Items
Subject is exactly
นวัตกรรมทางการศึกษา
-
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: บทเรียนออนไลน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: บทเรียนออนไลน์เพื่อฝึกทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์ -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ในรูปแบบออนไลน์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: สื่อการเรียนการสอนเสมือนจริง เรื่อง ทัศนศาสตร์ -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: การพัฒนาบอร์ดเกม AR -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: เครื่องแยกแสง compact disc แบบพกพา -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: สื่อการเรียนการสอน เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: ชุดการทดลองเคมีย่อส่วนร่วมกับแอปพลิเคชั่น -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: คูดี้ เคยูทัวร์ -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: โครงการออกแบบชุดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM ผ่านการเล่น Rubber band -
ผลงานสายนวัตกรรมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์: โครงการชุดกิจกรรมศิลปะเตรียมความพร้อมก่อนสูงวัยในศตวรรษที่ 21 -
แผนผังโครงสร้างองค์กรศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -
รายงาน STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน นำเสนอเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ STEMLAB ห้องปฏิบัติการเพื่อสร้างนวัตกรรมขั้นสูงในโรงเรียน เพื่อนำเสนอวิธีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ STEMLAB และหลักสูตรการเรียนรู้ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย 1. แนวคิดและอุดมการณ์ของ STEMLAB 2. แนวทางการสร้างห้องปฏิบัติการ STEMLAB 3. เครื่องพิมพ์สามมิติ 4. เครื่องตัดเลเซอร์ 5. สมองกลฝังตัวและอิเล็กทรอนิกส์ 6. เครื่องมือช่าง 7. เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ -
บทสรุปเชิงนโยบาย (Policy brief) โครงการพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบเพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดธรรมาภิบาลและคามมั่นคง ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และจากการวิจัยเชิงนโยบายและการออกแบบเชิงระบบโดยอาศัยข้อมูลจากโครงการความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) การวิจัยเชิงนโยบาย ของ สอวช. กับ TDRI ในการพัฒนากรอบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบในการศึกษาฯ ผ่านกระบวนการรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ รวมถึงผ่านสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบบริหารจัดการน้ำทั้งหมด จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์จนได้ข้อสรุปสถานภาพระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน ช่องว่างระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างการจัดการน้ำกับประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำ และข้อเสนอแนะภายใต้บริบทการบริหารจัดการน้ำ โดยวิเคราะห์ตามหลักการธรรมาภิบาลน้ำ (Water Governance; OECD 2021) ซึ่งประกอบด้วยแนวทางการปรับโครงสร้างเชิงระบบและกลไกการทำงานในมิติต่างๆ ได้แก่ นโยบายและมาตรการ กฏหมาย และโครงสร้างองค์กร รวมถึงเสนอปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง (External factors) เพื่อขับเคลื่อนและนำไปสู่การปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0212.2/4018 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐเกาหลีว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศในด้านต่าง ๆ และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ อีกทั้งมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่ผู้ลงนาม โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรมีการติดตามประเมินผลความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เพื่อขยายผลไปสู่ความร่วมมือในมิติอื่น ๆ ในอนาคต -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0211.2/4369 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับแผนที่นำทางด้านนวัตกรรมของอาเซียน ปี 2562 – 2568 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบแผนที่นำทางด้านนวัตกรรมของอาเซียน ปี 2562-2568 (ASEAN Innovation Roadmap : AIR) เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งประเด็นที่ไทยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยแผนที่นำทางฯ จะทำหน้าที่เป็นแผนที่นำทางเชิงกลยุทธ์ในการดำเนินความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ด้วยการเสริมสร้างการพัฒนาระบบนิเวศที่มีนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบ รวมทั้งการนำความรู้และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบูรณาการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งนำไปสู่การต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม 2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้การรับรองแผนที่นำทางฯ ร่วมกับรัฐมนตรีอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรพิจารณาดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมของประเทศให้สอดคล้องกับแผนที่นำทางด้านนวัตกรรมของอาเซียน ปี 2562-2568 ที่คำนึงถึงความทันสมัย เป็นสากล และรักษาจุดแข็งของประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาด้านนวัตกรรมของประเทศในอนาคต ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0211.2/4453 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องแผนที่นำทางด้านนวัตกรรมของอาเซียน ปี 2562 – 2568 โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องแผนที่นำทางด้านนวัตกรรมของอาเซียน ปี 2562 – 2568 เป็นแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/7544 ลงวันที่ 1 เมษายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อ ขอความเห็นชอบต่อร่างกรอบความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาจีนระหว่างกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกรอบความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาจีนระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้ลงนามในกรอบความร่วมมือฯ ร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือด้านภาษาจีนฯ (นายหม่า เจี้ยนเฟย) (คาดว่าจะจัดให้มีพิธีลงนามในวันที่ 20 เมษายน 2565 และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะได้เรียนเชิญสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ลงนามเป็นพยาน) โดยร่างกรอบความร่วมมือฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรม การพัฒนาหลักสูตรภาษาจีนและการสอนภาษาจีนและอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/23956 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Memorandum of Understanding on Promoting Academic, Scientific, and Technological Cooperation between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the Chinese Academy of Sciences of the People’s Republic of China) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดกรอบความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านรูปแบบของความร่วมมือที่หลากหลาย เช่น การแลกเปลี่ยนทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาวิชาชีพ และการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกัน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นว่า หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากความร่วมมือดังกล่าวในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้พิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จากแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โครงการส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นลำดับแรกก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปีงบประมาณต่อไป ให้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป รวมทั้งควรมีการติดตามประเมินผลความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เพื่อขยายผลไปสู่ความร่วมมือในมิติอื่น ๆ 3. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) ด้วย -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอเสนอเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยขน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.... มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยเรื่องนี้เข้าข่ายที่จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4(2) รวมทั้งสอดคล้อง/เป็นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติในด้าน (2) การสร้างรายได้และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/24139 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานีต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 วันที่ 23กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน เนื้อที่จำนวน 1.08 ไร่ บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ควรพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมการก่อสร้างอาคารและคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณข้างเคียง ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการดำเนินการตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2556 ค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงรักษาป่าชายเลนทดแทนไม้น้อยกว่า 20 เท่า ของพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้ประโยชน์ ตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2566 ให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 หรือเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม แล้วแต่กรณี วิทยาลัยชุมชนปัตตานีควรมีแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพนิเวศของป่าชายเลนที่อยู่โดยรอบร่วมกับนักศึกษาและชุมชนในบริเวณใกล้เคียงในระยะต่อไป เป็นต้น -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/332 ลงวันที่ 6 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาไทย-ตุรกี ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งราชอาณาจักรไทยและสภาอุดมศึกษาแห่งสาธารณรัฐตุรกี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับสถาบันสำหรับคู่ภาคีเพื่อจัดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยมีสาระสำคัญ เช่น 1. ขอบเขตความร่วมมือ (คู่ภาคีจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและการฝึกงานของนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศภายใต้โครงการที่กำหนด) 2. หลักสูตร (คู่ภาคีจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งการดำเนินการและการพัฒนาหลักสูตรร่วมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ ตามกฎหมายและระเบียบของประเทศของตน) 3. การรับนักเรียนทุน (คู่ภาคีอาจส่งและรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของตนภายใต้กรอบของกฎหมายของประเทศของตนและวิธีการที่ภาคีเห็นชอบร่วมกัน) 4. ระยะเวลา (มีผลบังคับใช้วันที่ลงนามครั้งสุดท้าย และมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 4 ปี) 5. การแก้ไข (สามารถแก้ไขได้ทุกเมื่อโดยความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคี) 6. การยกเลิก (ต้องได้รับความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคีโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 60 วัน) 7. การระงับข้อพิพาท (ให้ได้รับการแก้ไขอย่างฉันมิตรโดยการปรึกษาหารือและการเจรจาระหว่างคู่ภาคี) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/1451 ลงวันที่ 24 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Foreign Affairs and Trade of Hungary on Cooperation within the Framework of the Stipendium Hungaricum Programme for the Years 2023-2025) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคคลในระดับอุดมศึกษา โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนแก่ผู้รับทุนชาวไทย จำนวน 40 ทุนต่อปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาตรี-โทต่อเนื่อง ปริญญาโท และปริญญาเอก ณ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศฮังการี ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ รัฐประศาสนศาสตร์และการบริหารการปกครองสาธารณะ และครุศาสตร์และอักษรศาสตร์ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และหากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงบประมาณ และข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการจัดสรรทุนที่ได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ ควรประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังคนของประเทศในทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง -
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นองค์ปาฐกในงาน "จิบกาแฟ คิดอย่างรัฐมนตรี" ในหัวข้อ “ชีวิตคือการวิจัย” ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
-
รวมเรื่องราวของผู้สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งศิลปิน ผู้ขับเคลื่อนสังคม นักออกแบบ ผู้ประกอบการทางด้านเทคโนโลยี ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ผู้ให้ความรู้ โดยนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจบุคคลในแต่ละสาขาอาชีพ เนื้อหาของหนังสือมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ