Items
Subject is exactly
การประชุม
-
เนื้อหาในเอกสารเป็นคำกล่าวของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เปิดประชุมสภาวิจัยแห่งชาติครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2502 โดยมีใจความสำคัญว่า วัตถุประสงค์ของการตั้งสภาวิจัยแห่งชาติเพื่อนำเสนอการวิจัยและข้อคิดเห็นจากการวิจัยประกอบแนวทางการวางนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการจัดการทุนเพื่อดำเนินการวิจัย ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล โดยมีการแบ่งสาขาวิชาทั้งฝ่ายวิทยาศาสตร์และฝ่ายสังคมศาสตร์ เพื่อทำงานสนับสนุนและสอดประสานกัน โดยระบุถึงหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของสภาวิจัย คือ การเป็นโหร เพราะผลสุดท้ายของการวิจัย คือ ทำให้ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งทางดี ทางร้ายเพื่อเตรียมการล่วงหน้า โดยใช้วิชาการรอบด้าน -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณารับทราบต่อผลการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 16 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่วย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (The 12 th MT-GT Summit) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ เพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมีอระหว่างสามประเทศในการสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้าน การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และยินดีให้การสนับสนุนและร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามตารางการมอบหมายภารกิจหน่วยงานโดยเฉพาะในการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานการศึกษาด้านฮาลาล การเชื่อมโยงไอซีทีพัฒนาช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างครอบคลุมทั่วถึง รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ไอซีทีเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว การเพิ่มพูนทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิหัลให้แก่แรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยีปัญญาประติษฐ์ (AI Technology) และ โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) การเพิ่มพูนคุณภาพของระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งการจัดทำวิจัยร่วมการทำงานร่วมกันในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการผลิตบัณฑิตตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต รวมทั้ง เทคโนโลยีการผลิตปาล์มน้ำมัน B100 ซึ่งสามารถที่จะถ่ายทอดให้กับวิสาหกิจชุมชนในภาคใต้ และช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรได้ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/463 ลงวันที่ 9 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เสนอขอความเห็นชอบการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ CTBTO On - site Inspection Regional Introductory Course (OSI-RIC24) ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในฐานะตัวแทนของประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกของ CTBTO On-site Inspection Regional Introductory Course (OSI-RIC24) ณ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15-21 มกราคม 2566 ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามหนังสือแลกเปลี่ยนสำหรับการประชุมดังกล่าว และอนุมัติให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในหนังสือตอบรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวไปยัง CTBTO PrepCom ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และหากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างหนังสือแลกเปลี่ยนสำหรับการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ CTBTO On-site Inspection Regional Introductory Course (OSI-RIC24) ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงบประมาณ ที่เห็นสมควรให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอนด้วย ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 (เรื่อง การเสนอเรื่องเร่งด่วนต่อคณะรัฐมนตรี) -
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์, รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ในวันที่ 25 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมการชี้แจงดังกล่าว ประกอบไปด้วย ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ถนอม อินทรกำเนิด, ศ.ปรีชา เถาทอง, รศ.ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์, ผศ.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ และศ.พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส