศ. 2491 โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครู พระนครศรีอยุธยา" จนกระทั่ง พ.ศ. 2509 โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยา ได้ย้ายสถานที่ตั้งมาอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน พร้อมทั้งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น " วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา" โดยโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพระนครศรีอยุธยาได้ถูกยุบรวมเข้ามาสังกัดวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา เมื่อปี พ.ศ. 2538 ได้มี พ.ร.บ.สถาบันราชภัฏ โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานนาม "ราชภัฏ" ให้เป็นชื่อใหม่ของวิทยาลัยครูทั่วประเทศ ทำให้วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา เปลี่ยนชื่อเป็น "สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา" และปี พ.ศ. 2547 สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้ยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา" -
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นมหาวิทยาลัยด้านการฝึกหัดครูที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ได้รับการสถาปนาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" สังกัดกระทรวงธรรมการ ทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อรองรับการขยายตัวของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435 เป็นสถานศึกษาด้านการฝึกหัดครูแห่งแรกของประเทศไทย มีมิสเตอร์กรีนรอด ชาวอังกฤษเป็นอาจารย์ใหญ่คนเแรก โดยมีที่ตั้งครั้งแรกอยู่ในบริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง จากนั้นก็ได้ย้ายไปสถานที่ตั้งไปอีกหลายแห่ง -
มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ได้เริ่มก่อตั้งเป็น “วิทยาลัยครูบุรีรัมย์” การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2514 ด้วยความต้องการของทางราชการและประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ (นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้เพื่อสนองความต้องการของประเทศที่กำลังขาดแคลนวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2514 โดยได้รับงบประมาณ (ปีงบประมาณ 2515) จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน ไฟฟ้า และประปา เป็นต้น ในปี พ.ศ. 2547 มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏขึ้นมาใช้แทนพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฎ มหาวิทยาลัยบุรีรัมย์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลทำให้การดำเนินการตามภารกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น มีสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ สภาส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและสภาคณาจารย์และข้าราชการพลเรือน เกิดขึ้น การแบ่งส่วนราชการของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยสำนักงานอธิการบดีคณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ สถาบันวิจัย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มีโครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ราชพัสดุบริเวณตำบลปะคำและตำบลหูทำนบซึ่งเดิมอยู่ในความดูแลของสถานีวิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 1,834 ไร่ 1งาน 32 ตารางวา และกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเมื่อเดือน กรกฎาคม 2548 ซึ่งมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดสร้างเป็นวิทยาเขต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ท้องถิ่นตามปรัชญาของมหาวิทยาลัย -
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2439 เดิมมีชื่อว่า โรงเรียนราชวิทยาลัย -
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2465 มีชื่อเดิมว่า โรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม ประจำมณฑลนครสวรรค์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2475ได้มีการยุบไปรวมกับโรงเรียนฝึกหัดครูมูลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในปี พ.ศ. 2477 ได้จัดตั้งเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญเกษตรกรรม ปี พ.ศ. 2498 จัดตั้งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูนครสวรรค์ ปี พ.ศ. 2511 จัดตั้งเป็นวิทยาลัยครูนครสวรรค์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ และวันที่ 15 มิถุนายน 2547 ได้เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ -
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หรือเรียกว่า ราชภัฏนครฯ เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก่อตั้งในชื่อ "โรงเรียนฝึกหัดครูนครศรีธรรมราช" เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2500 ตั้งอยู่ที่ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช -
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีต้นกำเนิดจาก “โรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม ประจำมณฑลนครราชสีมา” ซึ่งกระทรวงธรรมการได้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2466 ที่ข้างวัดโพธิ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอนหลักสูตรประโยคครูมูลสามัญ (ป.) และประโยคครูประกาศนียบัตรจังหวัด (ว.) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ ย้ายที่ตั้งปรับหลักสูตรการศึกษา และมีพัฒนาการมาเป็นลำดับ จนเป็นมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน -
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เริ่มเปิดทำการเรียนการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2479 ในนาม "โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูนครปฐม" พ.ศ. 2479 เริ่มตั้งเป็น “โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูนครปฐม” โดยใช้ตึกหอทะเบียนมณฑลนครชัยศรี ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 86 ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม รับเฉพาะนักเรียนหญิง เปิดสอนชั้นฝึกหัดครูประชาบาล พ.ศ. 2511 เปลี่ยนชื่อโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูนครปฐม เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูนครปฐม พ.ศ. 2513 เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนฝึกหัดครูนครปฐม เป็นวิทยาลัยครูนครปฐม เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2513 และเปิดสอน ระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวิทยาลัยครูว่า “สถาบันราชภัฏ” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยใน พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 พิมพ์ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป -
มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มีจุดกำเนิดครั้งแรกจากการตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี อาชีวศึกษา ในสังกัดกรมอาชีวศึกษา เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 เพื่อผลิตครูอาชีวศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยม (ป.ม.) โดยรับนักเรียน ที่สำเร็จจากโรงเรียนอาชีวศึกษาชั้นสูง เข้าศึกษาต่อในหลักสูตร 2 ปี สาขาการช่างสตรี ในระยะแรกฝากเรียนที่โรงเรียนช่างสตรีพระนครได้ -
มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2463 ในวันที่ 21 กันยายน พุทธศักราช 2463 โดยเริ่มการการก่อตั้ง "โรงเรียนลวะศรี" ซึ่งเปิดสอนเฉพาะนักเรียนหญิง ณ พระที่นั่งจันทรพิศาล ในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนเทพสตรีวิทยาลัย" หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2483 ได้ย้ายโรงเรียนมาที่ถนนนารายณ์มหาราช พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนสตรีลพบุรี" และได้รับการยกฐานะเป็น "วิทยาลัยครูเทพสตรี" ซึ่งนับเป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกในส่วนภูมิภาค ต่อมา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” แทนชื่อ "วิทยาลัยครู" มีผลให้ "วิทยาลัยครูเทพสตรี" เปลี่ยนชื่อเป็น"สถาบันราชภัฏเทพสตรี" และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏเทพสตรีเปลี่ยนสภาพเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี" ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน -
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ" มีบทบาทและความรับผิดชอบในฐานะสถาบันการศึกษาและวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่น และผลิตครูบุคลากรทางการศึกษา ทำการวิจัยส่งเสริมวิทยฐานะของครู อาจารย์ และบุคลากรประจำการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ในปี พ.ศ. 2518 "โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ" หรือ "โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่" ได้ยกฐานะขึ้นเป็น "วิทยาลัยครูเชียงใหม่" ตาม "พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518" ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า "สถาบันราชภัฏ" แปลว่า "ผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา" ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ เป็นตราประจำสถาบันราชภัฏ และเมื่อได้ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ"ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 "วิทยาลัยครูเชียงใหม่" จึงมีชื่อเป็น "สถาบันราชภัฏเชียงใหม่" เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธยใน "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547" อันมีผลให้สถาบันราชภัฏ 41 แห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวราชภัฏทุกคน -
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2512 ในนามชื่อ "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาเชียงราย" จนกระทั่งถึงปี พุทธศักราช 2516 เปลี่ยนมาเป็น "วิทยาลัยครูเชียงราย" -
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ บนเขาสระหงส์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย หมู่บ้านนาฝายและหมู่บ้านห้วยชัน ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มอบให้เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย จำนวน 1,482 ไร่เศษ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือ ประมาณ 12.5 กิโลเมตร ด้านหน้าติดกับถนนหลวงสาย ชัยภูมิ-ตาดโตน ด้านข้างติดกับถนน รพช. สายห้วยชัน-ห้วยต้อนมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้เริ่มดำเนินการก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้รับอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540โดยนายสุขวิช รังสิตพลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขออนุมัติในวันที่ 20 เมษายน 2540 โดยจัด สรรงบประมาณแผ่นดินมาให้ดำเนินการในปี พ.ศ. 2540 จำนวน 30 ล้านบาท -
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2483 เดิมเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมัธยมแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยม (ป.ม.) โดยมี มล. มานิจ ชุมสาย เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกและจัดให้มีการเรียนการสอนโดยใช้อาคารเรียนในเขตวังจันทรเกษม ด้านหลังกระทรวงศึกษาธิการ จึงเรียกกันติดปากว่า ป.ม.หลังกระทรวง พ.ศ. 2501 ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนหลักสูตรการผลิตครูจาก ป.ม. เป็น ป.กศ. ชั้นสูง (ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง) และย้ายจากสถานที่ตั้งเดิมมาอยู่ที่ซอยสังขะวัฒนะ 2 (ซอยลาดพร้าว 23) ตำบลลาดยาว (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแขวงจันทรเกษม) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 89 ไร่ 88 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน และใช้ชื่อว่า วิทยาลัยครูจันทรเกษม พ.ศ. 2534 ได้รับรางวัลพระราชทานสถาบันการศึกษาดีเด่นระดับอุดมศึกษา จากกระทรวงศึกษาธิการ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระราชทานนามใหม่เป็น สถาบันราชภัฏจันทรเกษม 24 มกราคม พ.ศ. 2538 พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ 2547 ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม -
สถาบันราชภัฏกำแพงเพชร เป็นสถาบันอุดมศึกษา สังกัดสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ (เดิมคือ กรมการฝึกหัดครู) กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนปี พ.ศ. 2516 กรมการฝึกหัดครูมีแผนการขยายการฝึกหัดครูให้ครอบคลุมทั่วประเทศ กำหนดให้วิทยาลัยครูรับผิดชอบผลิตครูเขตละ 2 จังหวัด ต่อมาในปี พ.ศ 2515 คณะกรรมการจากกระทรวงศึกษาธิการได้ตกลงจัดตั้งวิทยาลัยครูกำแพงเพชร โดยใช้ที่ดินสาธารณะทุ่งคอกวัว จำนวน 1,000 ไร่ และชื้อที่ดินเพิ่มเติมพื้นที่อีกส่วนหนึ่งราษฎรยกที่ดิน ให้เพื่อสาธารณะจะเชื่อมต่อถึงลำน้ำปิงจำนวน 420 ไร่ กระทั่งในปี 2516 มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมการฝึกหัดครูจัดตั้งวิทยาลัยครูกำแพงเพชร โดยสถาปนาขึ้นเมื่อ 29 กันยายน พ.ศ. 2516 วิทยาลัยครูกำแพงเพชร ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านวังยาง หมู่ที่ 1 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชรตามถนนพหลโยธินไป 8 กิโลเมตรมีเนื้อที่ 421 ไร่ 58 ตารางวา ระยะเริ่มแรกประกอบด้วย 3 คณะ คือ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ในเวลาต่อมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” ให้กับวิทยาลัยครูทั่วประเทศ จึงมีผลทำให้วิทยาลัยครู เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สถาบันราชภัฏตั้งบัดนั้น ต่อมาได้รับจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในปี พ.ศ. 2547 -
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่พัฒนามาจากการสถาปนาวิทยาลัยครูกาญจนบุรี มีชื่อว่า “วิทยาลัยครูกาญจนบุรี” สังกัดกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2516 สถานที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านพุพระ หมู่ 4 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี -
โรงเรียนช่างกลแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ในนาม "โรงเรียนอาชีพช่างกล" ณ ตึกพระคลังข้างที่ ตรอกกัปตันบุช ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยคณะนายทหารเรือ นำโดย น.อ. พระประกอบกลกิจ ร.น. และพลเรือตรีสงบ จรูญพร ร.น. พลเรือตรีพระยาวิจารณ์จักรกิจ นามเดิมบุญรอด สวาทะสุข (อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ) กับเรือเอกทิพย์ ประสานสุข ร.น. เป็นผู้ช่วยเหลือในการก่อกำเนิดโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้ปลูกฝังอาชีพช่างให้กับเยาวชนไทย อีกสองปีต่อมาคือในปี พ.ศ. 2477 โรงเรียนอาชีพช่างกลจึงย้ายไปตั้งแทนที่กรมแผนที่ทหารบก ซึ่งได้ย้ายไปจากบริเวณท่าเรือ โรงเรียนราชินีล่าง จนปีต่อมาได้โอนโรงเรียนอาชีพช่างกลมาอยู่ในสังกัดกระทรวงธรรมการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พร้อมชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนมัธยมอาชีพช่างกล ในปี พ.ศ. 2480 ได้มีการดำเนินการเช่าที่ดินตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เดิม มีเนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ ได้จัดสร้างอาคารเรียน 1 หลัง โรงฝึกงานอีก 8 หลัง แล้วย้ายโรงเรียนมัธยมอาชีพช่างกลมาอยู่ที่โรงเรียนใหม่นี้ -
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2531 ภายใต้ชื่อ "วิทยาลัยอุบลราชธานี" สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเปิดทำการสอนในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาในปีพุทธศักราช 2533 รัฐบาลสมัย พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ ได้มีมติยกฐานะวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็น “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐลำดับที่ 19 สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2533 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2533 ต่อมาสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้แต่งตั้งให้ "รองศาสตราจารย์สมจิตต์ ยอดเศรณี" ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นคนแรกของมหาวิทยาลัย