Items
-
แผนพัฒนาความเป็นเลิศ และแผนการผลิตกำลังคนระดับสูง เฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ ประจำปี 2566-2570 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมหาวิทยาลัยได้กำหนดเป้าหมายความส าเร็จของแผนในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไว้ 3 ข้อ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ไว้ว่า “มหาวิทยาลัยชั้นน าที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” -
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งจัดตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดการการศึกษาและให้การบริการแก่ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ (บางส่วน) และบุคลากรในเขตจังหวัดและประเทศใกล้เคียง โดยจัดการศึกษาในระดับอนุปริญญา ปริญญาบัณฑิต ปริญญามหาบัณฑิต และปริญญาดุษฎีบัณฑิต -
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกและเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2479 ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดอุตรดิตถ์" ในอดีตสถาบันแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาฝึกหัดครูของภาคเหนือ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์, แพร่, น่าน, เชียงราย, ลำปาง และอุตรดิตถ์ ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อและฐานะมาตามลำดับจนเป็นที่รู้จักดีในชื่อ วิทยาลัยครูอุตรดิตถ์ ก่อนจะเลื่อนฐานะเป็นสถาบันราชภัฏ จนในปี พ.ศ. 2547 จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย -
การปรับแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ ระยะที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) : ปรับปรุงปี 2559 สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ได้นําเสนอ ต่อสภามหาวิทยาลัย ตลอดจนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงข้อคิดเห็นผลการประเมินการเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สะท้อนถึงการปรับวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
ยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562-2565) ของศาสตราจารย์คลินิกนายแพท์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2561 ซึ่ีงการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มหาวิทยาลัยได้ทบทวนปัจจัยภายนอกที่ส าคัญตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนปฏิรูปประเทศ ดังนั้นยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 - 2565) มีการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ของประเทศ -
ตามมติสภามหาวิทยาลัยคราวประชุมที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ได้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน" รวมถึงพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ที่สำคัญ -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้ดำเนินการมาถึงระยะครึ่งแผน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) ซึ่งที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 11/2563 มีมติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 12 ไปอีก 1 ปี เพื่อให้ตรงตามกรอบระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะสิ้นสุดการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การเปลี่ยนแปลงที่เป็นบริบทสำคัญของการจัดการศึกษาในโลกยุค Disruption การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงนโยบายสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable Development) และการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ(Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy : BCG) และแผนการบริหารงานของอธิการบดีที่ได้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว พร้อมได้ระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารส่วนงานผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กบม.) และที่ประชุมกลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะครึ่งแผน โดยกำหนดวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายมุ่งสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ตามแนวทาง Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก รวมถึงสร้างผลกระทบในรูปแบบ Socio-economic Impact มากกว่า 7,000 ล้านบาท และการประเมิน EdPEx อยู่ที่ระดับมากกว่า 350 คะแนน (TQC) พร้อมได้นำแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDGs ขององค์การสหประชาชาติ (UN) บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนบริหารจัดการเพื่อเป็นองค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศ มาเป็นกรอบวัตถุประสงค์ของแผน ผ่านประเด็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวม 7 ด้าน และ 9 กลยุทธ์เพื่อใช้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ต่อไป -
แผนภาพโครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ -
แผนภาพโครงสร้างบริหารของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ -
แผนผังโครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยธนบุรี -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) เป็นแผนที่ได้จัดทําขึ้นในลักษณะแผนกลยุทธ์ ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวมให้ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทิ นักศึกษา ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน/สังคม องค์กรของรัฐและเอกชนที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย โดยน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการขับเคลื่อนให้สามารถพัฒนามหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนประเทศสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) -
แผนภาพโครงสร้างบริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า ได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2563-2566 รวมถึงการวิเคราะห์และคาดการณ์เพื่อวางแผนอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (Strategic Foresight for Future Success) ซึ่งได้มีการรวบรวม และวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ (Key Driving Forces) ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อนำมาพิจารณาในกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายน 2566 ยังได้มีสัมมนาเชิงปฏิบัติการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (พ.ศ.2560-2579) ได้จัดทำขึ้นโดยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานตามภารกิจของมหาวิทยาลัย ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT) ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของสังคมโลกเป็นการวิเคราะห์กรอบทิศทางการเปลี่ยนแปลง และแนวโน้มด้านต่าง ๆ ของโลก รวมถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เป็นต้น ซึ่งประเด็นสำคัญเหล่านี้มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษา และการพัฒนากำลังคนของประเทศ สำหรับสภาพแวดล้อมภายในประเทศนั้นได้วิเคราะห์แนวคิด “ประเทศไทย 4.0” (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ( พ.ศ.2560-2564) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) รวมถึงยังได้นำข้อมูลผลการ ดำเนินงาน และข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลด้านการวิจัย ข้อมูลด้านงบประมาณ เป็นต้น จะเป็นกรอบแนวทางการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในช่วงปี พ.ศ.2560-2579 เป็นเข็มทิศชี้แนวทางที่ชัดเจนที่จะรวมพลังนำไปสู่การพัฒนา และขับเคลื่อนให้บรรลุถึงเป้าหมายที่พึงปรารถนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้แจ้งให้,หาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อให้เกิดจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษากำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุนประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกกลุ่มสังกัด และประเมินตนเองตามตัวชี้วัดที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด โดยให้สภาสถาบันอุดมศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประมวลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ดำเนินการตามนัยของกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการ 1) เลือกสังกัดกลุ่มและประเมินตนเองตามตัวชี้วัดศักยภาพองค์กรและตัวชี้วัดผลการดาเนินงานของแต่ละกลุ่มตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด 2) จัดทำแผนการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา แผนการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ หรือแผนพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาด้านอื่น หรือ “แผนการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยขอนแก่น” -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า โดยพัฒนาปรับปรุงจากข้อเสนอทิศทางกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการตามมติสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นในคราวการประชุมครั้งที่ 7/2557 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 และประกาศสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 6/2557 โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดจากการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2554-2558 รายงานผลการติดตามและประเมินผลงานของอธิการบดี พันธกิจและนโยบายในการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัย (พ.ศ.2559-2562) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัย การวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมการบริหารกิจการมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 บริบทใหม่ของโลก อาทิ การเกิดประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ความมั่นคงด้านทรัพยากรอาหาร พลังงาน น้ า และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่าง ๆ 6 กลุ่ม เพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2558 ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2563-2566 ฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้าโดยพัฒนาปรับปรุงจากแผนกลยุทธ์การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2562-2566 ของรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ผู้ได้รับการคัดเลือกจากสภามหาวิทยาลัยให้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีช่วงปี พ.ศ.2562–2566 ตามมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 และยังได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัยการวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยนอกจากนี้ในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่างๆจํานวน 6 กลุ่ม เพื่อนําข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนําเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นและที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลําดับ -
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2466 เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมมณฑลอุดร ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ยกฐานะเป็น วิทยาลัยครูอุดรธานี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” ให้กับวิทยาลัยครูทั่วประเทศ วิทยาลัยครูอุดรธานีจึงได้ยกฐานะเป็น สถาบันราชภัฏอุดรธานีและเปลี่ยนประเภทเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีในปี พ.ศ. 2547 ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยขยายการศึกษาออกไปเพื่อจัดตั้งเป็น (ม.ใหม่) ที ศูนย์การศึกษาสามพร้าว ตำบลสาพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี ห่างจากพื้นที่เดิมประมาณ 15 กิโลเมตร -
แผนภาพโครงสร้างคณะบริหารของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต -
แผนภาพโครงสร้างการบริหารมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น -
โครงสร้างองค์กรมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา -
แผนภูมิการบริหาร โครงสร้างองค์กรมหาวิทยาลัยคริสเตียน -
แผนผังโครงสร้างองค์กรของมหาวิทยาลัยเกริก -
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2497 ในชื่อว่า "วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง" ซึ่งได้ต้นแบบมาจาก Village Institute ของประเทศตุรกี โดย พลเอกมังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น เพื่อรับนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่เรียนดีจากชนบททั่วประเทศ มาเป็นนักเรียนทุนเรียน 5 ปี จบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู ไปสอนในท้องถิ่นของตน ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตามลำดับ -
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (สถาบันราชภัฏสุรินทร์, วิทยาลัยครูสุรินทร์) ได้รับการ สถาปนาเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2516 ในสังกัดกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม สถาบันราชภัฏ แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ 36 แห่ง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และได้จัดตั้งเป็นสถาบันราชภัฏสุรินทร์ แทนวิทยาลัยครูสุรินทร์ ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2538 และได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547