Items
Subject is exactly
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย--ประวัติ
-
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกแห่งกรุงสยาม ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีกำเนิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชดำริในการเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรเวชศาสตรบัณฑิต (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแพทยศาสตรบัณฑิต) เป็นวาระแรกเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรก ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 -
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริว่า สมควรขยายการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของ กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ตลอดจนภาคเอกชนด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเป็นสถาบันอุดมศึกษาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2453 และพระราชทานนามว่า “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องจากได้ทรงอนุสรณ์คำนึงถึงพระบรมราโชบายในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ที่ทรงเคยมีพระราชดำริที่จะให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นสำหรับเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาวสยาม -
มหาวิทยาลัยแทบทั้งหมดทั่วโลกเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติหรือรัฐบัญญัติเพื่อการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละประเทศตราขึ้นเพื่อการพัฒนาการอุดมศึกษา แต่มีมหาวิทยาลัยจำนวนน้อย ซึ่งถือกำเนิดจากพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันหนึ่งซึ่งอุบัติขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสำนักหรือโรงเรียนฝึกหัดวิชาข้าราชการพลเรือน เมื่อ พ.ศ. 2442 นับเป็นเวลา 7 ปี หลังจากสมเด็จพระปิยมหาราชของคนไทยทั้งแผ่นดินได้พระราชทานพระบรมราโชบายให้ปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินเมื่อ พ.ศ. 2435 ต่อมาได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนมหาดเล็ก เมื่อ พ.ศ.2445 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา และพระราชทานชื่อว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2453 ครั้นได้ดำเนินการไปได้ดีพอควรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ในสมเด็จพระบรมชนกาธิราช ซึ่งทรงมีพระราชปรารถนาจะให้มีมหาวิทยาลัยในกรุงสยาม ในประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ นั้นมีความข้อหนึ่งว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภกแห่งโรงเรียนนี้” ด้วยเหตุนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงยึดเป็นแบบแผนประเพณีตลอดมาว่ามหาวิทยาลัยจะต้องทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกแด่พระมหากษัตริย์ซึ่งทรงรับพระบรมราชาภิเษกแล้วทุกพระองค์ -
ประกาศประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และโอนไปขึ้นอยู่ในกระทรวงธรรมการ -
มีพระบรมราโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า สำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งสมเด็จพระชนกนาถพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริ เริ่มตั้งขึ้นโดยพระราชปรารภที่จะทรงจัดการปกครองพระราชอาณาจักรให้ทันกาลสมัย จึงได้ทรงจัดการกระทรวงมหาดไทยรวมหัวเมืองรวมหัวเมืองซึ่งแยกย้ายสังกัดอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ตามความสะดวกในสมัยเดิมให้สังกัดอยู่แห่งเดียวกันเพื่อจัดการปกครองให้ลงระเบียบแบบอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการฝึกหัดกุลบุตรสำหรับรับราชการปกครองขึ้นใน กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 118 ครั้นการปกครองหัวเมืองซึ่งได้จัดตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่รัตนโกสินทรศก 116 ดำเนินมาเป็นรูปเรียบร้อยขึ้น ความต้องการฝึกกุลบุตรสำหรับรับราชการยิ่งทวีขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกการฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนจากกระทรวงมหาดไทย ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นต่างหาก เรียกว่า โรงเรียนมหาดเล็ก ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 121 มีกรรมการจัดการลงเป็นรูปแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลิกกรรมการมีผู้จัดการโดยลำพังต่อมา ตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 126 โรงเรียนนั้นได้ฝึกหัดกุลบุตรเข้ารับราชการเป็นต้นรากของกระทรวงมหาดไทย เพียงพอแก่ความต้องการแล้ว มีแต่จะขยายวิชาให้สูงขึ้นต่อไป -
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาล เป็นอดีตภาค 2458 พรรษา กาลปัตยุบัน จันทรโคจร ศศิสัมพัตศร มิศสิรมาษ กาลปักษ์ เตรสีดิถี จันทรวาร สุริยคติกาล มกราคมมาศ ตติยสุรทิน โดยกาลนิยม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมราชาธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อดิศัยพงษ์วิมลรัตน์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรัตน บรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธาเคราหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณ ราชวรางกูร บรมมกุฎนเรนทร์สูรสันตติวงษ์ วิสิฏสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหารอดิเรกบุญฤทธิ์ ธัญลักษณ์วิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตตมางคประนตบาท บงกชยุคล ประสิทธิสรรพ ศุภผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิ์สมญา เทพทวาราวดีศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตน์อัศวโกศล ประพนธปรีชามัทวสมาจาร บริบูรณ์คุณสารสยมาทินคร วรุตเมกราชดิลกมหาปริวารนายก อนันตมหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินทร บรมชนกาดิศรสมมตประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร ศิริรัตน โนปลักษณมหาบรมราชาภิเสกาภิสิต สรรพทศวิชิตไชย สถลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อันได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติราชาภิเศกสืบสันตติวงศ์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 6 ในมหาจักรีพระบรมราชวงศ์ ซึ่งได้ประดิษฐาน และดำรงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อันเป็นบรมราชธานีใหญ่ในประเทศสยามทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ และมลาวประเทศ มลายูประเทศ ทรงพระอนุสรณ์ คำนึงถึงโรงเรียนมหาดเล็ก ซึ่งสมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงสถาปนาขึ้นไว้ เพื่อเป็นที่ฝึกหัดนักเรียนมหาดเล็กในวิชารัฐประศาสน์สำหรับออกรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ในกระทรวงมหาดไทย เป็นอาทิ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะขยายการโรงเรียนให้กว้างขวางออกไป สำหรับฝึกหัดมหาดเล็กให้เข้ารับราชการได้ทุกกระทรวงทบวงการจัดการโรงเรียนให้เป็นแผนกวิทยาต่าง ๆ เช่น รัฏประศาสน์ กฎหมาย การต่างประเทศ การเกษตร การช่าง การแพทย์ ครู เป็นต้น เพื่อจะได้เป็นมหาวิทยาลัยสง่าพระนครต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเดิมขึ้นเป็นโรงเรียนชั้นอุดมศึกษา พระราชทานนามว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระบรมนามาภิธัยในสมเด็จพระบรมชนกาธิราชเจ้า เป็นการสนองพระเดชพระคุณให้สมพระบรมราชประสงค์ ดังที่ได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้แล้ว -
งานพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรก เริ่มจากเมื่อพระบรมวงศานุวงศ์และผู้รับเชิญเข้าร่วมพิธีเข้าสู่ห้องประชุมแล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ห้องประชุม ทรงเทียนชนวนที่พระพุทธรูปและพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อจากนั้นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ (มหาอำมาตย์เอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ครั้งนั้นยังไม่ได้ทรงกรม) ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยบัณฑิตพิเศษแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานครุยกิตติมศักดิ์แก่ข้าราชการของมหาวิทยาลัยสองท่าน คือ บัณฑิตชั้นโท (มหาบัณฑิตในปัจจุบัน) ทางวิทยาศาสตร์แก่พระยาภะรตราชาผู้บัญชาการ (อธิการบดีในปัจจุบัน) และบัณฑิตชั้นเอก (ดุษฎีบัณฑิตในปัจจุบัน) แก่ศาสตราจารย์ น.พ. A.G.Ellis คณบดีคณะแพทยศาสตร์ (ต่อมาเป็นอธิการบดีคนแรกของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ระหว่าง พ.ศ. 2478-2478) ต่อจากนั้นผู้บัญชาการของมหาวิทยาลัยกล่าวญัตติกรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานประกาศนียบัตร (ปริญญาบัตรในปัจจุบัน) บัณฑิตใหม่กล่าวคำปฏิญญา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานรางวัลเหรียญทองและเหรียญเงินสำหรับผู้ได้คะแนนยอดเยี่ยมตลอดหลักสูตร 4 ปี เหรียญทองแดงสำหรับผู้ได้คะแนนเป็นที่ 1 ในแผนกอายุรศาสตร์ แผนกศัลยาศาสตร์ แผนกสูติศาสตร์ แผนกพยาธิวิทยา แผนกสรีระวิทยา และแผนกกายวิภาควิทยา ทั้งในปี พ.ศ. 2471 และ 2472 ทั้งนี้เนื่องจากมีผู้สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2471 จำนวน 18 คน ใน พ.ศ. 2472 จำนวน 16 คน รวมทั้งสิ้นเป็นเวชชบัณฑิต (แพทยศาสตร์บัณฑิตในปัจจุบัน) 34 คน ต่อจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาท ถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินกลับ -
สมเด็จพระมหิตลาภิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงรับหน้าที่เป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย ทรงเป็นผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในการติดต่อขอความร่วมมือกับมูลนิธิร็อกีเฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation) เพื่อพัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาวิชาแพทย์ในเมืองไทย ท้ายเล่มมีภาคผนวกพระราชนิพนธ์เรื่อง รายงานความเห็นในเรื่องการสำรวจการศึกษาเพื่อประกอบพระบรมราโชบายเรื่องการตั้งมหาวิทยาลัย -
พิธีก่อพระฤกษ์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2453 ซึ่งปัจจุบัน คืออาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดยต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” -
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงรับสนองพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องการให้ข้าราชการผ่านการถวายตัวเป็นมหาดเล็กก่อน และทรงเห็นข้อดีของการที่ข้าราชการควรจะเป็นผู้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรู้จักและไว้วางพระราชหฤทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่จะออกไปประจำการตามมณฑลต่างๆ ขณะเดียวกันทรงเห็นว่าการจะให้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กโดยไม่มีการศึกษาศาสตร์แผนใหม่ที่จำเป็นต่อการบริหารราชการแผ่นดินก็จะเป็นการเสียประโยชน์ จึงนำไปสู่การจัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๔๒ (ระยะแรกใช้ชื่อว่า “สำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน” และเปลี่ยนเป็น “โรงเรียนมหาดเล็ก” ในปี พ.ศ.๒๔๔๕) ในยุคนั้นมีการจัดการศึกษาด้านรัฏฐประศาสนศาสตร์เพียงสาขาวิชาเดียว มีนักเรียนจำนวน ๕๐ คน