Items
-
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามลำดับ ดังนี้ 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายอุดม สาวนายน) 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์) -
กระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการ จึงขออนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดสาหกรรม หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชถารได้ ตามความในมาตร่า 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตามลำดับ ดังนี้ 1. นายสมสักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 2. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุตมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัดกรรม 3. นายสนธิรัตน์ สนธิจีรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัดกรรม พิจารณารับทราบต่อผลการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 4 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ ทั้งนี้ มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในข้อมติ L.3 Promoting sustainable practices and innovative solutions for Curbing Food Loss and Waste ว่าในการวางแนวทางหรือมาตรการแก้ปัญหาและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับข้อมดีนี้ ควรพิจารณาการกำหนดให้การรวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการในประเทศที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ส่งผลต่อการสูญเสียอาหารและขยะที่เกิดจากอาหาร ตลอดจนการส่งเสริมให้มีการวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูล ครบถ้วนขึ้นเป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง เพื่อให้การวางแนวทางต่าง ๆ เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยประเด็นนี้ได้มีการระบุไว้แล้วในเอกสารข้อมติเรื่องการขาดแคลนข้อมูล (the scarcity of specific research and/or data related to food loss and waste) เช่น ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากข้อมูลเชิงวิชาการเหล่านี้จะทำให้การวาง best practice เหมาะสมกับบริบทของประเทศ นอกจากนี้ ยังจะสามารถมีการพัฒนานวัตกรรมในด้านการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น supply management, logistics และ cold chain management ตลอดจนอาจจะนำเทคโนโลยีด้าน IT loT และ Big data มาข้เป็นเครื่องมือในการพัฒนานวัตกรรมด้านนี้ ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิหยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาอันเกี่ยวข้องกับข้อมติต่าง โดยเฉพาะข้อ L.2 Innovative pathway to achieve sustainable consumption and production และยินดีให้การสนับสนุนข้อมูลในส่วนของการดำเนินงานตามข้อมตีที่ L.11 Innovations on biadiversity and land degradation, L.12 Protection of the Marine Environment from Land-Based Activities, L.13 Sustainable Management for Global Health of Mangrove, L.14 Sustainable coral reefs management และ L.19 Conservation and Sustainable Management of Peatlands ต่อไป -
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงจัดทำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การบริหารราชการ ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
-
เอกสารนี้เป็นรายงานการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง มหาวิทยาลัยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะที่ 6 (พ.ศ.2530-2534) ณ โรงแรมลีการ์เดน หาดใหญ่ สงขลา วันที่ 5-6 ตุลาคม 2527 โดย ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -
บทความประกอบด้วยบทความ 2 ชิ้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยไทยกับการพัฒนา และทิศทางของมหาวิทยาลัยกับระบบราชการ การจัดตั้งทบวงมหาวิทยาลัยมีผลดีในแง่ของการมีหน่วยงานซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีและปลัดทบวงฯ เป็นผู้รับผิดชอบมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ แต่การดำเนินงานบริหารการศึกษาระดับอุดมของทบวงฯ ด้านงบประมาณก็ยังคงเสนองบประมาณให้สำนักงบประมาณพิจารณา เนื่องจากยังไม่มีเจ้าหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณให้มหาวิทยาลัย หน้าที่หลักของทบวงคือ การกำหนดแผนการขยายตัวของมหาวิทยาลัย โดยทบวงฯ เป็นผู้กำหนดแผน 5 ปี ของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับแผนของประเทศ และเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ของมหาวิทยาลัย เช่น คณะ สถาบัน ศูนย์ และภาควิชา อนุมัติหลักสูตรใหม่ โดยมีกองวางแผนและกองวิชาการเป็นผู้วิเคราะห์ เสนอกรรมการทบวงฯ พิจารณา ให้ความเห็นเพื่ออนุมัติหรือไม่อนุมัติกับรัฐมนตรี ส่วนการบริหารงานบุคคล ทบวงมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการให้ ก.ม. ซึ่งมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของการบริหารงานบุคคล เช่น การกำหนดอัตรา รวมทั้งการเลื่อนตำแหน่งวิชาการของอาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัย -
เป็นการสรุปรายละเอียดตัวชี้วัด ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จัดทำเพื่อเผยแพร่โดย ส่วนพัฒนายุทธศาสตร์และแผนกระทรวง สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ -
เอกสารทางวิชาการจากโครงการตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2531 หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเมื่อครั้งที่ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล เป็นอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -
หนังสือเล่มนี้ปรากฏสาส์นจากคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร. สุจิต บุญบงการที่กล่าวสดุดี ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล ทั้งยังมีรายละเอียดของประวัติศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล ภาพของศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล เนื้อหาภายในเกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคลและการบริหารงาน -
เป็นแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2536 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งจัดทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ .ศ. 2560-2568) แผนปฏิรูปประเทศ และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
เอกสารการบรรยาย เรื่อง ระบบบริหารของมหาวิทยาลัย ความสำคัญของการสร้างคนกับการสร้างเทคโนโลยี ณ ห้องอาคารสโมสรอาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9 สิงหาคม 2534 กล่าวถึงการกำหนดระเบียบของกระทรวงการคลังที่จำกัดการใช้เงิน จึงทำให้การวิจัยเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่การบริหารมหาวิทยาลัยในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ การจ้างบุคลากรเพิ่มเติม ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบของราชการจึงทำให้มีแนวคิดที่จะนำมหาวิทยาลัยออกจากหน่วยงานราชการ เพื่อให้มีอิสระในการบริหารงาน -
มีพระบรมราโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า สำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งสมเด็จพระชนกนาถพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริ เริ่มตั้งขึ้นโดยพระราชปรารภที่จะทรงจัดการปกครองพระราชอาณาจักรให้ทันกาลสมัย จึงได้ทรงจัดการกระทรวงมหาดไทยรวมหัวเมืองรวมหัวเมืองซึ่งแยกย้ายสังกัดอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ตามความสะดวกในสมัยเดิมให้สังกัดอยู่แห่งเดียวกันเพื่อจัดการปกครองให้ลงระเบียบแบบอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการฝึกหัดกุลบุตรสำหรับรับราชการปกครองขึ้นใน กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 118 ครั้นการปกครองหัวเมืองซึ่งได้จัดตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่รัตนโกสินทรศก 116 ดำเนินมาเป็นรูปเรียบร้อยขึ้น ความต้องการฝึกกุลบุตรสำหรับรับราชการยิ่งทวีขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกการฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนจากกระทรวงมหาดไทย ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นต่างหาก เรียกว่า โรงเรียนมหาดเล็ก ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 121 มีกรรมการจัดการลงเป็นรูปแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลิกกรรมการมีผู้จัดการโดยลำพังต่อมา ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 126 โรงเรียนนั้นได้ฝึกหัดกุลบุตรเข้ารับราชการเป็นต้นรากของกระทรวงมหาดไทย เพียงพอแก่ความต้องการแล้ว มีแต่จะขยายวิชาให้สูงขึ้นต่อไป -
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาล เป็นอดีตภาค 2458 พรรษา กาลปัตยุบัน จันทรโคจร ศศิสัมพัตศร มิศสิรมาษ กาลปักษ์ เตรสีดิถี จันทรวาร สุริยคติกาล มกราคมมาศ ตติยสุรทิน โดยกาลนิยม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมราชาธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อดิศัยพงษ์วิมลรัตน์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรัตน บรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธาเคราหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณ ราชวรางกูร บรมมกุฎนเรนทร์สูรสันตติวงษ์ วิสิฏสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหารอดิเรกบุญฤทธิ์ ธัญลักษณ์วิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตตมางคประนตบาท บงกชยุคล ประสิทธิสรรพ ศุภผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิ์สมญา เทพทวาราวดีศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตน์อัศวโกศล ประพนธปรีชามัทวสมาจาร บริบูรณ์คุณสารสยมาทินคร วรุตเมกราชดิลกมหาปริวารนายก อนันตมหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินทร บรมชนกาดิศรสมมตประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร ศิริรัตน โนปลักษณมหาบรมราชาภิเสกาภิสิต สรรพทศวิชิตไชย สถลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อันได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติราชาภิเศกสืบสันตติวงศ์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 6 ในมหาจักรีพระบรมราชวงศ์ ซึ่งได้ประดิษฐาน และดำรงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อันเป็นบรมราชธานีใหญ่ในประเทศสยามทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ และมลาวประเทศ มลายูประเทศ ทรงพระอนุสรณ์ คำนึงถึงโรงเรียนมหาดเล็ก ซึ่งสมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงสถาปนาขึ้นไว้ เพื่อเป็นที่ฝึกหัดนักเรียนมหาดเล็กในวิชารัฐประศาสน์สำหรับออกรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ในกระทรวงมหาดไทย เป็นอาทิ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะขยายการโรงเรียนให้กว้างขวางออกไป สำหรับฝึกหัดมหาดเล็กให้เข้ารับราชการได้ทุกกระทรวงทบวงการจัดการโรงเรียนให้เป็นแผนกวิทยาต่าง ๆ เช่น รัฏประศาสน์ กฎหมาย การต่างประเทศ การเกษตร การช่าง การแพทย์ ครู เป็นต้น เพื่อจะได้เป็นมหาวิทยาลัยสง่าพระนครต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเดิมขึ้นเป็นโรงเรียนชั้นอุดมศึกษา พระราชทานนามว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระบรมนามาภิธัยในสมเด็จพระบรมชนกาธิราชเจ้า เป็นการสนองพระเดชพระคุณให้สมพระบรมราชประสงค์ ดังที่ได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้แล้ว -
นโยบายการดำเนินงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในคราวการประชุมผู้บริหารกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในวันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2563 -
กล่าวถึงพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงปี พ.ศ. 2510 – 2519 ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ทรงคุณวุฒิและนิสิตทุกปี และพระราชทานพระบรมราโชวาท เป็นข้อคิดให้ร่วมกันสร้างความเจริญมั่นคงในงานทุก ๆ ด้านบัณฑิตควรเป็นผู้นำและเป็นตัวอย่างของผู้มีหลักและเหตุผลในการดำเนินชีวิต -
แผนภูมิสรุปแนวคิดในการทำยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ปีงบประมาณ 2563 -
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ประวัติมหาวิทยาลัย -- รายพระนาม และนามผู้บังคับบัญชาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย -- สภามหาวิทยาลัย -- สำนักงานเลขาธิการ -- หอสมุดกลาง -- พระบรมราโชวาท พระราชหัตถเลขา และการเสด็จพระราชดำเนิน -- คณะวิศวกรรมศาสตร์ -- คณะอักษรศาสตร์ -- คณะวิทยาศาสตร์ -- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ -- คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี -- คณะรัฐศาสตร์ -- คณะครุศาสตร์ -- บัณฑิตวิทยาลัย -- แผนอิสระสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ -- สโมสรอาจารย์ -- สโมสรนิสิต -- หอพักนิสิตชาย -- หอพักนิสิตหญิง -- สมาคมนิสิตเก่า -- แผนกวิชาการหนังสือพิมพ์ -- แผนกกลางคืน -- แผนกนิติศาสตร์ -- คณะแพทยศาสตร์และพยาบาล -- คณะเภสัชศาสตร์ -- คณะสัตวแพทยศาสตร์ -- คณะทันตแพทยศาสตร์ -- โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา -- ปัจฉิมลิขิต
-
ในระหว่างการปฏิวัติเมื่อปี พ.ศ. 2515 มหาวิทยาลัยทั้งหมดได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อหัวหน้าปฏิวัติว่า มหาวิทยาลัยควรมีอิสระในการปกครองตนเอง มีเสรีภาพทางวิชาการในการถ่ายทอดและแสวงหาความรู้ โดยยึดหลักของความเป็นเลิศทางวิชาการ ถ้าสามารถแยกออกไปอยู่นอกระบบข้าราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลได้ก็จะดีที่สุด แต่ถ้ายังออกไม่ได้ ก็ควรตั้งเป็นทบวงอิสระ หรือทบวงในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทางคณะปฏิวัติจึงได้ตั้งทบวงมหาวิทยาลัยขึ้นปลายปี พ.ศ. 2515 ซึ่งนับว่าเป็นก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่ระบบมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลในอนาคต -
อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นอาคารหลักหลังแรก ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เดิมเรียกว่า สภาคารมหาวิทยาลัย หรือตึกบัญชาการ สร้างขึ้นตามดำริของสภาจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพ.ศ. 2456 โดยมีนายเอ็ดเวิร์ด ฮีลี (Edwaed Healey) ชาวอังกฤษ เป็นสถาปนิก และนายเอมิลีโอ โจวันนี กอลโล (Emilio Giovanni Gollo) ชาวอิตาเลียน เป็นวิศวกร เริ่มก่อสร้างในพ.ศ. 2457 ลุล่วงไปจนมีพระราชพิธีก่อพระฤกษ์ได้ในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี บุคลากรสำคัญยิ่งท่านหนึ่ง ที่ได้ฝากผลงานไว้ในอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คือนายโรดอลโฟ โนลลี (Rodolfo Nolli) ประติมากรชาวอิตาเลียนที่เป็นผู้สร้างงานประติมากรรมตกแต่งอาคารทั้งหมด ประกอบด้วยรูปแบบศิลปกรรมไทยโบราณต่างยุคต่างสมัย ปรับประยุกต์ให้มีขนาดส่วนพอเหมาะกับตัวอาคารที่นายฮีลีได้ออกแบบไว้ และสร้างขึ้นโดยกรรมวิธีสมัยใหม่คือการหล่อซิเมนต์ถอดพิมพ์ ทำให้ประติมากรรมตกแต่งอาคารมหาจุฬาลงกร์เป็นผลงานสำคัญของนายโนลลี ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพอยู่ในสยามสืบต่อมาอีกระยะหนึ่ง จากนั้นจึงเดินทางไปยังเมืองสิงคโปร์ มีผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารสาธารณะสำคัญๆ ในเมืองสิงคโปร์มากมายในเวลาต่อมา -
ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2459 มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นมหาวิทยาลัย พระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" โดยได้จัดแบ่งวิชาที่สอนออกเป็น 4 คณะคือ คณะแพทยศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ -
เป็นหนังสือที่กล่าวถึงแถลงการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประกอบด้วย 1.) แถลงการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เล่ม 1 2) ราชสดุดีฉันท์ 3) แถลงการณ์ 4) โรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 5) ประกาศแก้ระเบียบการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 6) ระเบียบการใช้เครื่องแต่งตัวสำหรับนักเรียนโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 7) ระเบียบข้อบังคับเรือนนอน สำหรับโรงเรียนข้าราชการพลเรือนพแนกยันตรศึกษาและคุรุศึกษา 8) ระเบียบการส่งนักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกฝึกหัดตามหัวเรื่อง 9) ระเบียบกำหนดเวลาเรียน เนื่องด้วยการสอบไล่ 10) คำสั่งที่ 1 เรื่องแยกการปกครองโรงเรียนเป็นระเบียบกองร้อย 11) คำสั่ง 5 เรื่องเปิดโรงเรียนยันตรศึกษา วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2458 12) คำสั่ง 7 ข้าราชการพลเรือนใช้เครื่องแต่งกายตามพระราชกำหนด 13) คำสั่งที่ 8 ให้รองอำมาตย์เอกนายบุญเย็น มาเป็นผู้บังคับกองร้อยที่ ๒ แทนขุนนารถสนิท 14) คำสั่งที่ 9 ให้แยกการปกครองเปนโรงเรียนละกองร้อย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 15) คำสั่งที่ 10 แก้ไขระเบียบการปกครองโรงเรียนใหม่ บรรจุเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่กำหนด ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2458 16) คำสั่งที่ 11 ว่าด้วยโรงเรียนข้าราชการพลเรือนแผนกต่าง ๆ ได้ยกมาตั้งรวมกันที่ประทุมวัน ห้องสมุดต่าง ๆ ก็จัดมารวมเป็นห้องสมุดใหญ่ 17) คำสั่งที่ 13 ว่าด้วยการสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 18) คำสั่งที่ 14 ว่าด้วยนายเข้ม กนิฐารัต นักเรียนผู้ใหญ่หัวหมู่ 1 และนายหยด นักเรียนผู้ใหญ่หัวหมู่ 5 ให้ได้เป็นนักเรียนกลางวันตามประสงค์เพื่อสดวกในการปกครองของโรงเรียน 19) คำสั่งที่ 15 ให้นาย วี. ลุนต์. M.E. เป็นอาจารย์สอนวิชาช่างกลในโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 20) คำสั่งที่ 16 แต่งตั้ง รองเสวกตรี ขุนพิจารณ์พัศดุภัณฑ์ เป็นเจ้าพนักงานพัสดุ รักษาพัสดุ 21) คำสั่งที่ 21 ปิดโรงเรียน ภาคกลางของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 22) คำสั่งที่ 22 เรื่องส่งนักเรียนไปฝึกหัดที่กรมรถไฟสายใต้ 23) คำสั่งที่ 24 คำสั่งปิดโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เพื่อให้นักเรียนไปฝึกซ้อมรบของเสือป่า 24) คำสั่งที่ 29 เรื่องเครื่องแต่งตัวนักเรียนโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 25) คำสั่งที่ 30 คำสั่งส่งนักเรียน ยันตรศึกษา ออกฝึกหัดในโรงงาน 26) คำสั่งที่ 31 ส่งนักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกฝึกหัดตามหัวเมือง 27) คำสั่งที่ 32 โรงเรียนข้าราชการพลเรือนจะย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกมาสมทบกับโรงเรียนยันตรศึกษา ที่ตำบลปทุมวัน 28) คำสั่งที่ 39/67/24 ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครู ไปสังกัดทางโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 29) การประชุมส่งนักเรียนซึ่งเรียนจบหลักสูตรรัฏฐประศาสนศึกษาออกรับราชการ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2457 30) การประชุมส่งครูออกรับราชการตำแหน่งผู้พิพากษา วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2458 31) ปาฐกถาว่าด้วยกฎหมายสัญญาของเสวกเอก หลวงประดิษฐ์พิจารณ์การอาจารย์พิเศษ แสดงที่โรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา 32) ปาฐกถาว่าด้วยกฎหมายสัญญาของเสวกเอก หลวงประดิษฐ์พิจารณ์การอาจารย์พิเศษ แสดงที่โรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา (ต่อเล่ม 1 ตอนที่ 2) 33) ปาฐกถากฎหมายอาญา ของ อำมาตย์ตรี พระศรีเสนา] 34) พระราชทานยศ บรรดาศักดิ์ แลเครื่องราชอิศริยาภรณ์ 35) นักเรียนโรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกรับราชการ 2 คน 36) เสือป่าในหน้าที่พลเรือน 37) นักเรียนถวายตัวและออกรับราชการในกรมมหาดเล็ก 38) การกสิกรรมในประเทศอเมริการวม ของนายแนบ สาลักษณ์ 39) คำสั่งแก้ไขวิธีทำรายงานการฝึกหัดหัวเรื่อง 40) พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ 41) นักเรียนเก่าย้ายหน้าที่ราชการ 42) การประชุมครูโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 43) การประชุมครูโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2457 44) การรื่นเริงของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในการแสดงความยินดีให้แก่ นายตรึก จินตยานนท์ นักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา และนายส่าน สุขวณิช นักเรียนยันตรศึกษา 45) แจ้งความเรื่องราคาเครื่องแต่งตัวนักเรียนข้าราชการพลเรือน 46) ครูและนักเรียนเก่าของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนได้รับพระราชทานเลือนยศฯลฯ 47) ความเห็นเกี่ยวด้วยการปกครองหัวเมืองของอำมาตย์โท พระกิรมย์บุรีรัฐ ผู้ว่าราชการเมืองอุไทยธานี 48) บัญชีชื่อนายหมวดนายหมู่ 49) ครูและนักเรียนเก่าของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนได้รับพระราชทานยศ ฯลฯ 50) ปาฐกถาว่าด้วยธรรมะระหว่างประเทศ ของหม่อมเจ้าขจรจรัสฤทธิ์ 52) ความเห็นในการที่กรมการอำเภอจะเปรียบเทียบความภาษีอากรและความแพ่ง ตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ มาตรา 105 และ 108 53) ความเห็นเกี่ยวด้วยการปกครองหัวเมือง ของอำมาตย์โท พระภิรมย์บุรีรัฐ 54) รายงานฝึกหัดการในโรงงานกลาง ณ กรมรถไฟหลวงสายใต้ ตำบลบางกอกน้อย ของนายศิริ นักเรียนยันตรศึกษา 55) รายงานฝึกหัดการในโรงงานกลาง ณ กรมรถไฟหลวงสายเหนือ ตำบลมักกะสัน ของนายเจียก ธนสุนทร นักเรียนยันตรศึกษา 56) รายงานการที่ได้ฝึกหัดการสกัดและตะไบเหล็ก -
หนังสือหนังสือเล่มนี้เริ่มด้วยพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รายชื่อคณะกรรมการสภาจัดการฯ ระเบียบการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนพแนกการปกครอง ซึ่งประกอบไปด้วย ประวัติ สังกัด ประเภทนักเรียน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ นิสิต ศิษย์ และนักเรียนพิเศษ วิธีรับนักเรียน วิชาที่สอน กำหนดปีที่เล่าเรียน การสอบวิชา กำหนดเวลาเปิดโรงเรียน ข้อบังคับของโรงเรียน นักเรียนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ เครื่องแต่งตัวนักเรียน ตำแหน่งนักเรียนที่สอบไล่ได้ตลอดหลักสูตร และท้ายสุดจะว่าด้วยเรื่อง หลักสูตรวิชาเสมียนเอกที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือนจะเป็นแต่ผู้สอบ ได้แก่วิชา อ่าน เขียน คัด ทาน แต่ง เลข บาญชีหนีงสือ ราชาศัพท์ ภูมิศาสตร์ พงษาวดาร วิทยาศาสตร์เบื้องต้น และจรรยา -
ตึกบันชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันคือ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอาคารที่ส้รางขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นอาคารหลักหลังแรก ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของเจ้านายขุนนางสยามในยุคนั้น ที่จะพัฒนาประเทศด้วยการศึกษาแผนใหม่ รวมทั้งการอุดมศึกษา ที่มีรากฐานมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 แล้วดังปรากฏความในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในพระราชพิธีวางศิลาพระฤกษ์อาคารดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 ว่า "วันนี้เรายินดีที่ได้รับอัญเชิญให้มาวางศิลาพระฤกษ์ สำหรับมหาวิทยาลัยนี้ เพราะเป็นกิจอันหนึ่งซึ่งเราปรารถนาอยู่นานแล้ว ที่จะยังการให้เป็นผลสำเร็จตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงพระราชปรารถนามานานแล้ว ในเรื่องที่จะให้มีมหาวิทยาลัยขึ้น สำหรับเป็นสถานอุดมศึกษาของชาวสยาม -
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างกฎ ก.พ.อ. การได้รับเงินประจำตำแหน่งผู้บริหารและข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาของสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสำหรับการได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับข้าราชการพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารในสถาบันวิทยาลัยชุมชน เพื่อให้การรับเงินประจำตำแหน่งและการเบิกจ่ายเงินประจำตำแหน่งของบุคลากรในสถาบันวิทยาลัยชุมชนมีความชัดเจนและสอดคล้องกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงาน ก.พ. ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณที่เห็นว่า (1) การพิจารณาแต่งตั้งรองผู้อำนวยการวิทยาลัย สำหรับวิทยาลัยที่ยังแต่งตั้งไม่ครบเต็มจำนวนอัตราสูงสุดที่กำหนดให้มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งจากเงินงบประมาณแผ่นดิน (ไม่เกิน 3 ตำแหน่ง) ก.พ.อ. ควรคำนึงถึงปริมาณภาระงานที่แตกต่างกันและความคุ้มค่าของงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐในภาพรวมด้วย และ (2) ภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว เห็นควรให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งได้เสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีรองรับไว้แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายในปีต่อ ๆ ไป ให้จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องครบถ้วน และให้ดำเนินการตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป -
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2548