Items
Tag
แง่ยุทธศาสตร์
-
มหาวิทยาลัยทักษิณได้ดำเนินงานมาได้ระยะหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ระยะยาวมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2553-2567 ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแนโน้มการพัฒนาภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประชากร สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ลักษณะของเศรษฐกิจในอนาคตจะมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ดำเนินไปในกระแส ของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้รูปแบบของระบบการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งรูปแบบของระบบการศึกษาทำให้ไทยต้องเร่งสร้างคุณภาพในการจัดการศึกษารวมทั้งการรู้จักอนุรักษ์และพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้านสังคมจะเป็นสังคมภูมิปัญญามากขึ้นในลักษณะสังคมฐานความรู้ และการเคลื่อนย้ายถิ่นแบบไร้พรมแดนจะทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ปีญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ด้านการเมืองการปกครอง ประชาชนจะตื่นตัวในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และให้ความสำคัญในด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ภายใต้กระแสการปกครองระบอบประชาธิปไตย จะต้องสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกระดับ โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้ ส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี ปรองดอง และเน้นการแก้ปัญหาด้วยวิธีสมานฉันท์ การเปลี่ยนแปลงบริบทต่างๆ ของโลกในกระแสโลกาภิวัตน์ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการวางรากฐานการศึกษาเพื่อการพัฒนาให้คนมีความรอบรู้ เข้าใจ และเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงในการจัดการศึกษา คือ นักเรียนมัธยมที่เป็นตัวป้อนให้แก่อุดมศึกษามีคุณภาพโดยรวมต่ำลง โดยพิจารณาจากสัมฤทธิผลการศึกษา ความสามารถพื้นฐานการอ่านภาษาไทยซึ่งเป็นฐานของการเรียนรู้ทางวิชาการ การขาดโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอทางวิชาการมหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ต่อไปในระยะยาว -
มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ทบทวน และปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย โดยจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.2561-2580 (ระยะยาว 20 ปี) โดยกำหนดความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ไว้ 5 ด้าน คือ 1. ความเป็นเลิศด้านการผลิตบัณฑิตที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน 2. ความเข้มแข็งด้านการวิจัย 3. ความเป็นนานาชาติ 4. การบริหารจัดการเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และ 5. ความมั่นคงทางการเงิน และจากความท้าทายนี้ได้นำไปกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดหลัก จากตัวชี้วัดหลักจึงกำหนดกลยุทธ์ และโครงการ/กิจกรรม -
การปรับแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ ระยะที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) : ปรับปรุงปี 2559 สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม ่ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ได้นําเสนอ ต่อสภามหาวิทยาลัย ตลอดจนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงข้อคิดเห็นผลการประเมินการเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สะท้อนถึงการปรับวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ -
ยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562-2565) ของศาสตราจารย์คลินิกนายแพท์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2561 ซึ่ีงการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มหาวิทยาลัยได้ทบทวนปัจจัยภายนอกที่ส าคัญตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนปฏิรูปประเทศ ดังนั้นยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2562 - 2565) มีการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ของประเทศ -
ตามมติสภามหาวิทยาลัยคราวประชุมที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ได้เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืน" รวมถึงพันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ที่สำคัญ -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้ดำเนินการมาถึงระยะครึ่งแผน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) ซึ่งที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 11/2563 มีมติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานของแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 12 ไปอีก 1 ปี เพื่อให้ตรงตามกรอบระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะสิ้นสุดการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การเปลี่ยนแปลงที่เป็นบริบทสำคัญของการจัดการศึกษาในโลกยุค Disruption การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงนโยบายสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ข้างหน้า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable Development) และการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ(Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy : BCG) และแผนการบริหารงานของอธิการบดีที่ได้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของสภามหาวิทยาลัยดังกล่าว พร้อมได้ระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารส่วนงานผ่านที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กบม.) และที่ประชุมกลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะครึ่งแผน โดยกำหนดวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเป้าหมายมุ่งสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ตามแนวทาง Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก รวมถึงสร้างผลกระทบในรูปแบบ Socio-economic Impact มากกว่า 7,000 ล้านบาท และการประเมิน EdPEx อยู่ที่ระดับมากกว่า 350 คะแนน (TQC) พร้อมได้นำแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDGs ขององค์การสหประชาชาติ (UN) บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนบริหารจัดการเพื่อเป็นองค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศ มาเป็นกรอบวัตถุประสงค์ของแผน ผ่านประเด็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวม 7 ด้าน และ 9 กลยุทธ์เพื่อใช้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ต่อไป -
แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) เป็นแผนที่ได้จัดทําขึ้นในลักษณะแผนกลยุทธ์ ที่มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรวมให้ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทิ นักศึกษา ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน/สังคม องค์กรของรัฐและเอกชนที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย โดยน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการขับเคลื่อนให้สามารถพัฒนามหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนประเทศสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า ได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2563-2566 รวมถึงการวิเคราะห์และคาดการณ์เพื่อวางแผนอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (Strategic Foresight for Future Success) ซึ่งได้มีการรวบรวม และวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ (Key Driving Forces) ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อนำมาพิจารณาในกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2567-2570 นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายน 2566 ยังได้มีสัมมนาเชิงปฏิบัติการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (พ.ศ.2560-2579) ได้จัดทำขึ้นโดยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานตามภารกิจของมหาวิทยาลัย ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT) ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของสังคมโลกเป็นการวิเคราะห์กรอบทิศทางการเปลี่ยนแปลง และแนวโน้มด้านต่าง ๆ ของโลก รวมถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เป็นต้น ซึ่งประเด็นสำคัญเหล่านี้มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษา และการพัฒนากำลังคนของประเทศ สำหรับสภาพแวดล้อมภายในประเทศนั้นได้วิเคราะห์แนวคิด “ประเทศไทย 4.0” (ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ( พ.ศ.2560-2564) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2551-2565) รวมถึงยังได้นำข้อมูลผลการ ดำเนินงาน และข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลหลักสูตร ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลด้านการวิจัย ข้อมูลด้านงบประมาณ เป็นต้น จะเป็นกรอบแนวทางการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในช่วงปี พ.ศ.2560-2579 เป็นเข็มทิศชี้แนวทางที่ชัดเจนที่จะรวมพลังนำไปสู่การพัฒนา และขับเคลื่อนให้บรรลุถึงเป้าหมายที่พึงปรารถนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป -
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้แจ้งให้,หาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อให้เกิดจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษากำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุนประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกกลุ่มสังกัด และประเมินตนเองตามตัวชี้วัดที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด โดยให้สภาสถาบันอุดมศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อประมวลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ดำเนินการตามนัยของกฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการ 1) เลือกสังกัดกลุ่มและประเมินตนเองตามตัวชี้วัดศักยภาพองค์กรและตัวชี้วัดผลการดาเนินงานของแต่ละกลุ่มตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด 2) จัดทำแผนการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา แผนการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ หรือแผนพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาด้านอื่น หรือ “แผนการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยขอนแก่น” -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้า โดยพัฒนาปรับปรุงจากข้อเสนอทิศทางกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการตามมติสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นในคราวการประชุมครั้งที่ 7/2557 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 และประกาศสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 6/2557 โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้น ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดจากการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2554-2558 รายงานผลการติดตามและประเมินผลงานของอธิการบดี พันธกิจและนโยบายในการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัย (พ.ศ.2559-2562) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัย การวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมการบริหารกิจการมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 บริบทใหม่ของโลก อาทิ การเกิดประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ความมั่นคงด้านทรัพยากรอาหาร พลังงาน น้ า และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่าง ๆ 6 กลุ่ม เพื่อนำข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2558 ก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ -
แผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2563-2566 ฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อใช้เป็นแผนในการบริหารและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใน 4 ปีข้างหน้าโดยพัฒนาปรับปรุงจากแผนกลยุทธ์การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2562-2566 ของรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ผู้ได้รับการคัดเลือกจากสภามหาวิทยาลัยให้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีช่วงปี พ.ศ.2562–2566 ตามมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 และยังได้มีการประมวลผลสัมฤทธิ์จากการบริหารงานและการดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2559-2562 การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) ของมหาวิทยาลัยการวิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมภายในและภายนอกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยนอกจากนี้ในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมและภาคส่วนต่างๆจํานวน 6 กลุ่ม เพื่อนําข้อคิดเห็นเสนอแนะมาปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ฯ ก่อนนําเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นและที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยตามลําดับ -
แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน (พ.ศ.2556–2565) จัดทําขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นแผนระยะยาวเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน โดยได้นํากรอบแนวคิดของแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2556-2565) ซึ่งเป็นแผนที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2555-2558) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) มาเป็นแนวทางในการจัดทําแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ และได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการประจําวิทยาเขตกําแพงแสน ครั้งที่ 12/2556 วันที่ 17 ธันวาคม 2556 -
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน จึงได้นําข้อมูลการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก มาประกอบการกําหนดประเด็นยุทธศาสตร์เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์หลัก พร้อมทั้งกลไกการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สู่ความสําเร็จ การจัดทําแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ได้ระดมความร่วมมือ ความคิด ความเห็นของบุคลากรทุกระดับในการดําเนินการ กําหนดเป็นกรอบการดําเนินงานไว้ในแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2563–2567) เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์และพันธกิจต่อไป -
แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2556-2565) จัดทําขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในอันที่จะจัดทําแผนระยะยาวเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัย โดยได้นํากรอบแนวคิดของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 โดยแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2556 – 2565) จะนําไปสู่การจัดทําแผนปฏิบัติการมหาวิทยาลัย (Action Plan) ในการบริหารวิทยาเขตและหน่วยงานต่างๆ ในเชิงรุก ให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งหวังให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน (พ.ศ.2555–2559) ตลอดจนข้อมูลการมองอนาคตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พ.ศ. 2566 มาเป็นแนวทางในการจัดทําแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2556–2565) -
ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2567-2570) จากคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.) ในการประชุมครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 ให้ความเห็นชอบ และสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2566 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566 มีมติอนุมัติ -
มติสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เรื่อง วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระยะ 12 ปี (พ.ศ.2560-2571) -
ยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551-2555 จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสําหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยระหว่าง พ.ศ.2551-2555 โดยยุทธศาสตร์ฉบับนี้ได้มุ่งเน้นการพัฒนางานในด้านต่าง ๆ และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ้งยุทธศาสตร์นี้มีการพัฒนาโดยคํานึงถึงประเด็นความท้าทายในด้านต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยเผชิญ ทั้งยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาล พรบ.จุฬาฯ พ.ศ. 2551 แผนพัฒนาวิชาการมหาวิทยาลัย ฯลฯ โดยได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมจุฬาฯ ในทุกระดับอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เป็นยุทธศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง โดยแผนที่ทบทวน เดือนพฤษภาคม 2553 นี้เป็นเรื่องของค่าเป้าประสงค์และโครงการต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์เป้าประสงค์ และโครงการต่าง ๆ 6 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ “ก้าวหน้า” ยุทธศาสตร์ “ยอมรับ” ยุทธศาสตร์ “เข้มแข็ง” ยุทธศาสตร์ “มั่นคง” ยุทธศาสตร์ “เกื้อกูล” และยุทธศาสตร์ “เป็นสุข” -
ยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551-2555 จัดทำขึ้นเพื่อนําไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยฯ เมื่อครบหนึ่งร้อยปีแห่งการสถาปนานั้น ในระหว่างปี พ.ศ.2551 –2555 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยมีความปรารถนาที่จะเป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” โดยมีผลผลิตที่สําคัญในช่วงระยะ 4 ปีนี้ ได้แก่ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนําในระดับโลก เป็นปัญญาแห่งแผ่นดิน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบการบริหารจัดการที่คล่องตัว กระชับและรวดเร็ว และเป็นบ้านอันอบอุ่นของคนดีและคนเก่ง เพื่อนําไปสู่ผลผลิตที่ต้องการในปี พ.ศ.2555 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กําหนดยุทธศาสตร์หลักไว้ทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ “ก้าวหน้า” ยุทธศาสตร์ “ยอมรับ” ยุทธศาสตร์ “เข้มแข็ง” ยุทธศาสตร์ “มั่นคง” ยุทธศาสตร์ “เกื้อกูล” และยุทธศาสตร์ “เป็นสุข” นอกจากนี้เพื่อให้ยุทธศาสตร์มีความเป็นรูปธรรมและสามารถนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจนภายใต้ยุทธศาสตร์แต่ละด้านยังได้มีการกําหนดเป้าประสงค์ตัวชี้วัด และค่าเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยต้องการบรรลในแต่ละปีโดยภายใต้ยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีเป้าประสงค์ทั้งหมด 17 ประการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้เมีการกําหนดโครงการต่าง ๆ ที่จะดําเนินงานเพื่อนําไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ทั้ง 17 ประการ โดยแต่ละโครงการจะมีความเชื่อมโยงกับงบประมาณเพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ และเพื่อให้ยุทธศาสตร์ทั้งหมดมีการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง จึงได้กำหนแนวทางในการสื่อสาร ถ่ายทอดยุทธศาสตร์การสรางความเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานต่าง ๆ ระบบในการติดตาม ประเมินผล และการปรับยุทธศาสตร์ -
ตามที่มหาวิทยาลัยได้จัดทำ "แผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2555 - 2559)" และได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยในการประชุม ครั้งที่ 745 วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยในช่วงปี พ.ศ. 2555 - 2559 นั้น ด้วยสภาวการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ได้ส่งผลกระทบให้แวดวงการศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนการศึกษาจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันกับกระแสพลวัติเหล่านี้ แผนยุทธศาสตร์ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือในการกำหนดทิศทางให้ก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกันของประชาคมจุฬาฯ จึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาทบทวนปรับปรุงในลักษณะของ Rolling Plan เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถรับมือและจัดทำแผนบริหารที่เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งในต้านความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และความท้าทายเชิงกลยุทธ์ จึงได้ดำเนินการจัดทำ "แผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2555-2559)" (ฉบับทบทวน พ.ศ.2558) โดยมีการปรับปรุงในบางประเด็นที่เป็นสาระสำคัญให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ได้แก่ ค่านิยมหลัก ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และนิยามตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามและประเมิน สัมฤทธิผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย โดยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารแผนยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2555-2559) (ฉบับทบทวน พ.ศ.2558) นี้ จะสามารถสื่อสารให้ประชาคมจุฬา ฯ มีความเข้าใจทิศทางของตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และนิยามตัวชี้วัด ที่สอดคล้องตรงกัน เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ร่วมกันว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแหล่งความรู้ และแหล่งอ้างอิงของแผ่นดิน เป็นผู้นำทางปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ต่อไป -
ในปี 2560 จะเป็นวาระครบ 100 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ประดิษฐานมหาวิทยาลัยนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์สมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสศึกษาและร่วมขับเคลื่อนพันธกิจภายใต้พระนาม “จุฬาลงกรณ์” ฉะนั้นในห้วงเวลานี้ จึงเป็นเวลาที่ดียิ่งที่มหาวิทยาลัยจะได้ทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อวางทิศทางการบริหารการศึกษาการพัฒนางานวิจัย และวิชาการ การใช้พื้นที่ และการใช้ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาแนวทางในการจัดการที่ดีที่สุด สําหรับศตวรรษใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสังคมไทยและสังคมโลก เหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการจัดทํายุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี พ.ศ. 2560-2563 เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยแห่งชาติในระดับโลกที่สร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน World class national university that generates knowledge and innovation necessary for the creative and sustainable transformation of Thai society” -
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นและพร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานการสร้างคน สร้างผู้นำรุ่นใหม่ โดยมีการลงทุนในการพัฒนาการเรียนการสอนพัฒนางานวิจัย เพื่อสร้าง Future Leadersและสร้าง Impactful Research and Innovation เพื่อออกไปรับใช้สังคมด้วยงานวิชาการที่มีความยั่งยืนตามปณิธานของจุฬาฯ คือ “Innovations for Society” การก้าวรุดหน้าของมหาวิทยาลัยจ าเป็นต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของประชาคม เพื่อประสานพลังไปในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้นในห้วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดียิ่งที่ มหาวิทยาลัยจะได้ทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อวางทิศทางการบริหารการศึกษา การพัฒนางานวิจัย และวิชาการ การใช้พื้นที่ และการใช้ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาแนวทางในการจัดการที่ดีที่สุด ส าหรับศตวรรษใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในสังคมไทยและสังคมโลก เหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการจัดทำยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ.2564-2567 เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัย ไปสู่ความเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์ “ผู้นำการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” Leader in creating knowledge and innovation for sustainable society” โดยยุทธศาสตร์ที่กกำหนดขึ้นเป็นหัวใจหลักของการยกระดับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ได้