Items
Subject is exactly
การปฏิรูปการศึกษา
-
นักศึกษาในศตวรรษใหม่ต้องเรียนรู้จากโจทย์ปัญหาชีวิตจริง (Project Base Learning: PBL) เมื่อได้เรียนจากภาคชีวิตจริงก็เท่ากับไปทำางานรับใช้สังคมแล้วส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังใช้การเรียนรู้โดยเน้นโครงงานเป็นฐานหรือ PBL ยังเป็นเครื่องมือสร้างวิชาการสายรับใช้สังคมได้ โดยส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำลังจะสร้างระบบ Public Library of Thailand ขึ้นมาเป็น E-Journal เป็นช่องทางสาธารณะ เป็นลู่ทางของการตีพิมพ์ผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมที่มีคุณภาพ ที่มีทฤษฎีรองรับ มีการเก็บข้อมูล มีการวิเคราะห์และประมวลผลที่น่าเชื่อถือ -
การศึกษาไทยจะบรรลุเป้าหมายในยุค 4.0 ต้องอาศัยปัจจัยอยู่หลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างนวัตกรรมในทุกงาน ทุกระดับของสังคม ซึ่งคนทุก (ทุกเพศ-วัย) ต้องเป็นผู้ทำงานอยู่บนพื้นฐานด้วยการมีความรู้ (Knowledge Worker) จนเกิดทักษะ และสามารถ ถ่ายทอดความรู้ไปสู่คนรุ่นใหม่ให้รู้จักการดำรงชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานวิถีแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อีกทั้งผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก เช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง โดยเฉพาะครูจะต้องฝึกฝนตัวเอง พร้อมเปลี่ยนบทบาทและเปลี่ยนการทำงาน แบบเดิม ไปสู่การเป็น Change Agent เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยแบบเดิม ให้กลายเป็นระบบการศึกษาในยุค 4.0 -
ความจริงของศตวรรษที่ 21 คือ สังคมเปลี่ยน เด็กก็เปลี่ยน ทักษะที่ต้องการในการดำรงชีวิตของคนก็เปลี่ยน ฉะนั้นการเรียนรู้ต้องเปลี่ยน, การสอนเด็กแบบเดิมไม่ได้ผล ดังนั้นครูต้องไม่เน้นสอน(ไม่ใช่ผู้สอน) แต่เน้นออกแบบกระบวนการเรียนรู้ จัดกระบวนการเรียนรู้แบบ PBL (Project Based Learning หรือ Problem Based Learning หรือ Process Based Learning) สร้างแรงบันดาลใจ เน้นเป็นโค้ช จะทำให้เด็กไทยได้เรียนรู้มากกว่าองค์ความรู้ในวิชาที่สอน เป้าหมายสุดท้าย คือ เด็กมีทักษะในอนาคต 21st Century Skills -
ความรู้ที่อยู่ในการปฏิบัติเป็นความรู้ที่ไม่ชัดเจนแต่จะเกิดการเรียนรู้ได้ เพราะการเรียนสมัยใหม่ต้องได้ทักษะ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ในโลกที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะแรงบันดาลใจ ทักษะการเรียนรู้ และคุณสมบัติความเป็นมนุษย์ -
ลักษณะสำคัญของครูมีดังนี้ 1. ครูต้องมีความรักต่อศิษย์ (ต้อง "จัดการความรัก" ก่อนที่คิดจะ "จัดการความรู้") 2. ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ (การสอนโดยทำตัวให้เห็นเป็นตัวอย่าง) 3. ครูต้องเป็นผู้ที่ใฝ่รู้ เปิดรับ และพร้อมปรับเปลี่ยน (ครูต้องเป็นผู้ที่รับฟัง ศึกษาค้นคว้าตลอดเวลา หาวิธีการ/เทคนิคที่ดีกว่า (เดิม) มาใช้กับนักเรียน รู้จักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ทำให้การเรียนสนุก ผู้เรียนมีความสุข และได้ประโยชน์) -
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เขียนจากก ารตีความจากหนังสือเรื่อง A World-Class Education: Learning from International Models of Excellence and Innovation (2012) ซึ่งเขียนโดย Vivien Stewart แล้วเผยแพร่ที่บล็อก Gotoknow.org ในชุดการศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก (https://www.gotoknow.org/posts/ tags/การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก) รวม 10 ตอน จากนั้นนำมารวมเล่มปรับปรุงเป็นหนังสือเล่มนี้โดยทีมงานของมูลนิธิสยามกัมมาจล รวมทั้งการเล่าประสบการณ์จากการทำงานสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของทีมมูลนิธิสยามกัมมาจล เข้าไปเป็นบทสุดท้าย เพื่อเล่าการดำเนินการตามหลักการในหนังสือ สู่การปฏิบัติในสถานการณ์จริงของบริบทไทย -
ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้บรรยายเรื่อง "ปฏิรูปสภามหาวิทยาลัย ปฏิรูปอุดมศึกษา" โดยมีหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสภามหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปอุดมศึกษา การปฏิรูปการดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย และสรุป -
รายงานผลการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคปฏิรูปการปกครอง เป็นผลงานด้านการศึกษาของรัฐบาล ต.ค. 2549 ถึงมกราคม 2551 ประกอบด้วยเอกสารรายงานสรุปสาระจัดทำเป็นรายงานฉบับย่อ รายงานฉบับสมบูรณ์ที่ประมวลผลงานการปฏิรูปการศึกษาไทยไว้ทุกด้าน เอกสารประกอบรายงานมติคณะรัฐมนตรีและยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาที่เป็นผลงานของกระทรวงศึกษาในช่วงรัฐบาลยุคปฏิรูปการปกครอง -
ผลกระทบของการปฏิรูปอุดมศึกษาไทยต่อสังคมฐานความรู้ -
บทความวิชาการที่เผยแพร่ในวารสารคุรุศาสตร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย โดยเป็นการรวบรวมเนื้อหาจากการบรรยาย สิ่งสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย ได้แก่ 1) ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา 2) ประเด็นเกี่ยวกับคุณภาพ 3) ประสิทธิภาพ 4) ความเป็นสากล -
รายงานสืบเนื่องจากการเสวนาวิชาการเรื่อง "ผลิดอกออกผล 9 ปีแห่งการปฏิรูปการศึกษา" ประกอบด้วยเนื้อหาต่าง ๆ เช่น การปาฐกถาเรื่อง "จากต้นกล้า สู่ไม้แกร่ง เส้นทางแห่งการปฏิรูปการศึกษา" การเสวนาเรื่อง "โครงสร้าง กฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติ : ผลลัพธ์ที่คาดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง" -
มองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จัดทำโดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับมุมมองภาพอนาคตประเทศไทย แนวทางการรับมือหลังวิกฤต COVID-19 จากนักวิชาการหลากหลายท่าน พร้อมกับนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการควบคุม – คลี่คลาย ประเทศไทยกับ 4 ระยะหลังวิกฤต พร้อมสำรวจภาพอนาคต ผ่าน 4 เส้นทางและการเดินทางที่ประเทศไทยอาจต้องเผชิญ -
รายงาน STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน เพื่อนำเสนอวิธีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ STEMLAB และหลักสูตรการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย 1. แนวคิดและอุดมการณ์ของ STEMLAB 2. แนวทางการสร้างห้องปฏิบัติการ STEMLAB 3. เครื่องพิมพ์สามมิติ 4. เครื่องตัดเลเซอร์ 5. สมองกลฝังตัวและอิเล็กทรอนิกส์ 6. เครื่องมือช่าง 7. เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ -
รายงานการศึกษา ทิศทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) อย่างบูรณาการเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมุ่งเน้นการใช้ อววน. เพื่อขจัดความยากจน สร้างความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและวางรากฐานเพื่ออนาคต พัฒนากําลังคนและการอุดมศึกษา และปฏิรูประบบ อววน. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการบูรณาการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเป็นระบบ โดยได้รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุม Recovery Forum และการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดให้มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างเดือนเมษายน ถึง กันยายน 2563 เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การสาธารณสุข และการต่างประเทศที่จะเปลี่ยนไปเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และระดมความคิดเห็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์คลี่คลาย สอวช. ได้นําข้อมูลดังกล่าวประกอบกับรายงานวิชาการที่เกี่ยวข้องนํามาจัดทําบทวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของโลกและประเทศไทย และนัยสําคัญต่อการพัฒนา อววน. วิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario) ที่เป็นไปได้และเสนอแนะทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อววน. เพื่อการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 และการปรับตัวสู่อนาคต พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะระเบียบวาระการขับเคลื่อน (action agenda) ที่สําคัญในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ แนวทางการกําหนดเป้าประสงค์และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สําคัญ รวมทั้งแนวทางการแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ -
รายงานการศึกษา เรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก โดยได้วิเคราะห์สถานการณ์ของโลก และนัยที่มีต่อการปรับตัวของประเทศไทยในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ตลอดชีวิต วิเคราะห์สถานการณ์ความจำเป็นและความต้องการด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดทำข้อเสนอแนะ นโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงตัวอย่างกลไกการดำเนินงาน ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุม ทุกช่วงวัย ประกอบด้วย กลุ่มเด็กและเยาวชน เน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาที่จำเป็น ต้องได้รับการสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป กลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดงาน โดยเฉพาะนักศึกษา ในหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ กลุ่มกำลังแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบที่จำเป็นต้องปรับตัว ให้ทันต่อความรู้และทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกลุ่มผู้สูงวัยและผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุที่ต้องการ การเตรียมความพร้อมด้านทักษะสำหรับการใช้ชีวิต การเข้าสังคม และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในวัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ โดยรายงานการศึกษานี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป -
รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 2564 นำเสนอรายละเอียดสำคัญอันประกอบด้วย บทที่ 1 อววน. กับการพัฒนาประเทศ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสรุปภาพรวมการนำศักยภาพด้าน อววน. มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น และรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้าน อววน. ในเวทีนานาชาติ เป็นต้น บทที่ 2 สร้างความสามารถ ววน. สู่การเก็บเกี่ยวผลในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสะท้อนขีดความสามารถด้าน ววน. ของไทยในการสร้างศักยภาพให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่ออนาคต บทที่ 3 ปรับกระบวนทัศน์การอุดมศึกษาสำหรับโลกยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม มีสาระสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาอุดมศึกษา ที่นำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษา บทที่ 4 การปฏิรูประบบ อววน. เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ อววน. ใน 6 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างหน่วยงาน, การจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนา อววน. ของประเทศ, การพัฒนาระบบงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผน, การจัดระบบติดตามและประเมินผลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์ด้าน อววน., การเชื่อมโยงข้อมูล อววน.ทั้งระบบ, และการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และบทที่ 5 ภาพรวมการดำเนินการที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนา อววน. ในอนาคต มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินงานของ อววน. ในช่วงที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาในระยะ 5 ปีข้างหน้า -
การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เพื่อรองรับการพลิกโฉมฉับพลันและวิกฤตการณ์โลก” ฉบับ Booklet นำเสนอสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อความต้องการกำลังคนและรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่ต้องการระบบส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เอื้อให้คนได้พัฒนาทักษะให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และนำมาสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มุ่งตอบกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ครอบคลุมทุกช่วงวัย ประกอบด้วย เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา นักศึกษา กำลังแรงงาน และผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ รวมถึงการออกแบบกลยุทธ์สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะกลุ่มเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาต่อยอดการจัดทำนโยบาย มาตรการและกลไกส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป -
รายงานการศึกษาระบบอุดมศึกษาไทยในบริบทของประเทศพัฒนาแล้ว ฉบับที่ 1: การผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ จากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ในยุคของการใช้ชีวิตหลากหลายขั้น (Multistage Life) โดยมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus Disease: COVID-19) เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ในขณะที่มีประเด็นความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังเป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้า ส่งผลกระทบให้ระบบอุดมศึกษาต้อง Re-Adjust, Re-Position และ Reinvent ตัวเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการผลิตบัณฑิตทั้งในและนอกวัยเรียนที่สามารถอยู่รอดและเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความไม่แน่นอน การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมให้ทันสมัยต่อโลก การให้บริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม การเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักวิชาการต่อสาธารณะ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เพื่อทำให้ระบบอุดมศึกษาไทยสามารถก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย1. สถานภาพและการปรับตัวของระบบอุดมศึกษาในประเทศไทย 2. สถานการณ์ของโลกและการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการอุดมศึกษา 3. นวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 พร้อมบทสรุปนวัตกรรมระบบอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 4. ทิศทางการพัฒนาระบบอุดมศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ 5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ และทิศทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต -
รายงาน Circular Economy Policy Forum Report 2022 เป็นการรวบรวมและประมวลข้อมูลเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ได้จากการประชุมหารือภายใต้โครงการบูรณาการและขับเคลื่อนภาคส่วนของไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือโครงการ Circular Economy Innonvation Policy Forum ภายใต้ข้อตกลงบันทึกความร่วมมือ (ระยะเวลา 5 ปี มีนาคม พ.ศ. 2564 ถึง มีนาคม พ.ศ. 2567) “โครงการพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน” ระหว่างสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กับ สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) กิจกรรม โครงการฯ เริ่มดำเนิน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา Circular Economy Innovation Forum ให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิดเห็นให้เกิดการตั้งประเด็น (Agenda) เพื่อระดมความคิดในการเสนอแนะเชิงนโยบายในการบูรณาการและขับเคลื่อนภาคส่วนของไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยกิจกรรมหลักของโครงการฯ นี้เป็น การสร้างพื้นที่หารือโดยการจัดประชุมกลุ่มรายสาขาประมาณ 3 ครั้ง ทั้ง 7 กลุ่มรายสาขา ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มการเงินและตลาดทุน กลุ่มการศึกษา กลุ่มวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมการประชุม 23 ครั้ง ผู้เข้าร่วมทั้งหมด 877 คน จาก 770 องค์กร ภายใต้ระยะเวลาเดือนมิถุนายน ถึง พฤศจิกายน 2564 โดยกระบวนการสร้างพื้นที่หารือเริ่มจากการประชุมกลุ่มเริ่ม ตั้งประเด็น (Agenda) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละกลุ่มรายสาขา นำไปสู่จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Circular Economy Innovation Policy) แต่ละกลุ่มราสาขาและออกแบบแนวทาง/โปรแกรมการทำงานร่วมกันของเครือข่ายเพื่อสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อขับเคลื่อนร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายภาพรวมของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เหมาะสมกับประเทศไทยร่วมกัน -
รายงานแนวทางการติดตามและประเมินผลเชิงระบบตามหลักการ Blue Marble Evaluation (BME)” นำเสนอเกี่ยวกับแนวทางการติดตามและประเมินผลเชิงระบบที่มองโลกทั้งใบหรือระบบขนาดใหญ่เป็นหน่วยที่ได้รับการประเมิน โดยมีตัวอย่างประเด็นที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขจัดความยากจน ระบบเกษตรและอาหาร เป็นต้น โดย สอวช. มีแนวคิดในการนำแนวทางการติดตามและประเมินผลเชิงระบบตามหลักการ BME มาพัฒนาต่อยอดเพื่อประยุกต์ใช้กับการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศต่อไป -
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมผ่านมาตรการบัญชีนวัตกรรมไทย” ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารจัดการด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่าง สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดยได้ศึกษาภาพรวมและผลกระทบของมาตรการบัญชีนวัตกรรมไทย ในอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหมวดผลงานที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยมากที่สุด และได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสนับสนุนมาตรการบัญชีนวัตกรรมไทย โดยคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model สาขาเครื่องมือแพทย์ ได้นำไปพิจารณาปรับปรุงระบบบัญชีนวัตกรรมไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป -
แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) จัดทำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ในการสร้างผลกระทบเชิงประจักษ์ ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม ชุมชนท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความหลากหลายของแต่ละภูมิภาคของประเทศ โดย สอวช. สนับสนุนเครื่องมือและกระบวนการผ่านกลไก policy accelerator ในการพัฒนานโยบายและข้อริเริ่มใหม่ (policy formulation) ภายใต้แพลตฟอร์มพัฒนานโยบายนวัตกรรม Thailand Higher Education and Innovation Policy Accelerator (THIPA) ซึ่งแผนดังกล่าวจะนำไปสู่การกำหนดโครงการริเริ่มสำคัญ (initiative program) ในระดับภูมิภาคร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภูมิภาค และอาจเป็นจุดตั้งต้นในการจัดทำแผนปฏิบัติการในระดับสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ที่ได้จัดทำขึ้นต่อไป เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมให้กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบในวงกว้างและตอบโจทย์สำคัญของประเทศ รวมถึงสามารถดำเนินการตามพันธกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนของบริบทโลก ผ่านการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน -
ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต” อันประกอบด้วย 1. นโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2. ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในอนาคต 3. การเปลี่ยนแปลงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษา 4. ภารกิจและบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาสำหรับอนาคต และ 5. แนวทางการออกแบบพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้เพียงพอสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลายและสอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม (Industrial Participation) และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Participation) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกรอบแนวทางในกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้ก่อเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด และยังจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุดมศึกษาไทยให้สอดรับกับวิวัฒนาการการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตในมิติอื่น ๆ ด้วย -
การรวบรวมความคิดและการกระทำในฐานะผู้นำทางการศึกษาของ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เพื่อเป็นการบันทึกผลงานอันมีค่าแก่สังคม และสะท้อนแบบอย่างพฤติกรรมของผู้นำอันควรค่าแก่การเรียนรู้และเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ต่อไป เนื้อหาภายในเล่ม เช่น ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้านกับการศึกษาทางไกล ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้านกับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้านกับสหกิจศึกษา เป็นต้น -
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการ 1.1 ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.2 ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.3 ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.4 ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....