Items
-
ข่าวปีที่ 6 ฉบับที่ 08 ประจำเดือน 09 พ.ศ. 2536 เกี่ยวกับผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปีของทบวงมหาวิทยาลัย โดยการพัฒนาทางด้านสถาบันอุดมศึกษานั้น ทบวงมหาวิทยาลัย ได้กระจายโอกาสทางการศึกษาของประชาชนกล่าวคือ ทบวงมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการสนับสนุนให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในต่างจังหวัดมากขึ้น และในด้านของหลักสูตร มหาวิทยาลัยของรัฐได้เปิดหลักสูตรใหม่และปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรมากกว่า 136 หลักสูตร และจัดตั้งภาควิชา สาขาวิชา และคณะใหม่ เพิ่มอีก 51 แห่ง ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน ได้เปิดหลักสูตรสาขาวิชาใหม่เพิ่มอีก 45 หลักสูตร และได้ให้การรับรองหลักสูตรเป็นการถาวรหลังจากได้ทดลองตรวจสอบแล้วอีก 45 หลักสูตร และอีก 45 สาขาวิชา -
ข่าวปีที่ 6 ฉบับที่ 10 ประจำเดือน 11 พ.ศ. 2536 เกี่ยวกับทบวงมหาวิทยาลัย อนุมัติให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดตั้งภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยบรรจุลงในแผนพัฒนาการศึกษา ระยะที่ 7 -
ข่าวปีที่ 7 ฉบับที่ 03 ประจำเดือน 03 พ.ศ. 2537 เกี่ยวกับพรบ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2522 ที่นักศึกษาและบุคลากรควรทราบ -
ข่าวฉบับที่ 01 ประจำเดือน 02 พ.ศ. 2541 เกี่ยวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เตรียมพร้อมเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ประยุกต์ใช้ระบบ ISO 9000 ในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยการปรับบทบาทของคณะและภาควิชาต่าง ๆ และฝ่ายสนับสนุนวิชาการให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นแกนในการประกันคุณภาพได้อย่างแท้จริง โดยรณรงค์ให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรม 5 ส จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ สำหรับฝ่ายสนับสนุนวิชาการเรื่อง การจัดทำภาระงาน (Job Description) พร้อมทั้งพัฒนาระบบการเรียนการสอนและให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาด้วยระบบ ISO 9000 เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากลและก้าวสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการต่อไป -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 02 ประจำเดือน 02 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับ การผลิตบัณฑิตสาขากฎหมายอิสลามเป็นแห่งแรกในประเทศไทยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระดมพลังสมองผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เปิดสาขาวิชากฎหมายหรือชารีอะฮเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ปีการศึกษา 2541 เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบันที่มีการใช้กฎหมายอิสลามในกระบวนการยุติธรรมของประเทศมุสลิมเกือบทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายครอบครัวและมรดก -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 04 ประจำเดือน 04 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับนโยบายผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ การประกันคุณภาพการศึกษา และการออกนอกระบบ ซึ่งการบริหารมหาวิทยาลัยเป็นอิสระและปลอดจากระบบราชการ มี 3 กรณีคือ ด้านการบริหาร การเงินงบประมาณด้านวิชาการ และด้านการบริหารงานบุคคล ซึ่งทั้ง 3 ด้านอยู่ในความดูแลของสภามหาวิทยาลัย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยต้องจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด และในฐานะที่เป็นองค์กรสาธารณะภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในฐานะที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมาดำเนินการ รวมถึงฐานะที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากภายนอก หลักการของการออกนอกระบบแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องออกนอกระบบเหมือนกันหมด แต่รูปแบบของการบริหารภายในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแล้วได้แก่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และที่กำลังจะออกนอกระบบอีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เชียงราย -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 05 ประจำเดือน 05 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กำลังจะเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการ โดยทบวงมหาวิทยาลัย กำหนดให้ทุกมหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบราชการภายในปี 2545 ส่วนสงขลานครินทร์คาดว่าจะมีแผนออกก่อนกำหนด ซึ่งรองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี ชี้แจงเมื่อวิทยาเขตปัตตานีจะต้องเตรียมการออกนอกระบบราชการ โดยจะต้องแสวงหางบประมาณหรือแหล่งเงินทุนมาสนับสนุนการดำเนินการมากขึ้น และต้องมีการปรับโครงสร้างและแนวทางการทำงาน รวมทั้งนำระบบประกันคุณภาพมาใช้อย่างเป็นระบบ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือจะต้องปรับการเรียนการสอน โดยเน้นที่สาขาวิชาที่ได้รับความนิยมให้มากขึ้น หรือสนับสนุนให้มีการพัฒนาในสาขาวิชาที่เป็นจุดเด่นของแต่ละคณะด้วย -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 08 ประจำเดือน 08 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับการที่มหาวิทยาลัยนอกระบบมีข้อดีมากกว่า โดยรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัยชี้แจงให้บุคลากรมหาวิทยาลัยมั่นใจว่า การเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ บุคลากรสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญา และมีความคล่องตัวในการบริหารได้เต็มที่ ซึ่งมหาวิทยาลัยนอกระบบไม่ใช่ส่วนราชการ แต่เป็นหน่วยงานของรัฐ ความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยกับระบบราชการจะหมดไปทันที จะมีเฉพาะความสัมพันธ์ที่กฎหมายกำหนดในพระราชบัญญัติแต่ละแห่งว่ารัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เป็นผู้แทนราษฎร์ต้องมีหน้าที่กำกับ โดยมีปลัดทบวงมหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วย -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 10 ประจำเดือน 10 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล โดยสรุปได้ว่าการปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลนั้น มีเป้าหมายเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถกำกับดูแลตนเองได้โดยอิสระมากยิ่งขึ้น อันเป็นการสอดคล้องกับลักษณะของสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องการความคล่องตัวและไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการ -
ข่าวปีที่ 1 ฉบับที่ 11 ประจำเดือน 11 พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดเสวนา "อนาคต ม.อ. ปัตตานี ปี 2560" เพื่อพิจารณาแผนแม่บทระยะ 15 ปี โดยปลัดทบวงมหาวิทยาลัยเผยมหาวิทยาลัยนอกระบบ รัฐยังให้งบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอ -
ข่าวปีที่ 2 ฉบับที่ 07 ประจำเดือน 07 พ.ศ. 2542 เกี่ยวกับรัฐบาลเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัย ประมวลความคืบหน้า ครม. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ โดยทบวงมหาวิทยาลัย มีหนังสือแจ้งเวียนถึงทุกมหาวิทยาลัยและสถาบัน เรื่องมติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการในการปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2542 -
ข่าวปีที่ 2 ฉบับที่ 12 ประจำเดือน 12 พ.ศ. 2542 เกี่ยวกับแผนแม่บทระยะ 15 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อความก้าวหน้าและพัฒนา สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมและประเทศชาติ โดยแผนแม่บทของวิทยาเขตปัตตานี ประกอบด้วยแผนการจัดการศึกษา (Academic Plan) แผนสนับสนุน (Supporting Plan) และผังแม่บท (Physical Plan) ในการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 จะดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาและแผนสนับสนุนการจัดการศึกษา ขั้นตอนที่ 2 จะจัดทำผังแม่บทหลังจากการจัดทำแผนการจัดการศึกษาและแผนสนับสนุนแล้วเสร็จ แผนการจัดการศึกษาและแผนสนับสนุนดังกล่าว จะมีคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทแต่ละด้านรับผิดชอบในการจัดทำ โดยจะทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ความเป็นไปได้ พร้อมทั้งกำหนดขอบข่ายแนวทาง ทิศทาง ขั้นตอน และกลยุทธ์ -
ข่าวปีที่ 3 ฉบับที่ 04 ประจำเดือน 04 พ.ศ. 2543 เกี่ยวกับประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ขอให้รัฐบาลขยายเวลาในการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ และ เสนอให้รัฐบาลดำเนินการมาตรฐานต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในการดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับได้แก่ 1. ให้บุคลากรทุกกลุ่มในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพิจารณาดำเนินการ เพื่อการนำมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ 2. ควรให้การประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติอย่างกว้างขวางและทั่วถึง และมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติตามผลการประชาพิจารณ์อย่างจริงจัง 3. ไม่ควรยุบองค์กรสภาอาจารย์ / สภาคณาจารย์ ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่อธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ควรคงไว้เพื่อให้เป็นองค์กรตัวแทนของคณาจารย์ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ดูแลมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งจรรยาอาจารย์ ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมตามหลักการของ good governance 4. ไม่ควรใช้วิธีบังคับให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยพ้นสภาพข้าราชการ แต่ควรใช้วิธีการชี้แจงทำความเข้าใจให้เห็นผลดีถึงการเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย 5. เนื่องจากมหาวิทยาลัยของรัฐฝังตัวอยู่กับระบบราชการมานาน การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปโดยที่มหาวิทยาลัยและบุคลากรยังไม่มีความพร้อม อาจสร้างความขัดแย้งและเกิดผลเสียกับมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง การเปลี่ยนแปลงจึงควรใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นมากกว่าระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ในปัจจุบัน 6. รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของคนยากจนในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกำกับอย่างทั่วถึง -
ข่าวปีที่ 3 ฉบับที่ 04 ประจำเดือน 04 พ.ศ. 2543 เกี่ยวกับม.อ. ติดอันดับ 1 ใน 3 มหาวิทยาลัยที่เด็กอยากเข้าเรียน โดยประจำปีการศึกษา 2543 ทบวงได้จัดอันดับสถาบันที่มีผู้นิยมสมัครในทุกอันดับการเลือกมากที่สุด โดย 3 อันดับแรกได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มีผู้เลือก 73,941 คน รับได้ 4,668 คน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มีผู้เลือก 41,392 คน รับได้ 2,212 คน และอันดับ 3 คือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) มีผู้เลือก 38,581 คน รับได้ 1,891 คน -
ข่าวปีที่ 4 ฉบับที่ 01 ประจำเดือน 01 พ.ศ. 2544 เกี่ยวกับรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของทีมบริหาร ม.อ. ในระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา (1 มิถุนายน - 31 ธันวาคม 2543) -
ข่าวปีที่ 4 ฉบับที่ 06 ประจำเดือน 06 พ.ศ. 2544 เกี่ยวกับนโยบายคุณภาพและนโยบายการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2544 ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2544 -
จาก วิทยาลัยเทคโนโลยีธนบุรี สู่ มหาวิทยาลัยธนบุรี นับตั้งแต่ ปี 2541 เป็นต้นมา คณะผู้บริหาร ได้พัฒนา อาคารสถานที่ สวนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมทั้งขยายพื้นที่เพิ่มเติม เป็น 101 ไร่ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กีฬาแห่งความเป็นเลิศ ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีธนบุรี ได้รับการเปลี่ยนประเภท และ ชื่อ เป็น "มหาวิทยาลัยธนบุรี" เมื่อ วันที่ 16 มกราคม 2550 และ ได้กำหนดให้ ทุกวันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยธนบุรี -
“มหานคร” มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการ ในปี พ.ศ. 2533 สืบเนื่องจากแนวความคิดหลัก 2 ประการ คือ 1) การขาดแคลนบุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต 2) ความต้องการที่จะผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติ โดยสั่งสมจากการศึกษาและฝึกปฏิบัติให้มีความรู้พื้นฐาน รู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีความรู้และทักษะด้านปฏิบัติจากเครื่องมือที่ทันสมัย ในการทดลอง ทำโครงงาน และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในสถานการณ์จริง -
มหาวิทยาลัยตาปี เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งแรกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอาจารย์ วรท ศรีไพโรจน์ เป็นผู้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน -
มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ได้รับอนุมัติจัดตั้งจากทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2532 อนุญาตให้จัดการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี ภายใต้การกำกับดูแลของทบวงมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 -
มหาวิทยาลัยเมธารัถย์ เดิมชื่อ มหาวิทยาลัยชินวัตร เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน จัดการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรภาษาไทย โดยมหาวิทยาลัยชินวัตรก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 และเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยเมธารัถย์ พ.ศ. 2565 -
มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2547 ดำเนินการบริหารโดย ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย โดยมี ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีและผู้ได้รับใบอนุญาต -
มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยคุณพ่อจรูญ และคุณแม่หทัย ศิริวิริยะกุลร่วมกับคณะผู้บริหารในกลุ่มบริษัทธุรกิจในเครือกว่า 20 บริษัท รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงทั้งในวงการราชการและธุรกิจเอกชนและนักวิชาการระดับชาติ เพื่อสนองศรัทธาของชุมชนและความปรารถนาของผู้ปกครอง ศิษย์เก่าชาววิริยาลัย ตลอดจนเยาวชนและประชาชนทั่วภูมิภาคในการสืบสานสู่การศึกษา ในระดับอุดมศึกษาที่สมบูรณ์แบบจากบานเดิมในการผลิตทรัพยากรบุคคลระดับอนุปริญญาของโรงเรียนในเครือ “วิริยาลัย” คือ -
แผนภาพโครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยรังสิต -
โครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยเนชั่น