Items
Contributor is exactly
เอนก เหล่าธรรมทัศน์
-
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการ 1.1 ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.2 ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.3 ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 1.4 ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/2578 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และคณะในศูนย์สุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และคณะในศูนย์สุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 จำนวน 1,058 อัตรา งบประมาณทั้งสิ้น 352,498,800 บาท (สามร้อยห้าสิบสองล้านสี่แสนเก้าหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/2576 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2569 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2569 จำนวน 467 อัตรา งบประมาณทั้งสิ้น 152,775,840 บาท (หนึ่งร้อยห้าสิบสองล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นห้าพันแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/14078 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนอัตรากำลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 จำนวน 1,934 อัตรา งบประมาณทั้งสิ้น 641,718,840 บาท (หกร้อยสี่สิบเอ็ดล้านเจ็ดแสนหนึ่งหมื่นแปดพันแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/1400 ลงวันที่ 24 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขออนุมัติรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนำเสนอรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 20,891,991,900 บาท โดยให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและหน่วยรับงบประมาณจัดทำแผนการดำเนินการ และยืนยันความพร้อมของโครงการ จำนวน 4 โครงการดังกล่าว โดยมีรายละเอียดแบบรูปรายการ ประมาณการค่าสิ่งก่อสร้าง สถานที่/พื้นที่พร้อมที่จะดำเนินการ รวมถึงการดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสถานะการเงินการคลังของประเทศและคำนึงถึงภาระผูกพันงบประมาณในแต่ละปีงบประมาณให้เป็นไปตามสัดส่วนของรายจ่ายลงทุนที่กำหนด ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เห็นว่าหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการควรคำนึงถึงความเพียงพอของภาพรวมการผลิตแพทย์ในระดับประเทศและการกระจายแพทย์ที่ยังคงเป็นปัญหาในระบบสาธารณสุข โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข จัดทำแผนอัตรากำลังให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังคนด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ตามมติคณะรัฐมนตรี -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 2 ราย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (18 สิงหาคม 2563) เป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ดังนี้ 1. นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2. นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม ข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
คณะรัฐมนตรีมีมติอ้นุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดปริญญาในสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาดังกล่าวเพิ่มขึ้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายสรนิต ศิลธรรม เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (3 พฤศจิกายน 2563) เป็นต้นไป และให้ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการแต่งตั้งโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทางราชการ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ดังนี้ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นโฆษก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล เป็นรองโฆษก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม -
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จำนวน 3 คน แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมเนื่องจากเกษียณอายุราชการโดยให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (17 พฤศจิกายน 2563) เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ดังนี้ 1. ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐ 1.1 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ 1.2 นายดนุชา พิชยนันท์ 2. ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ 3. ให้ นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เปลี่ยนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าว ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/4675 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center : SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะเพื่อให้ผู้พัฒนาระบบ (SI) นักนวัตกร นักวิจัย ตลอดจนนักศึกษา ในสาขาที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่โครงการจัดเตรียมไว้ให้ และเป็นการขยายผลการวิจัยพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปสู่การลงทุนต่อยอดผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ด้วยความพร้อมทั้งทางเทคนิคและศักยภาพการแข่งขัน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) เสนอ สำหรับงบประมาณในการดำเนินโครงการ SMC เป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) ภายในกรอบวงเงิน 5,408,770,000 บาท จำแนกเป็นงบลงทุน จำนวน 4,707,530,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเครื่องจักรและครุภัณฑ์ราคาสูง และเป็นงบดำเนินงาน จำนวน 701,240,000 บาท ไม่เข้าข่ายตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เนื่องจากไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ ส่วนรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้งข้อสังเกตของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน เพื่อวัดความสำเร็จของผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่กำหนดขึ้นตามนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/4761 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก : เมืองนวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (EECi-ARIPOLIS for BCG) โดยอ้างถึงหนังสือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด่วนที่สุด ที่อว(ปคร)6001/4675 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เรื่องการขอแก้ไขข้อมูลตัวเลขของโครงการ เนื่องจากแสดงตัวเลขทศนิยมคลาดเคลื่อน -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0211/7497 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Project of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (Memorandum of Understanding on the Cooperation on Project of the Mekong-Lancang Cooperation Special Fund) และอนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ซึ่งจะมีการลงนามในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับสนับสนุนจากงบประมาณกองทุน MLC Special Fund ประจำปี พ.ศ. 2563 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้กองทุนอย่างสูงสุด โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแล ประเมินผลโครงการ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณที่เห็นว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งมอบงบประมาณและการบริหารจัดการ โดยเงินที่ส่วนราชการได้รับให้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงของกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้างตามร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐได้รับตามโครงการช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งสามารถเก็บเงินไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง และถือปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0222.3/8869 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอปรับเปลี่ยนข้อเสนอของส่วนราชการ โครงการเตรียมงานฉลองครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (6 พฤษภาคม 2566) โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขอปรับเปลี่ยนข้อเสนอของส่วนราชการ ในข้อ 5 ของหนังสือราชการ อว(ปคร)0222.3/6883 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 โดยขอใช้ข้อความดังนี้ 1. เห็นชอบให้รัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเสนอพระนามให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณเป็นบุคคลสำคัญของโลกในปี พ.ศ.2566 และ2. พิจารณาให้มีแผนการดำเนินงานและกิจกรรมเฉลิมฉลอง 3 ระยะ ได้แก่ แผนการดำเนินงานระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยแบ่งการเฉลิมฉลองออกเป็น 1) ระดับกระทรวงต่างๆ 2) ระดับภาคประชาชน ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ ในพระอุปถัมภ์ โดยไม่ขอผูกพันงบประมาณ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)78.10/8557 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก RoboCup 2022 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. รับทราบการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก RoboCup 2022 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยใช้กรอบงบประมาณวงเงินทั้งสิ้น 20 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 50 ล้านบาท จะขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสมาพันธ์ระดับนานาชาติ RoboCup และหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กระทรวงศึกษาธิการ) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) เป็นต้น] สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) พิจารณาถึงความครอบคลุมทุกแหล่งเงินที่ต้องใช้ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ จากเงินรายได้และหรือเงินอื่นใดที่มีอยู่หรือนำมาใช้จ่ายได้ รวมทั้งการสนับสนุนจากภาคเอกชนหรือหน่วยงานอื่นมาสมทบการดำเนินงานในลำดับแรกก่อน เพื่อให้เกิดภาระต่องบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสม และจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอน ทั้งนี้ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ ควรคำนึงถึงความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมทั้งการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) รับความเห็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าว -
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยสร้างกลไกให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐได้ เพื่อให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือสาธารณประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอรัฐสภาต่อไป โดยให้แจ้งประธานรัฐสภาทราบด้วยว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0226.5/1030 ลงวันที่ 19 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จาก พ.ศ. 2552 – 2564 เป็น พ.ศ. 2552 – 2570 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ทุนเรียนดีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) จากเดิม พ.ศ. 2552-2564 เป็น พ.ศ. 2552-2570 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ สำหรับภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานดังกล่าว เห็นควรให้ใช้จ่ายภายในกรอบวงเงิน 6,412,250,000 บาท ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เดิม ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วบางส่วน และยังมีกรอบวงเงินคงเหลืออยู่ โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่น ควรเพิ่มสาขาสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา และสาขาการจัดสวัสดิการสังคมในโครงการฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และจัดทำรายงานผลการดำเนินการประจำปีเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของโครงการฯ ให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ เพื่อประเมินผลทั้งในมิติด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณากำหนดแนวทางการจัดสรรทุนการศึกษาตามโครงการฯ ในแต่ละสาขาวิชาให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในอนาคต รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษาต่าง ๆ ของโครงการฯ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สมัครรับทุนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบอย่างทั่วถึงด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0505/4454 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการขอความเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาด้านความร่วมมือเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาด้านความร่วมมือเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในเอกสารแจ้งการตอบรับไปยังอาเซียน (ภายในเดือนมีนาคม 2564) ซึ่งการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสหรัฐอเมริกาในด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกัน ตอบโต้ และตอบสนองต่อการก่อการร้ายที่ใช้วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี โดยกิจกรรมภายใต้บันทึกความเข้าใจฯ อาทิ การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค และการประชุมเชิงปฏิบัติการให้หัวข้อต่าง ๆ เช่น หน้าที่การกำกับดูแลความปลอดภัยจากกัมมันตรังสี ระบบและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เป็นต้น ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)6001/1344 ลงวันที่ 25 มกราคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรายงานประจำปี 2562 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประจำปี 2562 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประกอบด้วยผลการดำเนินงานและรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ -
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้สามารถดำเนินการและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ตลอดจนการลงทุน ร่วมลงทุนกับหน่วยงานภาคทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำผลงานการวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประกอบกิจการให้เกิดรายได้ในเชิงพาณิชย์ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ 3. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงาน ก.พ.ร. .เช่น ควรจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในกรณีที่บริษัทจัดตั้งหรือร่วมทุนดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดต้องดำเนินการตามกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมบุคลากรภายในหน่วยงานและจัดทำแผนการดำเนินงานองค์กรที่มีความชัดเจน รวมทั้งมีระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานในระยะต่อไปมีประสิทธิภาพและสามารถสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของประเทศต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไปพิจารณาดำเนินต่อไปด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)78/4449 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ดำเนินการโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ภายในกรอบวงเงิน 11,629.65 ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณ จำนวน 7,764.00ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ จำนวน 3,865.65 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ. 2565-2570) โดยให้มหาวิทยาลัยมหิดลจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามความพร้อมและความสามารถในการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับแผนการย้ายโรงงานพระราม 6 ขององค์การเภสัชกรรม เพื่อใช้พื้นที่ว่างดังกล่าวในการเตรียมการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี สำหรับชั้นความสูงของอาคารให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) ดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างอาคารให้ถูกต้องเป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในท้องที่แขวงถนนนครไชยศรี แขวงวชิรพยาบาล แขวงดุสิต แขวงสวนจิตรลดา แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต แขวงทุ่งพญาไท แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และแขวงวัดสามพระยา แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการต่อไป และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยมหิดล) รับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/5305 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ โดยมีวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยเป็นกลสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และเห็นชอบองค์ประกอบของคณะกรรมการระดับนโยบายและระดับบริหารสำหรับโครงการฯ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการวิชาการในแต่ละด้าน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับข้อสังเกตของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และความเห็นของสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เช่น การสร้างและพัฒนากำลังคน และทุนทางปัญญา การพัฒนาองค์ความรู้ในประเด็น สุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่างศิลป์ท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายในรูปแบบ Consortium การสนับสนุนการพัฒนาบนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรม การนำเสนอผลงานทางวิชาการ และการจัดเวทีวิชาการ ควรกำหนดค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่จะได้รับตามกลุ่มเป้าหมายหรือประชาชนจะได้รับเชิงคุณภาพเป็นสำคัญ และควรพิจารณาถึงความเหมาะสมในการขับเคลื่อนโครงการที่เสนอให้มีการจัดตั้งวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยให้เป็นสถาบันเฉพาะทางดำเนินงานด้านสุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่างศิลป์ท้องถิ่น ที่ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมดำเนินการอยู่ -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/7497 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับรายงานประจำปี 2563 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานประจำปี 2563 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประกอบด้วยผลการดำเนินงานและรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบและรับรองแล้ว