Items
Tag
การปฏิรูปการศึกษา
-
สไลด์ประกอบการอบรมการพัฒนาคลังจดหมายเหตุดิจิทัล เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ที่ดำเนินงานด้วยระบบ 4 ระบบ ได้แก่ PreCatalog โปรแกรมคลังจดหมายเหตุดิจิทัล โปรแกรม WebPortal และโปรแกรมการสงวนรักษาข้อมูล เนื้อหาประกอบด้วยนโยบาย แนวคิด ในการพัฒนาคลังจดหมายเหตุดิจิทัล -
ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้บรรยายเรื่อง "ปฏิรูปสภามหาวิทยาลัย ปฏิรูปอุดมศึกษา" โดยมีหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสภามหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปอุดมศึกษา การปฏิรูปการดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย และสรุป -
รายงานผลการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคปฏิรูปการปกครอง เป็นผลงานด้านการศึกษาของรัฐบาล ต.ค. 2549 ถึงมกราคม 2551 ประกอบด้วยเอกสารรายงานสรุปสาระจัดทำเป็นรายงานฉบับย่อ รายงานฉบับสมบูรณ์ที่ประมวลผลงานการปฏิรูปการศึกษาไทยไว้ทุกด้าน เอกสารประกอบรายงานมติคณะรัฐมนตรีและยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาที่เป็นผลงานของกระทรวงศึกษาในช่วงรัฐบาลยุคปฏิรูปการปกครอง -
บทความวิชาการที่เผยแพร่ในวารสารคุรุศาสตร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย โดยเป็นการรวบรวมเนื้อหาจากการบรรยาย สิ่งสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย ได้แก่ 1) ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา 2) ประเด็นเกี่ยวกับคุณภาพ 3) ประสิทธิภาพ 4) ความเป็นสากล -
รายงานสืบเนื่องจากการเสวนาวิชาการเรื่อง "ผลิดอกออกผล 9 ปีแห่งการปฏิรูปการศึกษา" ประกอบด้วยเนื้อหาต่าง ๆ เช่น การปาฐกถาเรื่อง "จากต้นกล้า สู่ไม้แกร่ง เส้นทางแห่งการปฏิรูปการศึกษา" การเสวนาเรื่อง "โครงสร้าง กฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติ : ผลลัพธ์ที่คาดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง" -
ของสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคต” อันประกอบด้วย 1. นโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2. ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในอนาคต 3. การเปลี่ยนแปลงกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษา 4. ภารกิจและบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาสำหรับอนาคต และ 5. แนวทางการออกแบบพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้เพียงพอสามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลายและสอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม (Industrial Participation) และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Participation) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกรอบแนวทางในกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยของสถาบันอุดมศึกษาให้ก่อเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด และยังจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุดมศึกษาไทยให้สอดรับกับวิวัฒนาการการจัดการศึกษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตในมิติอื่น ๆ ด้วย -
แนวความคิดในการจัดการศึกษาของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เกี่ยวกับการศึกษาไทยที่ทรงมีการยอมรับว่า "การศึกษาเป็นการสำคัญอย่างยิ่งในราชการบ้านเมืองอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องดำริห์ตริตรองมาก" อีกทั้งยังมองว่าการศึกษาเป็นคุณสมบัติสำคัญของไพร่ฟ้า และทรงเห็นว่าการศึกษาที่จะจัดควรอยู่วัยก่อนทำงานเลี้ยงชีพ ควรแบ่งการศึกษาเป็น 4 ระดับ ได้แก่ มูลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา -
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 (เรื่อง โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้) โดยให้นักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษา ตามนัยพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ได้ รวมถึงการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการฯ ในรอบ 1 ปี เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงการฯ ต่อไป และให้รับความเห็นของสำนักงบประมาณที่เห็นควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าและศักยภาพในการให้ทุน พิจารณาการให้ทุนอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และคำนึงถึงความเท่าเทียมทางด้านการศึกษา มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้ชัดเจนครอบคลุมทุกภาคส่วน รวมทั้งควรมีการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเป็นระยะ ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาการจัดสรรทุนในระยะยาว ไปพิจารณาดำเนินการด้วย 2. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง และรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/26388 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ 1. อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 114,970,403,419 บาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ตามกรอบวงเงินดังกล่าว และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จำนวน 31,100,000,000 บาท และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามกรอบวงเงินดังกล่าว ตามที่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของภารกิจในความรับผิดชอบเพื่อดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมตามห้วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยในส่วนของการพัฒนากำลังคน หลักสูตรระยะสั้น None Degree (Re-Skills, Up Skills, New Skills) นั้น ให้พิจารณาปรับเพิ่มจำนวนนักศึกษาเป้าหมายจากเดิม 25,000 คน ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม คุ้มค่า สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้เป็นสำคัญด้วย 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของกระทรวงการคลังและข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เกี่ยวกับการขอรับการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณต่อไป ควรเน้นกลุ่มที่ต้องการพัฒนาทักษะระดับสูงและความรู้ใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และความคิดเชิงนวัตกรรมควบคู่ความรู้เชิงวิชาการเพื่อการประกอบอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป และภาครัฐควรออกแบบมาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนให้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่ต้องอาศัยระยะเวลาและองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงเงินทุนสนับสนุนด้วย -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/24139 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานีต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 วันที่ 23กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ในการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน เนื้อที่จำนวน 1.08 ไร่ บริเวณตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อขยายพื้นที่สำหรับการดำเนินการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานี แต่ควรพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมการก่อสร้างอาคารและคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณข้างเคียง ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการดำเนินการตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2556 ค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงรักษาป่าชายเลนทดแทนไม้น้อยกว่า 20 เท่า ของพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้ประโยชน์ ตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ พ.ศ. 2566 ให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 หรือเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม แล้วแต่กรณี วิทยาลัยชุมชนปัตตานีควรมีแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพนิเวศของป่าชายเลนที่อยู่โดยรอบร่วมกับนักศึกษาและชุมชนในบริเวณใกล้เคียงในระยะต่อไป เป็นต้น -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/332 ลงวันที่ 6 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาไทย-ตุรกี ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งราชอาณาจักรไทยและสภาอุดมศึกษาแห่งสาธารณรัฐตุรกี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในระดับสถาบันสำหรับคู่ภาคีเพื่อจัดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยมีสาระสำคัญ เช่น 1. ขอบเขตความร่วมมือ (คู่ภาคีจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและการฝึกงานของนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศภายใต้โครงการที่กำหนด) 2. หลักสูตร (คู่ภาคีจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งการดำเนินการและการพัฒนาหลักสูตรร่วมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ ตามกฎหมายและระเบียบของประเทศของตน) 3. การรับนักเรียนทุน (คู่ภาคีอาจส่งและรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของตนภายใต้กรอบของกฎหมายของประเทศของตนและวิธีการที่ภาคีเห็นชอบร่วมกัน) 4. ระยะเวลา (มีผลบังคับใช้วันที่ลงนามครั้งสุดท้าย และมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 4 ปี) 5. การแก้ไข (สามารถแก้ไขได้ทุกเมื่อโดยความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคี) 6. การยกเลิก (ต้องได้รับความยินยอมร่วมกันของคู่ภาคีโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 60 วัน) 7. การระงับข้อพิพาท (ให้ได้รับการแก้ไขอย่างฉันมิตรโดยการปรึกษาหารือและการเจรจาระหว่างคู่ภาคี) -
การจัดทำแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ทบทวนและปรับปรุงแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2570 ให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ที่สำคัญในช่วง พ.ศ. 2566 – 2570 และเชื่อมโยงกับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 โดยยังคงเน้นย้ำบทบาทอุดมศึกษาเป็นฐานการพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้แบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดย แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566 – 2570 เป็นกรอบการยกระดับคุณภาพของระบบอุดมศึกษาให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ที่เป็นปัจจัยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของสังคมไทย กำหนดวิสัยทัศน์ “อุดมศึกษาสร้างคน สร้างปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม เพื่อพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาศักยภาพคน ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาและสมรรถนะกำลังคนตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเสริมสร้างบุคลากรอุดมศึกษาคุณภาพสูง ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษา มุ่งสร้างความเข้มแข็งโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยในระบบอุดมศึกษา เพื่อการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์ การพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัย ทั้งในและนอกประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 จัดระบบอุดมศึกษาใหม่ เร่งปฏิรูปข้อจำกัดและอุปสรรคต่อการพัฒนาอุดมศึกษา มุ่งเน้นการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามอัตลักษณ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบฐานข้อมูล ตลอดจนการปฏิรูประบบการเงินอุดมศึกษา -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/1451 ลงวันที่ 24 มกราคม 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี ต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือภายใต้โครงการทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ประจำปี ค.ศ. 2023-2025 ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Foreign Affairs and Trade of Hungary on Cooperation within the Framework of the Stipendium Hungaricum Programme for the Years 2023-2025) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคคลในระดับอุดมศึกษา โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวนแก่ผู้รับทุนชาวไทย จำนวน 40 ทุนต่อปี เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาตรี-โทต่อเนื่อง ปริญญาโท และปริญญาเอก ณ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศฮังการี ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ รัฐประศาสนศาสตร์และการบริหารการปกครองสาธารณะ และครุศาสตร์และอักษรศาสตร์ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ และหากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) 2. ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรับความเห็นของสำนักงบประมาณ และข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับการจัดสรรทุนที่ได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ ควรประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังคนของประเทศในทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง -
หนังสือราชการที่ อว(ปคร)0213/2559 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 กล่าวถึง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศให้แก่เยาวชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีการศึกษา 2566-2570 (โครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 4) ต่อคณะรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สนับสนุนการศึกษา (ค่าครองชีพ) ระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาขาดแคลนตามความต้องการของพื้นที่ ยกระดับการศึกษาของเยาวชนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น และส่งเสริมให้ผู้รับทุนมีจิตอาสาและจิตสาธารณะในการตอบแทนสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองศึกษาอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความพร้อมความจำเป็นและความเหมาะสมที่จะต้องใช้จ่ายในแต่ละปีงบประมาณ โดยคำนึงถึงความซ้ำซ้อน ศักยภาพของสถานศึกษาในการรองรับการเรียนการสอน ความเป็นธรรมในการจัดสรรทุน และควรจัดให้มีระบบติดตามผลการดำเนินงานและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการในทุก ๆ ปีการศึกษา เพื่อนำผลมาใช้เป็นแนวทางในการขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป -
วารสารวิทย์ปริทัศน์ แนะนำผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยเนื้อหาประกอบด้วย 1. มารู้จักกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2.แนวคิดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานขับเคลื่อนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3.การเปลี่ยนแปลงของโลกนัยสำคัญเชิงนโยบาย 4.ระเบียบวาระทั้ง 6 ด้านในการพัฒนาภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ อว. 5.ทิศทาง 4 เสา 6. อุทยานวิทยาศาสตร์ 7.แนวทางที่มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ 8. รู้จักกับท่านปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 9. ปลัด อว. ย้ำการดำเนินการในภารกิจสำคัญเพื่อพัฒนากำลังคน วิจัยและนวัตกรรมให้เป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศ -
เอกสารประกอบวาระการประชุมที่ 4.1 โดยเนื้อหาเป็นการสรุปนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เน้นว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะต้องให้ความสาคัญกับคนมากที่สุด และต้องมีวิทยาศาสตร์ (Science) เป็น based เพื่อ provide support ภาคเอกชน รวมทั้งต้องดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาและต่อแต้มสิ่งที่เราจะทำในเรื่องของ Innovation & Entrepreneur (Startup) และ Focus เฉพาะภารกิจที่จะเป็นหลักให้กับประเทศในอนาคต เพื่อพัฒนาคน และพัฒนา R&D -
เนื้อหาในเอกสารเป็นการสรุปนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. ต้องให้ความสำคัญกับคนมากที่สุด 2.ต้องมีวิทยาศาสตร์เป็นฐานเพื่อสนับสนุนภาคเอกชน 3.ต้องดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาและต่อแต้ม 4. มุ่งเน้นเรื่อง Innovation & Enterpreneur และ 5. Focus ภารกิจที่จะเป็นหลักให้กับประเทศในอนาคต