Items
Subject is exactly
การพัฒนาแบบยั่งยืน
-
ข้อเสนอ BCG in Action: The New Sustainable Growth Engine โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ด้วยอัตราการเติบโตดังกล่าวไม่เพียงพอในการนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้าม “กับดับประเทศรายได้ปานกลาง” และลดความเหลื่อมล้ำ ข้อเสนอ BCG in Action: The New Sustainable Growth Engine โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยอาศัยฐานความเข้มแข็งของประเทศอันประกอบด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของสินค้าและบริการมูลค่าสูง ที่ยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ นำเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ที่ช่วยทลายข้อจำกัด ให้เกิดการก้าวกระโดดของการพัฒนาต่อยอด และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) ด้วยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย -
รายงานการศึกษา เรื่อง Thailand Synthetic Biology Ecosystem Assessment and Recommendations โดย Kent W. Goeking นำเสนอรายละเอียดดังนี้ บทที่ 1. Introduction of core concepts บทที่ 2 Industries and applications บทที่ 3 Technical capabilities บทที่ 4 Comparative ecosystems บทที่ 5 Human resources บทที่ 6 Recommendations -
Thailand Synthetic Bioeconomy Outlook and Key Milestones นำเสนอรายละเอียดดังนี้ 1. SynBio ศาสตร์ใหม่กู้โลกในศตวรรษที่ 21 2. ความก้าวหน้าของ SynBio ความคาดหวังและข้อกังวลของเทคโนโลยี 3. เทคโนโลยี SynBio และการใช้ประโยชน์ 4. การกำกับดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพของชีววิทยาสังเคราะห์ 5. แผนยุทธศาสตร์นวัตกรรม SynBio ของประเทศไทย -
รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 2564 นำเสนอรายละเอียดสำคัญอันประกอบด้วย บทที่ 1 อววน. กับการพัฒนาประเทศ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสรุปภาพรวมการนำศักยภาพด้าน อววน. มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น และรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้าน อววน. ในเวทีนานาชาติ เป็นต้น บทที่ 2 สร้างความสามารถ ววน. สู่การเก็บเกี่ยวผลในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสะท้อนขีดความสามารถด้าน ววน. ของไทยในการสร้างศักยภาพให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่ออนาคต บทที่ 3 ปรับกระบวนทัศน์การอุดมศึกษาสำหรับโลกยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม มีสาระสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาอุดมศึกษา ที่นำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษา บทที่ 4 การปฏิรูประบบ อววน. เพื่อวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ อววน. ใน 6 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างหน่วยงาน, การจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนา อววน. ของประเทศ, การพัฒนาระบบงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผน, การจัดระบบติดตามและประเมินผลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบายและยุทธศาสตร์ด้าน อววน., การเชื่อมโยงข้อมูล อววน.ทั้งระบบ, และการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และบทที่ 5 ภาพรวมการดำเนินการที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนา อววน. ในอนาคต มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินงานของ อววน. ในช่วงที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาในระยะ 5 ปีข้างหน้า -
รายงาน Circular Economy Policy Forum Report 2022 เป็นการรวบรวมและประมวลข้อมูลเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ได้จากการประชุมหารือภายใต้โครงการบูรณาการและขับเคลื่อนภาคส่วนของไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือโครงการ Circular Economy Innonvation Policy Forum ภายใต้ข้อตกลงบันทึกความร่วมมือ (ระยะเวลา 5 ปี มีนาคม พ.ศ. 2564 ถึง มีนาคม พ.ศ. 2567) “โครงการพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน” ระหว่างสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กับ สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) กิจกรรม โครงการฯ เริ่มดำเนิน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา Circular Economy Innovation Forum ให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิดเห็นให้เกิดการตั้งประเด็น (Agenda) เพื่อระดมความคิดในการเสนอแนะเชิงนโยบายในการบูรณาการและขับเคลื่อนภาคส่วนของไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยกิจกรรมหลักของโครงการฯ นี้เป็น การสร้างพื้นที่หารือโดยการจัดประชุมกลุ่มรายสาขาประมาณ 3 ครั้ง ทั้ง 7 กลุ่มรายสาขา ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มการเงินและตลาดทุน กลุ่มการศึกษา กลุ่มวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมการประชุม 23 ครั้ง ผู้เข้าร่วมทั้งหมด 877 คน จาก 770 องค์กร ภายใต้ระยะเวลาเดือนมิถุนายน ถึง พฤศจิกายน 2564 โดยกระบวนการสร้างพื้นที่หารือเริ่มจากการประชุมกลุ่มเริ่ม ตั้งประเด็น (Agenda) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละกลุ่มรายสาขา นำไปสู่จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Circular Economy Innovation Policy) แต่ละกลุ่มราสาขาและออกแบบแนวทาง/โปรแกรมการทำงานร่วมกันของเครือข่ายเพื่อสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อขับเคลื่อนร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายภาพรวมของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เหมาะสมกับประเทศไทยร่วมกัน -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/8649 ลงวันที่ 21 เมษายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทำความตกลงระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแห่งประเทศไทยกับคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศทางวิชาการและความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบการจัดทำความตกลงระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติแห่งประเทศไทยกับคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (United States Nuclear Regulatory Commission : USNRC) เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศทางวิชาการและความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามความตกลงฯ ในฐานะส่วนราชการเจ้าของเรื่อง โดยเป็นที่ยอมรับกันระหว่างคู่ภาคีว่าไม่จำเป็นต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) (ยังไม่ได้กำหนดวันลงนาม) โดยความตกลงฯ มีสาระสำคัญ เช่น 1) ขอบข่ายความตกลงฯ (การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการที่ไม่เป็นความลับความร่วมมือในการวิจัยความปลอดภัยทางนิวเคลียร์) 2) การบริหารจัดการ (การประสานงานสำหรับกิจกรรมการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่แลกเปลี่ยนมาระหว่างคู่สัญญา) และ 3) การแลกเปลี่ยนและการใช้ข้อมูล (การบันทึกข้อมูลกรรมสิทธิ์) เป็นต้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) ดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) ด้วย 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำกับติดตามการดำเนินงานของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติอย่างใกล้ชิด แล้วให้รายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ -
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ" ประจำปี 2564 ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, เอกอัครราชทูตจากประเทศเดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่นและรัสเซีย, ผู้แทนท่านทูตจากสหราชอาณาจักร, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และคณะผู้บริหารจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วม
-
ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ แถลงข่าวจัดงาน "ถนนสายวิทยาศาสตร์" รับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565