Items
-
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า สอวช. ภายใต้กำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลตำแหน่งงานและสมรรถนะงานที่สำคัญ ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2563 – 2567) โดยมุ่งเน้นที่ตำแหน่งงานระดับสูงที่ต้องการผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้ การสำรวจจะครอบคลุมสถานประกอบการที่อยู่ใน 12 อุตสาหกรรม โดยจากการสำรวจ พบว่าใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมมีความต้องการกำลังคนรวมทั้งงสิ้น 177,606 ตำแหน่งประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 2) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 3) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 4) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 5) อุตสาหกรรมดิจิทัล 6) อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 7) อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 8) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 9) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 10) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 11) อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ 12) อุตสาหกรรมพัฒนาทักษะและกำลังคน -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2566 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางสำหรับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการรายปีพ.ศ. 2566 ของหน่วยงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2566 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกระทรวงแห่งโอกาส ปัญญา และอนาคต และเป็นหน่วยงานระดับแนวหน้าที่มีสรรพกำลังและความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ใน 2 ระยะ ระยะสั้นหรือเฉพาะหน้าเพื่อจัดการและแก้ปัญหาเร่งด่วนในสถานการณ์โควิด19 อาทิ การแก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤติโควิด19 การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสู้ภัยโควิด19และศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ในสถาบันอุดมศึกษา การลดค่าเทอมเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครอง และการดึงจิตอาสา และอาสาสมัครมาช่วยผู้ป่วยโควิด 19 ภายใต้โครงการ อว. พารอด อีกทั้ง อว. สามารถสร้างผลประโยชน์ ระยะกลางและระยะยาวให้กับประเทศ ด้วยการขับเคลื่อน BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพื่อนำไปสู่ประเทศ อุตสาหกรรม 4.0 -
นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ให้สอดคล้องและบูรณาการ เพื่อให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และนโยบายของรัฐบาล โดยมีวิสัยทัศน์เพื่อ "เตรียมคนไทยแห่งศตวรรษที่ 21 พัฒนาเศรษฐกิจที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง สังคมที่มั่นคง และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยสร้างความเข้มแข็งทางนวัตกรรมระดับแนวหน้าในสากล นำพาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว" -
รวมเรื่องราวของผู้สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งศิลปิน ผู้ขับเคลื่อนสังคม นักออกแบบ ผู้ประกอบการทางด้านเทคโนโลยี ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ผู้ให้ความรู้ โดยนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจบุคคลในแต่ละสาขาอาชีพ เนื้อหาของหนังสือมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ -
การจัดสรรทุนการศึกษา ส่วนหนึ่งเพื่อการพัฒนาอาจารย์ ที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทางวิชาการ การวิจัย และทักษะอาชีพ ตามความต้องการของประเทศ ณ เวลานั้น ๆ รวมถึงการให้ทุนการศึกษาเพื่อเพิ่มกำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน และเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประชาชน การดำเนินการที่ผ่านมามีผลลัพธ์ที่ดีระดับหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา สามารถยกระดับคุณภาพสถาบันอุดมศึกษาให้เทียบเคียงกับสถาบันอุดมศึกษาระหว่างประเทศ มีส่วนช่วยในการปรับฐานการพัฒนาเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจที่มีการเกษตรเป็นฐาน เป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ก่อประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวม ทั้งการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม และการส่งออก อย่างไรก็ตาม มีผู้กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – พ.ศ. 2509) ถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2554) นั้น คือ “เศรษฐกิจดี สังคมยังมีปัญหา การพัฒนายังไม่สมดุล” ซึ่งเป็นความท้าทายในการสร้างฐานทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันความสำเร็จและสร้างคุณค่าให้แก่การอุดมศึกษาและประเทศชาติในภาพรวม -
เอกสารนี้เป็นรายงานการประชุม (คัดย่อระเบียบวาระที่ 3.1) คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 1/2563 วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้องสมุด 2 ชั้น 14 สกสว. อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ โดยระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา ได้แก่ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์ และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการปฏิบัติการประจำปีการบริหารทรัพยากรบุคคล สกสว. พ.ศ. 2563 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการและให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการ -
การจัดทำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนระดับ 3 ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการอุดมศึกษาและด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ -
วิธีการขับเคลื่อนนโยบายการทำงานของ ศาตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์นั้น ประกอบด้วยนโยบายที่มุ่งบรรลุเป้าหมายในระยะสั้น (Quick Wins) และ นโยบายที่วางรากฐานส าคัญใน ระยะยาว (Future Foundation) นอกจากนั้นจะมุ่งเน้นให้กระทรวง อว. ต้องริเริ่มเป็นผู้น าการ เปลี่ยนแปลง และเป็นพันธมิตรภาคีกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่เสริมบทบาทการ ท างานซึ่งกันและกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ -
1. ตะวันตก-ตะวันออก สัมพันธ์ เรียนรู้ พึ่งพิงและค้าขายกัน 2. ตะวันตกเป็นนักเรียน ตะวันออกเป็นครู 3. ตะวันออก : อดีตที่เจริญมาก่อน 4. อนาคตของตะวันออก -
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (5 สิงหาคม พ.ศ. 2563 – 1 กันยายน พ.ศ. 2566) -
รมต.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวปาฐกถาว่าด้วยเรื่อง ศิลปะ กับการพัฒนาประเทศ
-
รมว.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มอบนโยบายกระทรวงฯ ปี 2566
-
รมต.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ปี 2565 ครั้งที่ 2
-
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดการประชุมสัมมนา EdPEx
-
รมต.เอนก เหล่าธรรมทัศน์เป็นองค์ปาฐก ในการเปิดสัมมนาวิชาการเคลื่อนภูมิภาคไทยด้วยววน.ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
-
ปาฐกถากล่าวโดยรมต.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
-
ปาฐกถาที่รมต.อเนก เหล่าธรรมทัศน์พูดในวาะครบรอบ 47 ปี รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ
-
-
การแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีดังนี้ 1) กองกลาง 2) กองกฎหมาย 3) กองการต่างประเทศ 4) กองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 5) กองยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา 6) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน 7) กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8) กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 9) กองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน 10) กองส่งเสริมและพัฒนาทุนทางปัญญา -
การนำเสนอและสรุปผลงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในปี 2564 ที่ผ่านมา -
1) หัวใจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2) 5 กฎหมายหลัก 3) Timeline การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4) โครงสร้าง หน้าที่และอำนาจกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 5) หน้าที่และอำนาจสภานโยบายฯ และคณะกรรมการระดับกระทรวง 3 คณะ 6) สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 7) โครงสร้างภารกิจงานด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8) โครงสร้างสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 9) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 35/2562 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 10) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 11) สิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ในกฎหมายจัดตั้งกระทรวง -
คุณูปการของศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้านที่มีต่อวงการศึกษาไทย; สิริมงคลแห่งชีวิตที่มี ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้บังคับบัญชา; ประวัติและผลงาน ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน; ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ครูของศิษย์ ครูของครู และนักนวัตกรรมการศึกษา; บรรณานุกรมผลงานวิชาการและกิตติการ; รายนามคณะกรรมการจัดการทำบรรณานุกรมผลงานวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน; รายนามคณะกรรมการจัดทำบรรณานุกรมผลงานวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกระทรวงใหม่ที่เป็นการควบรวมหน่วยงานด้านการอุดมศึกษา และ ด้านวิจัยและพัฒนา ที่เกิดการควบรวมของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมและกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสอดคล้องกับการพัฒนาของประเทศ รวมถึงการกำกับดูแลการและการพัฒนานวัตกรรมด้วย