Items
Contributor is exactly
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
รายละเอียดโครงการสัมมนาวิชาการเรื่อง แสงซินโครตรอน (Syschrotron light sources) จัดโดย คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 7 พฤศจิกายน 2537 I หอประชุมสารนิเทศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับแสงซินโครตรอนและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในกลุ่มนักวิชาการทางด้านนี้เพื่อทำ Conceptual design ต่อไป -
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนากาล เป็นอดีตภาค 2458 พรรษา กาลปัตยุบัน จันทรโคจร ศศิสัมพัตศร มิศสิรมาษ กาลปักษ์ เตรสีดิถี จันทรวาร สุริยคติกาล มกราคมมาศ ตติยสุรทิน โดยกาลนิยม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมราชาธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อดิศัยพงษ์วิมลรัตน์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรัตน บรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธาเคราหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณ ราชวรางกูร บรมมกุฎนเรนทร์สูรสันตติวงษ์ วิสิฏสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหารอดิเรกบุญฤทธิ์ ธัญลักษณ์วิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตตมางคประนตบาท บงกชยุคล ประสิทธิสรรพ ศุภผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิ์สมญา เทพทวาราวดีศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตน์อัศวโกศล ประพนธปรีชามัทวสมาจาร บริบูรณ์คุณสารสยมาทินคร วรุตเมกราชดิลกมหาปริวารนายก อนันตมหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินทร บรมชนกาดิศรสมมตประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร ศิริรัตน โนปลักษณมหาบรมราชาภิเสกาภิสิต สรรพทศวิชิตไชย สถลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อันได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติราชาภิเศกสืบสันตติวงศ์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 6 ในมหาจักรีพระบรมราชวงศ์ ซึ่งได้ประดิษฐาน และดำรงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อันเป็นบรมราชธานีใหญ่ในประเทศสยามทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ และมลาวประเทศ มลายูประเทศ ทรงพระอนุสรณ์ คำนึงถึงโรงเรียนมหาดเล็ก ซึ่งสมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงสถาปนาขึ้นไว้ เพื่อเป็นที่ฝึกหัดนักเรียนมหาดเล็กในวิชารัฐประศาสน์สำหรับออกรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ในกระทรวงมหาดไทย เป็นอาทิ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะขยายการโรงเรียนให้กว้างขวางออกไป สำหรับฝึกหัดมหาดเล็กให้เข้ารับราชการได้ทุกกระทรวงทบวงการจัดการโรงเรียนให้เป็นแผนกวิทยาต่าง ๆ เช่น รัฏประศาสน์ กฎหมาย การต่างประเทศ การเกษตร การช่าง การแพทย์ ครู เป็นต้น เพื่อจะได้เป็นมหาวิทยาลัยสง่าพระนครต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเดิมขึ้นเป็นโรงเรียนชั้นอุดมศึกษา พระราชทานนามว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระบรมนามาภิธัยในสมเด็จพระบรมชนกาธิราชเจ้า เป็นการสนองพระเดชพระคุณให้สมพระบรมราชประสงค์ ดังที่ได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้แล้ว -
อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นอาคารหลักหลังแรก ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เดิมเรียกว่า สภาคารมหาวิทยาลัย หรือตึกบัญชาการ สร้างขึ้นตามดำริของสภาจัดการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพ.ศ. 2456 โดยมีนายเอ็ดเวิร์ด ฮีลี (Edwaed Healey) ชาวอังกฤษ เป็นสถาปนิก และนายเอมิลีโอ โจวันนี กอลโล (Emilio Giovanni Gollo) ชาวอิตาเลียน เป็นวิศวกร เริ่มก่อสร้างในพ.ศ. 2457 ลุล่วงไปจนมีพระราชพิธีก่อพระฤกษ์ได้ในวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี บุคลากรสำคัญยิ่งท่านหนึ่ง ที่ได้ฝากผลงานไว้ในอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คือนายโรดอลโฟ โนลลี (Rodolfo Nolli) ประติมากรชาวอิตาเลียนที่เป็นผู้สร้างงานประติมากรรมตกแต่งอาคารทั้งหมด ประกอบด้วยรูปแบบศิลปกรรมไทยโบราณต่างยุคต่างสมัย ปรับประยุกต์ให้มีขนาดส่วนพอเหมาะกับตัวอาคารที่นายฮีลีได้ออกแบบไว้ และสร้างขึ้นโดยกรรมวิธีสมัยใหม่คือการหล่อซิเมนต์ถอดพิมพ์ ทำให้ประติมากรรมตกแต่งอาคารมหาจุฬาลงกร์เป็นผลงานสำคัญของนายโนลลี ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพอยู่ในสยามสืบต่อมาอีกระยะหนึ่ง จากนั้นจึงเดินทางไปยังเมืองสิงคโปร์ มีผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารสาธารณะสำคัญๆ ในเมืองสิงคโปร์มากมายในเวลาต่อมา -
ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2459 มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นมหาวิทยาลัย พระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" โดยได้จัดแบ่งวิชาที่สอนออกเป็น 4 คณะคือ คณะแพทยศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ -
เป็นหนังสือที่กล่าวถึงแถลงการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประกอบด้วย 1.) แถลงการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เล่ม 1 2) ราชสดุดีฉันท์ 3) แถลงการณ์ 4) โรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 5) ประกาศแก้ระเบียบการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 6) ระเบียบการใช้เครื่องแต่งตัวสำหรับนักเรียนโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 7) ระเบียบข้อบังคับเรือนนอน สำหรับโรงเรียนข้าราชการพลเรือนพแนกยันตรศึกษาและคุรุศึกษา 8) ระเบียบการส่งนักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกฝึกหัดตามหัวเรื่อง 9) ระเบียบกำหนดเวลาเรียน เนื่องด้วยการสอบไล่ 10) คำสั่งที่ 1 เรื่องแยกการปกครองโรงเรียนเป็นระเบียบกองร้อย 11) คำสั่ง 5 เรื่องเปิดโรงเรียนยันตรศึกษา วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2458 12) คำสั่ง 7 ข้าราชการพลเรือนใช้เครื่องแต่งกายตามพระราชกำหนด 13) คำสั่งที่ 8 ให้รองอำมาตย์เอกนายบุญเย็น มาเป็นผู้บังคับกองร้อยที่ ๒ แทนขุนนารถสนิท 14) คำสั่งที่ 9 ให้แยกการปกครองเปนโรงเรียนละกองร้อย ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 15) คำสั่งที่ 10 แก้ไขระเบียบการปกครองโรงเรียนใหม่ บรรจุเจ้าหน้าที่ตามระเบียบที่กำหนด ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2458 16) คำสั่งที่ 11 ว่าด้วยโรงเรียนข้าราชการพลเรือนแผนกต่าง ๆ ได้ยกมาตั้งรวมกันที่ประทุมวัน ห้องสมุดต่าง ๆ ก็จัดมารวมเป็นห้องสมุดใหญ่ 17) คำสั่งที่ 13 ว่าด้วยการสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 18) คำสั่งที่ 14 ว่าด้วยนายเข้ม กนิฐารัต นักเรียนผู้ใหญ่หัวหมู่ 1 และนายหยด นักเรียนผู้ใหญ่หัวหมู่ 5 ให้ได้เป็นนักเรียนกลางวันตามประสงค์เพื่อสดวกในการปกครองของโรงเรียน 19) คำสั่งที่ 15 ให้นาย วี. ลุนต์. M.E. เป็นอาจารย์สอนวิชาช่างกลในโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 20) คำสั่งที่ 16 แต่งตั้ง รองเสวกตรี ขุนพิจารณ์พัศดุภัณฑ์ เป็นเจ้าพนักงานพัสดุ รักษาพัสดุ 21) คำสั่งที่ 21 ปิดโรงเรียน ภาคกลางของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 22) คำสั่งที่ 22 เรื่องส่งนักเรียนไปฝึกหัดที่กรมรถไฟสายใต้ 23) คำสั่งที่ 24 คำสั่งปิดโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เพื่อให้นักเรียนไปฝึกซ้อมรบของเสือป่า 24) คำสั่งที่ 29 เรื่องเครื่องแต่งตัวนักเรียนโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 25) คำสั่งที่ 30 คำสั่งส่งนักเรียน ยันตรศึกษา ออกฝึกหัดในโรงงาน 26) คำสั่งที่ 31 ส่งนักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกฝึกหัดตามหัวเมือง 27) คำสั่งที่ 32 โรงเรียนข้าราชการพลเรือนจะย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกมาสมทบกับโรงเรียนยันตรศึกษา ที่ตำบลปทุมวัน 28) คำสั่งที่ 39/67/24 ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครู ไปสังกัดทางโรงเรียนข้าราชการพลเรือน 29) การประชุมส่งนักเรียนซึ่งเรียนจบหลักสูตรรัฏฐประศาสนศึกษาออกรับราชการ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2457 30) การประชุมส่งครูออกรับราชการตำแหน่งผู้พิพากษา วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2458 31) ปาฐกถาว่าด้วยกฎหมายสัญญาของเสวกเอก หลวงประดิษฐ์พิจารณ์การอาจารย์พิเศษ แสดงที่โรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา 32) ปาฐกถาว่าด้วยกฎหมายสัญญาของเสวกเอก หลวงประดิษฐ์พิจารณ์การอาจารย์พิเศษ แสดงที่โรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา (ต่อเล่ม 1 ตอนที่ 2) 33) ปาฐกถากฎหมายอาญา ของ อำมาตย์ตรี พระศรีเสนา] 34) พระราชทานยศ บรรดาศักดิ์ แลเครื่องราชอิศริยาภรณ์ 35) นักเรียนโรงเรียนรัฏฐประศาสนศึกษาออกรับราชการ 2 คน 36) เสือป่าในหน้าที่พลเรือน 37) นักเรียนถวายตัวและออกรับราชการในกรมมหาดเล็ก 38) การกสิกรรมในประเทศอเมริการวม ของนายแนบ สาลักษณ์ 39) คำสั่งแก้ไขวิธีทำรายงานการฝึกหัดหัวเรื่อง 40) พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ 41) นักเรียนเก่าย้ายหน้าที่ราชการ 42) การประชุมครูโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 43) การประชุมครูโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2457 44) การรื่นเริงของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในการแสดงความยินดีให้แก่ นายตรึก จินตยานนท์ นักเรียนรัฏฐประศาสนศึกษา และนายส่าน สุขวณิช นักเรียนยันตรศึกษา 45) แจ้งความเรื่องราคาเครื่องแต่งตัวนักเรียนข้าราชการพลเรือน 46) ครูและนักเรียนเก่าของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนได้รับพระราชทานเลือนยศฯลฯ 47) ความเห็นเกี่ยวด้วยการปกครองหัวเมืองของอำมาตย์โท พระกิรมย์บุรีรัฐ ผู้ว่าราชการเมืองอุไทยธานี 48) บัญชีชื่อนายหมวดนายหมู่ 49) ครูและนักเรียนเก่าของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนได้รับพระราชทานยศ ฯลฯ 50) ปาฐกถาว่าด้วยธรรมะระหว่างประเทศ ของหม่อมเจ้าขจรจรัสฤทธิ์ 52) ความเห็นในการที่กรมการอำเภอจะเปรียบเทียบความภาษีอากรและความแพ่ง ตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ มาตรา 105 และ 108 53) ความเห็นเกี่ยวด้วยการปกครองหัวเมือง ของอำมาตย์โท พระภิรมย์บุรีรัฐ 54) รายงานฝึกหัดการในโรงงานกลาง ณ กรมรถไฟหลวงสายใต้ ตำบลบางกอกน้อย ของนายศิริ นักเรียนยันตรศึกษา 55) รายงานฝึกหัดการในโรงงานกลาง ณ กรมรถไฟหลวงสายเหนือ ตำบลมักกะสัน ของนายเจียก ธนสุนทร นักเรียนยันตรศึกษา 56) รายงานการที่ได้ฝึกหัดการสกัดและตะไบเหล็ก -
ตึกบันชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันคือ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอาคารที่ส้รางขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นอาคารหลักหลังแรก ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของเจ้านายขุนนางสยามในยุคนั้น ที่จะพัฒนาประเทศด้วยการศึกษาแผนใหม่ รวมทั้งการอุดมศึกษา ที่มีรากฐานมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 แล้วดังปรากฏความในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในพระราชพิธีวางศิลาพระฤกษ์อาคารดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 ว่า "วันนี้เรายินดีที่ได้รับอัญเชิญให้มาวางศิลาพระฤกษ์ สำหรับมหาวิทยาลัยนี้ เพราะเป็นกิจอันหนึ่งซึ่งเราปรารถนาอยู่นานแล้ว ที่จะยังการให้เป็นผลสำเร็จตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงพระราชปรารถนามานานแล้ว ในเรื่องที่จะให้มีมหาวิทยาลัยขึ้น สำหรับเป็นสถานอุดมศึกษาของชาวสยาม