Items
-
สมุดปกขาว การส่งเสริมและพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive : Promotion and Development) จัดทำโดยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการศึกษาข้อมูลในประเทศไทยและกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เกี่ยวกับมลพิษจากการคมนาคม เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างบูรณาการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนามาตรการและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (CO2 และ PM 2.5) จากการคมนาคม และการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย ในอีก 15 ปี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ( Next-Generation Automotive) และยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle : ZEV) และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องด้านยานยนต์ขับขี่แบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ การปรับให้เป็นระบบไฟฟ้า และการแบ่งปันกันใช้งาน (Autonomous, Connected, Electric, and Shared Vehicles : ACES) -
รายงานรวบรวมผลการดำเนินโครงการ Talent Mobility ภาคเหนือ ระหว่างตุลาคม 2557 ถึง สิงหาคม 2563 จัดทำโดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวบรวมผลการดำเนินโครงการ Talent Mobility ภาคเหนือ ระหว่างตุลาคม 2557 ถึง สิงหาคม 2563 นำเสนอรายละเอียดประกอบด้วย บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญ บทที่ 2 การดำเนินงาน บทที่ 3 กลไกการขับเคลื่อน Talent Mobility บทที่ 4 ตัวอย่างผลงานโครงการ Talent Mobility บทที่ 5 ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ บทที่ 6 จากใจผู้บริหารสู่แนวทางการบริหารโครงการ Talent Mobility บทที่ 7 คณะทำงาน Talent Mobility -
มองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จัดทำโดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับมุมมองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จากนักวิชาการหลากหลายท่าน พร้อมกับนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการควบคุม – คลี่คลาย ประเทศไทยกับ 4 ระยะหลังวิกฤต พร้อมสำรวจภาพอนาคต ผ่าน 4 เส้นทางและการเดินทางที่ประเทศไทยอาจต้องเผชิญ -
(ร่าง) สมุดปกขาว การพัฒนาระบบเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: โปรแกรมปักหมุดเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจและเทคโนโลยี จัดทำโดย สอวช. นำเสนอรายละเอียดประกอบด้วย 1. ที่มาและความสำคัญ อาทิ 1) ที่มาของการพัฒนานโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน: จากนโยบาย BCG ซึ่งเน้น 4 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ สู่การพัฒนานโยบายระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 2) ความจำเป็นของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 3) นิยามของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 2. การดำเนินงานด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในต่างประเทศ 3. สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย 4. ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย 5. ข้อเสนอการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทย -
รายงาน SAFE CITY POLICY PROTOTYPE : ต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยของประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือของ สอวช. กับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation : TFF) นำเสนอการดำเนินการจัดทำโครงการต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยของประเทศไทย และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการพัฒนาต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยนำกระบวนการ Design thinking เข้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนานโยบายบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม (Co-Creation) ตลอดจนออกแบบนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) โดยรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ผสานกับนวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ส่งต่อนโยบายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง -
รายงาน STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน เพื่อนำเสนอวิธีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ STEMLAB และหลักสูตรการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย 1. แนวคิดและอุดมการณ์ของ STEMLAB 2. แนวทางการสร้างห้องปฏิบัติการ STEMLAB 3. เครื่องพิมพ์สามมิติ 4. เครื่องตัดเลเซอร์ 5. สมองกลฝังตัวและอิเล็กทรอนิกส์ 6. เครื่องมือช่าง 7. เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ -
รายงานการศึกษา ทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) อย่างบูรณาการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมุ่งเน้นการใช้ อววน. เพื่อขจัดความยากจน สร้างความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและวางรากฐานเพื่ออนาคต พัฒนากําลังคนและการอุดมศึกษา และปฏิรูประบบ อววน. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเป็นระบบ โดยได้รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุม Recovery Forum และการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดให้มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างเดือนเมษายน ถึง กันยายน 2563 เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การสาธารณสุข และการต่างประเทศที่จะเปลี่ยนไปเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และระดมความคิดเห็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์คลี่คลาย สอวช. ได้นําข้อมูลดังกล่าวประกอบกับรายงานวิชาการที่เกี่ยวข้องนํามาจัดทําบทวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของโลกและประเทศไทย และนัยสําคัญต่อการพัฒนา อววน. วิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario) ที่เป็นไปได้และเสนอแนะทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อววน. เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 และการปรับตัวสู่อนาคต พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะระเบียบวาระการขับเคลื่อน (action agenda) ที่สําคัญในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ แนวทางการกําหนดเป้าประสงค์และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สําคัญ รวมทั้งแนวทางการแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ -
รายงานการศึกษา เรื่อง Thailand Synthetic Biology Ecosystem Assessment and Recommendations โดย Kent W. Goeking นำเสนอรายละเอียดดังนี้ บทที่ 1. Introduction of core concepts บทที่ 2 Industries and applications บทที่ 3 Technical capabilities บทที่ 4 Comparative ecosystems บทที่ 5 Human resources บทที่ 6 Recommendations -
Thailand Synthetic Bioeconomy Outlook and Key Milestones นำเสนอรายละเอียดดังนี้ 1. SynBio ศาสตร์ใหม่กู้โลกในศตวรรษที่ 21 2. ความก้าวหน้าของ SynBio ความคาดหวังและข้อกังวลของเทคโนโลยี 3. เทคโนโลยี SynBio และการใช้ประโยชน์ 4. การกำกับดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพของชีววิทยาสังเคราะห์ 5. แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรม SynBio ของประเทศไทย -
รายงานการศึกษา เรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก โดยได้วิเคราะห์สถานการณ์ของโลก และนัยที่มีต่อการปรับตัวของประเทศไทยในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ตลอดชีวิต วิเคราะห์สถานการณ์ความจำเป็นและความต้องการด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดทำข้อเสนอแนะ นโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงตัวอย่างกลไกการดำเนินงาน ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุม ทุกช่วงวัย ประกอบด้วย กลุ่มเด็กและเยาวชน เน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาที่จำเป็น ต้องได้รับการสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป กลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดงาน โดยเฉพาะนักศึกษา ในหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ กลุ่มกำลังแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบที่จำเป็นต้องปรับตัว ให้ทันต่อความรู้และทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกลุ่มผู้สูงวัยและผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุที่ต้องการ การเตรียมความพร้อมด้านทักษะสำหรับการใช้ชีวิต การเข้าสังคม และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในวัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ โดยรายงานการศึกษานี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป -
รายงานการยกระดับสถานประกอบการด้วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กล่าวถึงโครงการที่จัดทำโดย สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยรายละเอียดประกอบด้วย 1. สารจากผู้อำนวยการ สอวช. 2.โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมด้วยการวิจัยและพัฒนาเชิงอุตสาหกรรม 3. กลไกในการดำเนินงาน 4. ระบบการพัฒนานักศึกษาในการวิเคราะห์ช่องว่างของสถานประกอบการ 5. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินโครงการ -
รายงานการวิเคราะห์ ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากการจัดอันดับโดย Times Higher Education (THE) ประจำปี 2021 จัดทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารายละเอียด และวิธีการของเกณฑ์ตัวชี้วัดที่ใช้ในการจัดอันดับ WUR ของ Times Higher Education และ 2) วิเคราะห์สถานภาพของมหาวิทยาลัยไทย เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มอันดับของมหาวิทยาลัยไทยต่อไป ซึ่งรายงานนำเสนอรายละเอียดอันประกอบด้วย บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญของการวิเคราะห์ ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย บทที่ 2 ภาพรวมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย บทที่ 3 การวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ Box plot จาก THE DataPoints และ บทที่ 4 ข้อเสนอแนะแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ และการเพิ่มอันดับของมหาวิทยาลัยไทย -
แผนผังโครงสร้างบริหารสถาบันขงจื้อและศูนย์จีนศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา -
แผนผังโครงสร้างองค์กร กองบริหาร วิทยาเขตจันทบุรี -
แผนผังโครงสร้างการบริหารกองบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา -
แผนผังโครงสร้างบุคลากรกองกฎหมาย มหาวิทยาลัยบูรพา -
แผนผังโครงสร้างองค์กรกองแผนงานมหาวิทยาลัยบูรพา -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการหลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในท้องถิ่นส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน โดยผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้ 1. ประเด็นการบริหารจัดการโครงการ ควรพิจารณากลุ่มเป้าหมายที่จะร่วมลงทุนในโครงการจากประชาชนและภาคเอกชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าเป็นหลักก่อน ตลอดจนจัดลำดับความสำคัญในสัดส่วนและรูปแบบการแบ่งกระจายการถือครองหุ้นเพื่อความเสมอภาค ป้องกันการเกิด nominees ในการรวบรวมหุ้นเฉพาะบางกลุ่ม และสร้างความหวงแหนในโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้ง รูปแบบการให้เป็นของประชาชนร้อยละ 4.0 โดยกองทุนจะลงเงินไปก่อนเมื่อการจัดตั้งโรงไฟฟ้าในระยะ 3 ปี ประชาชนจะซื้อหุ้นและคืนเงินให้ยังกองทุนนั้น ควรพิจารณากำหนดมาตรการจูงใจและแก้ปัญหาในกรณีประชาชนไปซื้อหุ้นในส่วนนี้ ทั้งนี้ ในการเริ่มดำเนินโครงการ ควรพิจารณาเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าประชารัฐในพื้นที่นำร่องที่มีความพร้อมก่อน เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ และพัฒนาต่อยอดไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ให้ครอบคลุม เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้งบประมาณแผ่นดิน 2. ประเด็นความอ่อนไหวด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ควรพิจารณาถึงแนวทางรองรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมการลงทุน 3. ประเด็นเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้า ควรพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ตั้งโรงงานไฟฟ้าในด้านปริมาณวัตถุดิบ รวมทั้งการประเมินคุณภาพดินและสภาพพื้นที่ว่ามีปริมาณเพียงพอที่จะรองรับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าได้ในระยะยาว รวมทั้งการบริหารจัดการความเสียงที่อาจเกิดขึ้นกับการเก็บรักษาชีวมวลที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งอาจมีความชื้นสูงเนื่องจากสภาพภูมิอากาศในพื้นที่หากไม่มีการเก็บรักษา และ/หรือปรับปรุงคุณภาพที่ดี อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบการผลิตไฟฟ้าได้ และควรมีการระบุขั้นตอนหรือแนวทางการเลือกเทคโนโลยีการผสิตไฟฟ้าที่มีความเหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัดกรรม มีตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ว่าง 1 ตำแหน่ง และพิจารณาเห็นสมควรให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้บรรจุศาสตราจารย์ศุภชัย บทุมนากุล พนักงานมหาวิทยาลัย รองอธิการบดี ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ซึ่งเดิมเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุคมศึกษา ได้ลาออกจากราชการ เพื่อเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย) กลับเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแห่น่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาเห็นควรอนุมัติตามข้อเสนอเรื่อง ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและอนุกรรมการที่คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้ง ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาลักษณะการปฏิบัติงานและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการดังกล่าว รวมทั้งเทียบเคียงอัตราค่าตอบแทนในลักษณะเบี้ยประชุมกับคณะกรรมการและอนุกรรมการอื่นที่มีลักษณะการปฏิบัติงานและอำนาจหน้าที่ใกล้เคียงกันตามข้อเสนอของกรมบัญชีกลางเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละคณะภายใต้คณะกรรมการนโยบายพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ควรพิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนในทางปฏิบัติ และเกิดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา -
รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 2564 นำเสนอรายละเอียดสำคัญอันประกอบด้วย บทที่ 1 อววน. กับการพัฒนาประเทศ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสรุปภาพรวมการนำศักยภาพด้าน อววน. มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น และรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้าน อววน. ในเวทีนานาชาติ เป็นต้น บทที่ 2 สร้างความสามารถ ววน. สู่การเก็บเกี่ยวผลในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสะท้อนขีดความสามารถด้าน ววน. ของไทยในการสร้างศักยภาพให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่ออนาคต บทที่ 3 ปรับกระบวนทัศน์การอุดมศึกษาสำหรับโลกยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม มีสาระสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาอุดมศึกษา ที่นำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษา บทที่ 4 การปฏิรูประบบ อววน. เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ อววน. ใน 6 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างหน่วยงาน, การจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนา อววน. ของประเทศ, การพัฒนาระบบงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผน, การจัดระบบติดตามและประเมินผลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์ด้าน อววน., การเชื่อมโยงข้อมูล อววน.ทั้งระบบ, และการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และบทที่ 5 ภาพรวมการดำเนินการที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนา อววน. ในอนาคต มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินงานของ อววน. ในช่วงที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาในระยะ 5 ปีข้างหน้า -
การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก” ฉบับ Booklet นำเสนอสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อความต้องการกำลังคนและรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ต้องการระบบส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เอื้อให้คนได้พัฒนาทักษะให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และนำมาสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุมทุกช่วงวัย ประกอบด้วย เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา นักศึกษา กำลังแรงงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่มเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาต่อยอดการจัดทำนโยบาย มาตรการและกลไกส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป -
การพัฒนาระบบนิเวศการร่วมลงทุนในธุรกิจฐานนวัตกรรมของประเทศไทย: เร่งยกระดับประเทศไทยสู่สเกลอัพ 2030 จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สอวช. และทีมนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นการศึกษาวิจัยเชิงลึกของระบบนิเวศการร่วมลงทุนในธุรกิจฐานนวัตกรรมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2543-2564 ได้ระบุเป้าหมายสร้างบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงหรือสเกลอัพมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเติบโตของ GDP ประเทศไทย พร้อมประเด็นความท้าทายและโอกาสจากผลการสร้างธุรกิจฐานนวัตกรรมจากอดีตถึงปัจจุบัน สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จ ข้อเสนอกลไกพัฒนาระบบนิเวศการร่วมลงทุนที่สอดรับกับความต้องการและลดความเสี่ยงให้กับผู้มีส่วนได้เสียสำคัญในระบบนิเวศนี้ อีกทั้งเสนอนโยบายและแนวทางเร่งให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงจากประเทศที่มีธุรกิจสตาร์ทอัพ สามารถสเกลอัพได้ภายในปี 2573 ด้วยความร่วมมือกันของภาคเอกชน รัฐ มหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์เส้นทางสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ กลยุทธ์บริหารทุนมนุษย์ความสามารถสูง (Talent) กลยุทธ์ส่งเสริมการสเกลอัพ (Ease of Doing Scale-Up) และกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง (Availability of Funding) นอกจากนี้ การส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยทำการร่วมลงทุนกับธุรกิจฐานนวัตกรรมผ่านกลไก Holding Company เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการลงทุนที่สามารถนำมาใช้เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างงาน และสร้างอุตสาหกรรมสาขาใหม่เป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศในระยะยาว จากผลการศึกษาดังกล่าว สอวช. ได้นำมาจัดทำมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาในการจัดตั้งและดำเนินการ Holding Company ได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน (Scale-Up) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเอกชน ภาคการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ -
รายงานการศึกษาระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1: การผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ จากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ในยุคของการใช้ชีวิตหลากหลายขั้น (Multistage Life) โดยมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus Disease: COVID-19) เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ในขณะที่มีประเด็นความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังเป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้า ส่งผลกระทบให้ระบบอุดมศึกษาต้อง Re-Adjust, Re-Position และ Reinvent ตัวเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการผลิตบัณฑิตทั้งในและนอกวัยเรียนที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความไม่แน่นอน การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมให้ทันสมัยต่อโลก การให้บริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม การเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักวิชาการต่อสาธารณะ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เพื่อทำให้ระบบอุดมศึกษาไทยสามารถก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย1. สถานภาพและการปรับตัวของระบบอุดมศึกษาในประเทศไทย 2. สถานการณ์ของโลกและการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการอุดมศึกษา 3. นวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 พร้อมบทสรุปนวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 4. ทิศทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ 5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ และทิศทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณารับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 11/2562 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเสนอ และยินดีสนับสนุนการคำเนินงานเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดังนี้ 1. การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ ด้านการแพทย์จีโนมิกส์ โดยมหาวิทยาลัยบูรพาในฐานะมหาวิทยาลัยหลักใน EEC รวมทั้งหน่วยงานอื่น 1 ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยินดีสนับสนุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการดำเนินงานและการบริหารจัดการต่าง ๆ 2. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีการสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบข้อมูลและแผนความต้องการของบัณฑิตของพื้นที่ EEC และโครงการสนับสนุนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีในมิกส์ประเทศไทย 3. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมส ามสนามบิน มีข้อเสนอแนะให้มีการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางรางเพิ่มเติมที่จะเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา ผ่านเขตนวัดกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปสิ้นสุดที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง จะก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาพื้นที่ชั้นในของ EEC โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ใหม่รวมถึงจะเอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมของนักลงทุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ